|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โตชิบา ปรับกลยุทธ์รุกตลาดโน้ตบุ๊ก ชู "ซับแบรนด์" สร้างส่วนแบ่งตลาด มั่นใจปีนี้สร้างส่วนแบ่งตลาดแตะ 10% ขึ้นขั้นเบอร์สองรองจากเอเซอร์ เอชพี หลังจากหลุดเป้าปีที่แล้ว หลังจากปรับสเปกไม่ทันตลาด
"ปีนี้เราต้องการส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กประมาณ 10% หรือเป็นอันดับ 3 รองจากเอเซอร์และเอชพี ขณะที่ในปีที่แล้ว โตชิบามีส่วนแบ่งอยู่แค่ 7% ซึ่งเชื่อว่าจะแซงหน้าไอบีเอ็ม เลอโนโวขึ้นมา" ถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัดบอกถึงเป้าหมายที่ต้องการผลักดันชื่อโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ของโตชิบาให้กลับมาโดดเด่นในตลาดเมืองไทยอีกครั้งหลังจากที่เคยขึ้นแป้นเบอร์หนึ่งในตลาดเมื่อหลายปีที่แล้ว
ถกลย้อนกิจกรรมการตลาดในปีที่ผ่านของโตชิบาให้ฟังว่า ปีที่ผ่านมา ยอดขายของโตชิบาตกลงไปบ้าง เนื่องจากโตชิบาไม่สามารถส่งโน้ตบุ๊กที่มีสเปกทันต่อความต้องการของตลาดได้ทัน แม้ว่าจะมาเร่งทำตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ที่ทำให้โตชิบาสามารถมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 7% ของตลาดรวม แต่ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ โตชิบาสามารถทำยอดขายแซงหน้าเบอร์สาม แต่ก็ยังเป็นรองเบอร์หนึ่งเอเซอร์ และเบอร์สอง เอชพี
ส่วนในปีนี้ โตชิบาได้ปรับกลยุทธ์ในการบุกตลาดปีนี้ใหม่ โดยกถลได้อธิบายถึงกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้ฟังว่า กลยุทธ์ปีนี้ โตชิบาจะเน้นรักษาส่วนแบ่งตลาดด้วยการเพิ่มสินค้า โดยเฉพาะการเน้นไปที่ซับแบรด์ของโน้ตบุ๊กแต่ละตระกูล
"ปีนี้เราจะหันมาใช้การโปรโมท "ซับแบรนด์" ให้มากขึ้นแทนที่จะเน้นแบรนด์ "โตชิบา" อย่างเดียว ซึ่งตลาดมีการรับรู้ในแบรนด์ของการเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นหลัก"
ซับแบรนด์ของโตชิบานั้นได้แบ่งออกเป็น 4 ซับแบรนด์โดยแต่ละซับแบรนด์ก็มีการออกแบบมาให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกันไป โดยประกอบไปด้วย "โปรทิเจ" เป็นโน้ตบุ๊กและแทบเล็ตพีซีที่เน้นการดีไซน์และมีน้ำหนักต่ำกว่า 2 กิโลกรัม ตอบสนองความต้องการสำหรับผู้บริหาร อาทิ รุ่นเอ็ม400 ที่เป็นแทบเล็ตพีซีมาพร้อมกับดีวีดี ซูเปอร์ในตัวและรุ่น เอ็ม 500 ที่มีน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัม มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารที่ต้องใช้งานคอมพิวเตอร์ตามสถานที่ต่างๆ และมีความต้องการขีดความสามารถทางด้านโมบิลิตี้
"แซทเทลไลท" ซับแบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ใช้คอนซูเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในครอบครัวหรือนักเรียนนักศึกษา มีตั้งแต่รุ่นเอ็ม 100 จอไวด์สกรีนขนาด 14.1 นิ้ว รุ่น เอ100 ที่ออกแบบมาสำหรับงานกราฟิกและรุ่นแอล100 เป็นรุ่นที่มีราคาต่ำกว่า 4 หมื่นบาท
ส่วน "คอสมิโอ" เป็นเอวีโน้ตบุ๊กที่มีความสามารถเป็นทั้งคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เล่นเพลงดิจิตอล และบันทึกดีวีดีได้ ซึ่งเป็นอีกซับแบรนด์ที่มีเป้าหมายเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการฟีเจอร์ทางด้านมัลติมีเดีย
"ผมมองว่าต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้าเอวีโน้ตบุ๊กจะมีสัดส่วน40-50% ของตลาดโน้ตบุ๊ก"
