Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน7 มิถุนายน 2549
ดิออร์ปรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจตั้งเป้าแซงคลีนิกข์ขึ้นแท่นเบอร์4             
 


   
search resources

Marketing
Cosmetics
แอลวีเอ็มเอช เพอร์ฟูม แอนด์ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย), บจก.




คริสเตียน ดิออร์เผยภาพรวมตลาดเครื่องสำอางปีนี้โตน้อยกว่าปีก่อนจากภาวะเศรษฐกิจ เชื่อหลังเลือกตั้งสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น เตรียมงัดกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจด้วยการปรับคอนเซ็ปต์ชอปใหม่สู่ “คอสโมติก” ประเดิม 2 สาขาที่เซ็นทรัล ชิดลมและสยามพารากอน พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ทุกเดือนล่าสุดเป็นลิปสติกใหม่ ตั้งเป้าแซงคลีนิกข์ขึ้นแท่นอันดับ 4 ในปีนี้

นางสาวภาศิกา ศิลปาจารย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอลวีเอ็มเอช เพอร์ฟูม แอนด์ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องสำอางในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาพบว่ามีอัตราการเติบโต 5-6% ซึ่งถือว่าเติบโตน้อยลงหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เติบโต 8-9%

ทั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และการที่ลูกค้านิยมไปซื้อสินค้าในคิง พาวเวอร์ซึ่งมีราคาถูกกว่าเคาน์เตอร์อยู่ 10-15% รวมถึงการที่ภาษีนำเข้าเครื่องสำอางของไทยยังอยู่ที่ 30-40% ซึ่งสูงกว่าฮ่องกงและสิงคโปร์คนจึงนิยมไปซื้อสินค้าที่ต่างประเทศมากกว่า เป็นต้น

“ตลาดเคาน์เตอร์แบรนด์ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเหมือนกัน แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เชื่อว่าโดยรวมเศรษฐกิจไทยยังมีการเติบโตที่ดี แต่ก็ต้องรอดูหลังจากการเลือกตั้งอีกที อีกทั้งกลุ่มเครื่องสำอางไม่น่าห่วงเท่าเสื้อผ้า เพราะถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้หญิงต้องซื้อเหมือนแชมพู แต่ว่าจะเลือกซื้อแบรนด์ไหนเท่านั้นเอง”

ในส่วนของคริสเตียน ดิออร์ได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อยในส่วนของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่พบว่ามีความถี่ในการซื้อสินค้าลดลงบ้างแต่ไม่มาก โดยในส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนพบว่ายังไม่ลดลงมากนัก จากปกติที่มีประมาณ 6,000-7,000 บาท ขณะที่ยอดรายได้ยังมีอัตราการเติบโตอยู่แต่เป็นเลขตัวเดียว

ดิออร์ลงทุนเพิ่มปรับโฉมเคาน์เตอร์ใหม่

นางสาวภาศิกา กล่าวต่อว่า แผนการดำเนินงานปีนี้บริษัทฯได้เตรียมใช้งบลงทุนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว15% ในการทำตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งการปรับรูปแบบคอนเซ็ปต์เคาน์เตอร์ไปสู่ “คอสโมติค” ที่มีความทันสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมีการแบ่งโซนให้บริการออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โซนเมคอัพ,สกินแคร์และน้ำหอม ซึ่งปัจจุบันรูปแบบนี้มี 2 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ชิดลมและล่าสุดที่สยามพารากอนที่เพิ่งเปิดตัวไปเดือนเมษายน สาขานี้ถือว่าเป็นเคาน์เตอร์คอสโมติกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ขนาดประมาณ 80 ตารางเมตร ภายใต้งบลงทุนที่ต้องใช้มากกว่าเคาน์เตอร์ปกติ 3 เท่า

จากนั้นบริษัทฯมีแผนทยอยปรับเคาน์เตอร์อื่นๆของคริสเตียน ดิออร์ที่มีอยู่ 32 แห่งทั่วประเทศให้เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ทั้งหมด โดยมีแผนการปรับปรุงปีละ 5 เคาน์เตอร์ ส่วนแผนขยายเคาน์เตอร์ใหม่ปีนี้ยังไม่มีแผนเปิดเพิ่ม

ในส่วนด้านตัวสินค้าบริษัทฯตั้งเป้าเปิดตัวสินค้าใหม่เดือนละ 1 รายการ ล่าสุดเปิดตัวลิปสติกใหม่ “ดิออร์ แอดดิค อัลตร้า ชายน์ 2” ลิปสติกที่ให้ความวาววับบนเรียวปากมากเป็น 2 เท่า โดยมีให้เลือกกว่า 18 สี ราคา 920 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนนี้

สำหรับยอดรายได้ของดิออร์ในสิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลขสองเลข โดยดิออร์ถือเป็นแบรนด์หลักที่ทำรายได้เป็นอันดับ 2 ของบริษัทฯ รองจากหลุยส์ วิตตอง

ตลาดเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ในไทยปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันผู้นำตลาด คือ ชิเซโด้ อันดับ2 เอสเต้ ลอเดอร์ ,รองมาเป็นลังโคม, คลีนิกข์ และคริสเตียน ดิออร์อยู่อันดับ 5 ในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าแซงคลีนิกข์ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ให้ได้ โดยอาศัยการทำตลาดแบบอินทิเกรดเต็ดและลงทุนด้านต่างๆ เช่น เคาน์เตอร์และการบริการ เพื่อเอาใจฐานลูกค้าที่มีกว่า 30,000 ราย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us