|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
จากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เริ่มทำให้หลายแบงก์ชะลอแผนการระดมทุนออกไป ล่าสุดแบงก์ทหารไทยต้องเลื่อนการออกไฮบริดจ์ บอนด์จำนวน 200 ล้านเหรียญ เพื่อเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 1 ออกไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ทางการเมือง ขณะที่อัตราการขยายตัวของสินเชื่อยังทรงตัวเท่ากับไตรมาสแรก แต่ยังสามารถเพิ่มสเปรดไว้ที่ระดับ 2.39%
นายธเนศ ภู่ตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการออกตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน(ไฮบริดจ์ บอนด์)ของธนาคารว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดราคาและวันจำหน่ายได้ เพราะต้องรอดูปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งสถานการณ์ทางการเมือง ภาวะตลาดหุ้น รวมถึงความจำเป็นของธนาคารด้วย ซึ่งปัจจุบันธนาคารยังไม่มีความจำเป็นในการระดมทุนหากเทียบกับช่วงปี 2548 ที่ผ่านมา ที่ธนาคารควบรวมกิจการ เพื่อเพิ่มเงินกองทุนให้ได้เกณฑ์ที่ธปท.กำหนด
ก่อนหน้านี้ ธนาคารมีแผนที่จะออกไฮบริดจ์ บอนด์จำนวน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 8 ,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นที่ 1 ให้เพิ่มขึ้นจาก 6.5% เป็น 7.5 % และหากการออกหุ้นเพิ่มทุนที่ขออนุมัติไว้สำเร็จสิ้น ก็จะทำให้เงินกองทุนขั้นที่ 1 เป็น 8.5% ตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.) กำหนดไว้ และจะทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 เป็น 12 % ทั้งนี้ ในส่วนของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น(ROE)ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาอยู่ที่ 16-17% ซึ่งหากมีการนำเงินจากไฮบริดจ์ บอนด์ไปขยายธุรกิจส่งผลต่อกำไรการดำเนินงานก็จะทำให้ ROE เพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้ การออกหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้จะต้องออกภายใน 6 เดือนหลังจากที่ขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ถ้าหากธนาคารไม่สามารถออกได้ตามระยะเวลาที่กำหนดภายในคือ ภายเดือนต.ค.นี้ ก็จะสามารถขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้ง
ด้านการปล่อยสินเชื่อในไตรมาสที่ 2 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้า ซึ่งธนาคารได้พิจารณาทบทวนในทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องปกติที่สินเชื่อในไตรมาสที่ 1 และ 2 จะมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าไตรมาสที่ 3 และ 4 แต่ก็ถือว่าภาพรวมแล้วยังดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่กำไรของธนาคารปีนี้ ยังมาจากการปล่อยสินเชื่อปกติและการทำธุรกิจ เพราะปีนี้ธนาคารมีรายได้พิเศษน้อยมาก อีกทั้งในไตรมาสที่ 2 ธนาคารไม่มีนโยบายในการจำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปด้วย
สำหรับส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (สเปรด) ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธนาคารสามารถเพิ่มสเปรดขึ้นได้เนื่องจากธนาคารมีนโยบายลดต้นทุนการดำเนินงาน และในการปรับอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งที่ผ่านมาธนาคารจะมีการปรับดอกเบี้ยทั้งด้านเงินกู้และเงินฝากควบคู่กันมาตลอด ส่งผลให้สเปรดในไตรมาสแรกนี้อยู่ที่ 2.39 % โดยคาดว่าทั้งปี 2549 นี้ธนาคารจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5%
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงไทยได้เลื่อนแผนที่จะออกไฮบริดจ์ บอนด์จำนวน 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากรอดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยซึ่งอยู่ในขาขึ้น การขยายงานยังไม่สามารถทำได้มากนักในช่วงเศรษฐกิจชะลอ ดังนั้น หากมีการออกไฮบริดจ์ บอนด์ออกมาก็จะทำให้ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้น
|
|
 |
|
|