"เทคร่า" เป็นซับแบรนด์ที่โตชิบาออกแบบโน้ตบุ๊กมาเพื่อใช้ในองค์กร จึงได้นำเทคโนโลยี "อีซี่ การ์ด" รวมถึงคุณสมบัติกันน้ำหกใส่หรือ Spill Resistant การตกกระแทกหรือ Shock Protection หรือระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือหรือ Fingerprint ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใส่มาเฉพาะในโน้ตบุ๊กซับแบรนด์นี้โดยเฉพาะ แถมยังมีรับประกันแบบอินเตอร์เนชั่นแนลให้ถึง 3 ปี ทั้งค่าแรกและอะไหล่
"ตอนนี้เรามีโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่ทำตลาดอยู่ทั้งหมดประมาณ 11 รุ่นคาดว่าปีนี้จะมี 16 รุ่นด้วย โดยที่คอสมิโอกับโปรทิเจจับกลุ่มลูกค้าตอนซูเมอร์เป็นหลัก ส่วนเทคราจับกลุ่มลูกค้าองค์กร ส่วนแซทเทลไลท์จับกลุ่มแมส"
ถกล นิยมไทยยังบอกถึงตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในปีนี้ว่า ตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตทีสูงมาก ปีนี้คาดการณ์ยอดขายโน้ตบุ๊กอยู่ที่ 3.9 แสนเครื่อง โตขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 3.4 แสนเครื่อง
นอกจากการปรับกลยุทธ์ทางด้านแบรนด์มาเน้นซับแบรนด์แล้ว ถกลยังได้ทำการปรับช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่ม โดยเฉพาะโตชิบาช้อปที่ปีนี้จะเพิ่มอีก 8 ช้อปจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 4 ช้อป ปีนี้เป็นปีที่โตชิบาจะบุกตลาดไอทีอย่างเต็มที่
"โตชิบาจะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับทำตลาดสินค้าไอที โดยจะเน้นไปที่โน้ตบุ๊กเป็นหลัก รองลงมาเป็นมือถือ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านบาท คิดเป็น 30% ของรายได้รวมทั้งกลุ่มที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4 พันล้านบาทในปีนี้"
นอกจากนี้ โตชิบายังเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นบอลโลก สำหรับ แซทเทลไลท์ เอ100 ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองฟุตบอลโลก ด้วยรูปทรงโฉบเฉี่ยวหนัก 2.72 กิโลกรัม ฝาเปิดปิดเครื่องทำเป็นสีทองอร่ามมีรูปถ้วยบอลโลกปรากฏอยู่ตรงกลาง แถมด้วยวอลเปเปอร์และสกรีนเซฟเวอร์เป็นรูปเกี่ยวกับฟุตบอลโลก โดยโตชิบาไทยแลนด์ได้โควตาเครื่องรุ่นพิเศษนี้ 50 เครื่อง ในราคาขายประมาณ 5 หมื่นเศษ ซึ่งจะเปิดให้จองในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้
สำหรับโทรศัพท์มือถือนั้น โตชิบาอยู่ระหว่างการวางโพสิชันของตัวเองว่าจะมีเป้าหมายอย่างไรในตลาดมือถือ เนื่องจากโตชิบาจะมีสินค้าจำนวนมากถึง 40 กว่ารุ่นสำหรับโทรศัพท์มือถือ 3G ซึ่งทำให้ในปัจจุบันโตชิบายังไม่มีสินค้าหลากหลายพอสำหรับตลาดในประเทศไทย
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โตชิบาเปิดตัวมือถือรุ่น TS-30 ซึ่งขายในราคา 8,900 บาท โดยที่โตชิบาจะนำเงินที่ได้จากการขายมือถือเครื่องละ 1 พันบาทสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่ง TS-30 มีความโดดเด่นที่มีการอัญเชิญตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ ปรากฏตอนเปิดเครื่อง และภาพพื้นหลังเป็นข้อความ "เรารักพระเจ้าอยู่หัว"
สำหรับโปรเจกเตอร์นั้น โตชิบาเปิดตัวรุ่น ทีดีพี-เอฟเอฟ1เอ ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดภาพแบบแอลซีดีสามารถใช้งานได้ถึง 1 หมื่นชม.พร้อมแบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้นาน 2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องต่อสายไฟ น้ำหนักเพียง 0.5 กิโลกรัม รวมทั้งโตชิบายังมีเทคโนโลยีเครื่องฉายภาพโปรเจกเตอร์ที่รองรับไม่ว่าจะเป็นแอลซีดี ดีแอลพีและแอลซีดี
|
|
 |
|
|