|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดมือถือไฮเอนด์iร้อน 2 ผู้ค้า เอชพี ดูพอดต่างขนทัพมือถือมากฟังก์ชั่น 2 รูปแบบ เข้าช่วงชิง เอชพีมองตลาดพีดีเอเพนเบสใกล้ถึงจุดอิ่มตัว เติมพีดีเอโฟนเข้าช่วยหวังแชร์ในตลาดมือถือ 20% ส่วนดูพอดเชื่อตลาดสมาร์ทโฟนอุดช่องว่างตลาดด้านราคา คาดผู้ผลิตชั่งใจเลือกแนวทาง "ฟูลฟีเจอร์" หรือ "ฟีเจอร์เฉพาะทาง"
แนวโน้มตลาดมือถือระดับไฮเอนด์ที่มีความสามารถในการสื่อสารข้อมูลกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อทางเทคโนโลยี หลังจากที่มีผู้ผลิตมือถือที่ผนวกความสามารถในการทำงานของคอมพิวเตอร์ออกสู่ตลาดมาหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นพีดีเอโฟน เพนเบสโฟน หรือแม้กระทั่งสมาร์ทโฟน
"เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายว่า สมาร์ทโฟนต่างจากพีดีเอโฟนตรงไหน" สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตั้งข้อสังเกตต่อตลาดโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถในการสื่อสารข้อมูลให้ฟัง
ประเสริฐ จรูญไพศาล ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจภาพและการพิมพ์ ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) ได้แสดงความคิดเห็นถึงแนวโน้มเทคโนโลยีมือถือที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานเคล้ายคอมพิวเตอร์ว่า ภาพรวมตลาดพีซีเอ และพีดีเอโฟนที่ผ่านมาตลาดให้การตอบรับพีดีเอทีเป็นเพนเบสอย่างมากโดยเฉพาะในตลาดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้งานเกี่ยวกับดาต้า โดยตลาดพีดีเอ เพนเบสมีการเติบโตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่นับจากนี้ต่อไปตลาดพีดีเอ เพนเบสจะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง แทบจะอยู่ในระดับคงที่ ยังคงเติบโตแต่ไม่เท่า 2 ปีที่ผ่านมา และจากการที่พีดีเอที่เป็นเพนเบส มีอัตราการเติบโตในระดับลดลง ตลาดจะให้การตอบรับพีดีเอโฟนมากยิ่งขึ้น
"จากความเปลี่ยนแปลงของตลาด เอชพีจึงหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดทั้งพีดีเอ เพนเบสและพีดีเอโฟนควบคู่กันไป โดยมุ่งนำพีดีเอเพนเบสไปในตลาดกลุ่มคนที่มุ่งใช้เพื่อเสริมมูลค่าทางธุรกิจ ส่วนพีดีเอโฟนจะมุ่งนำเสนอในตลาดไลย์สไตล์ ที่มีความชื่นชอบโปรดักส์แบบนี้โดยเฉพาะ"
ประเสริฐยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาเอชพีมีการเติบโตจากการทำตลาดพีดีเอ เพนเบสกว่า 50% มาในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตไว้ประมาณ 20% ในส่วนการทำตลาดพีดีเอโฟนที่ผ่านมามีส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือประมาณ 10 % มาในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตอีกเท่าตัว ที่แชร์ส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 20% จากตลาดรวมโทรศัพท์มือถือ โดยมุ่งการตลาดโดยการจับมือกับโอเปอเรเตอร์แต่ละค่ายในการจัดโซลูชั่นที่เหมาะสมเพื่อทำตลาด พร้อมทั้งขยายช่องทางการทำตลาดให้มากยิ่งขึ้น
ส่วนภาพรวมแข่งขันในตลาดพีดีเอโฟนนั้น ผู้บริหารจากเอชพีบอกว่า การแข่งขันในตลาดส่วนใหญ่เป็นการนำไปแข่งขันกับสมาร์ทโฟนมากกว่า โดยข้อเสียเปรียบของพีดีเอโฟนจะอยู่ที่ราคาเริ่มต้นสูง ทำให้มีตลาดเฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง ขณะเดียวกันกับพีดีเอโฟนเองก็มีการพัฒนาโปรดักส์มากยิ่งขึ้น และเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น และมีพังก์ชั่นการใช้งานมากยิ่งขึ้นนอกจากการเป็นพีดีเอแล้วยังเป็นโทรศัพท์มือถือ ทั้งมีการเพิ่มฟังก์ชั่นมิวสิก กล้อง เข้าไปอีกด้วย
ล่าสุด เอชพีเปิดตัวพีดีเอโฟนอีก 2 รุ่น รวมมีพีดีเอโฟนทำตลาดในปัจจุบัน 4 รุ่น ตัวแรกเป็น เอชพี ไอแพค อาร์ดับเบิลยู6800 ซึ่งเป็นพีดีเอโฟนดีไซน์ใหม่ "ขาว ทรู เทรนดี้ และสีเงินเมทัลลิค" เหมาะกับกลุ่มคนที่มีความทันสมัย เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้อุปกรณ์มือถือในปัจจุบัน และเอชพี ไอแพค เอชดับเบิลยู6900 พีดีเอโฟนที่มีระบบติดตามจีพีเอสพร้อมเทคโนโลยีไวไฟในตัวเครื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานด้านธุรกิจ จากการเปิดตัวพีดีเอโฟน 2 รุ่นใหม่นี้ เป็นไปตามเป้าหมายของเอชพีที่ต้องการขยายฐานการทำตลาดพีดีเอโฟนให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย
กลยุทธ์ของเอชพีในปีนี้จะเน้นการเข้าไปร่วมกับกลุ่มผู้ให้บริการมือถือแต่ละค่ายจัดทำโซลูชั่นสำหรับกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะ เพื่อกระตุ้นตลาดมากขึ้น โดยตั้งเป้ากลุ่มพีดีเอโฟนว่า จะมียอดขายและมีส่วนแบ่งตลาด 20% ซึ่งเพิ่มขึ้น10% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดมีการแข่งขัน สูงเพราะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลุ่มเดียวกันเนื่องจากใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย เหมือนกัน
"การทำตลาดพีดีเอ ของเอชพี แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ กลุ่มพีดีเอ ที่เน้นเก็บข้อมูล สำหรับลูกค้าองค์กร และกลุ่มพีดีเอโฟน ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนไอที เพื่อแข่งกับตลาดสมาร์ทโฟน"
ขณะที่ทางผู้ผลิตอย่าง "ดูพอด" ได้ร่วมมือกับบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำเข้าโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า สมาร์ทโฟนรุ่น "สตาร์เทค เอส300" ที่เป็นแบบฝาพับ มีจุดเด่นในเรื่องความบาง เบา ทนทานใช้งานงานด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์สโมบาย 5.0 รองรับแอปพลิเคชั่นที่อิงไมโครซอฟท์ได้ลงสู่ตลาดไทยอีกประเภท ซึ่งนับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่มีการเปิดตัวในช่วงปีนี้
จากการเปิดเผยของเจฟฟี่ หลู ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขาย หน่วยธุรกิจขายระดับองค์กรและพัฒนาธุรกิจ ดูพด อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปถึงสาเหตุที่นำสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในช่วงนี้ว่า ถือเป็นการอุดช่องว่างของพีดีเอโฟนที่เคยนำเข้ามาทำตลาดในช่วงต้นปีที่ผ่านมาในตลาดระดับบน ราคาค่อนข้างสูง โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีราคาที่ไม่สูงนัก แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ไม่เป็นรองพีดีเอโฟน
ส่วนการที่เลือกใช้ระบบปฏับัติการวินโดว์สในสมาร์ทโฟนของดูพอดนั้น เจฟฟี่มองว่า ศักยภาพในการเชื่อมต่อข้อมูล การซิงโครไนซ์กับคอมพิวเตอร์ที่เป็นพีซีหรือโน้ตบุ๊กก็ตามสามารถทำได้ดีกว่ามือถือที่ใช้โอเอสที่เป็นซิมเบียน เพราะเป็นซอฟท์แวร์เดียวกันสามารถคุยกันง่าย ต่างจากซิมเบียนเวลาคุยกับวินโดวส์บางครั้งทำให้ฟอนต์ผิดเพี้ยน หรือไม่ชัดเจนได้
เจฟฟี่ยังบอกอีกว่า แนวโน้มการพัฒนาสมาร์ทโฟนนั้น ตามโรดแมปของดูพอดในปีนี้จะมีรุ่นที่เป็นทีวีจูนเนอร์และเครื่องที่มีราคาต่ำกว่าหมื่นบาทเข้ามาทำตลาด เนื่องจากมีเทคโนโลยีอยู่ในมือแล้ว เพียงแต่รอดูความต้องการของตลาดก่อนเท่านั้น
สมชัย สิทธิชัยศรีชาติได้ให้ข้อสังเกตในการพัฒนาโทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชั่นการใช้ทางด้านข้อมูลว่า เวลานี้ ผู้ผลิตมีสองแนวทางที่จะเลือกในการผลิต หนึ่ง เป็นแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีต่างๆ ผนวกเข้ามาไว้ในตัวเดียวให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไว-ไฟ บลูทูธ วอลย์โอเวอร์ไอพี เป็นต้น กับอีกแนวคิดหนึ่งเป็นเรื่องของการติดตั้งเทคโนโลยีที่จำเป็นและแบ่งแยกตลาดที่ชัดเจน
"ตลาดเวลานี้กำลังมุ่งไปที่การรวมฟังก์ชั่นต่างๆ เข้าไว่ในเครื่องเดียวกันอยู่ ซึ่งคงจะต้องดูว่า ตลาดจะให้การตอบรับกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร เพราะการติดตั้งหลายเทคโนโลยีรวมเข้าไว้ด้วยกัน แน่นอนว่า จะทำให้เครื่องมีขนยาดใหญ่ และราคาสูง จึงมีกลุ่มผู้ใช้บางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถซื้อหามาใช้งานได้"
|
|
 |
|
|