|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลท.เตรียมเจาะบริษัทต่างจังหวัดดึงเข้าตลาดหุ้น " โสภาวดี" เผยที่ผ่านมาพูดคุยหลายบริษัทแล้ว ระบุต้องให้เวลา มั่นใจ 2 ปี มีเข้าเพิ่มแน่ พร้อมเตรียมปรับเป้าบริษัทเข้าจดทะเบียนกลางปีจากเดิม 100 บริษัทแต่เชื่อไม่ต่ำกว่า 50 บริษัทแน่นอน ขณะที่มูลค่าระดมทุนเชื่อไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้าน
นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย รองกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในฐานะประธานศูนย์ระดมทุน เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์มีแผนที่จะมีการเพิ่มจำนวนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมากขึ้น จากขณะนี้ที่บริษัทจะเข้ามาจดทะเบียนน้อยลง โดยจะมีการเน้นบริษัทที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่มีการเติบโตในอนาคตที่ต้องการขยายธุรกิจ เช่น ธุรกิจด้านบริการ สปา รีสอร์ท โรงแรม อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ก็ได้เข้าไปชวนบ้างแล้ว
ทั้งนี้การเตรียมตัวของบริษัทในต่างจังหวัดจะต้องใช้เวลา เพราะบริษัทยังไม่มีความพร้อมและคิดว่าอาจจะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากเป็นบริษัทที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก และอยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯก็พร้อมจะเข้าไปให้ข้อมูล โดยคาดว่าอีก 2 ปี บริษัทต่างจังหวัดจะเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น โดยขณะนี้ก็มีบริษัทที่อยู่ต่างจังหวัดเข้ามาจดทะเบียนแล้วประมาณ 3-4 บริษัท ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่น้อย
"ที่ผ่านมาเราได้ติดต่อบริษัทในต่างจังหวัดเพื่อให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แต่คงต้องใช้เวลาในการเตรียมการซักระยะ เรื่องจากผู้บริหารยังมีความกังวลเพราะนักลงทุนไม่รู้จักบริษัทอาจจะไม่สนใจหากเข้ามาจดทะเบียน"นางสาวโสภาวดีกล่าว
นอกจากนี้ตลท.จะมีการหารือกับสภาอุตสาหกรรม ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรได้บ้างในการที่จะเพิ่มจำนวนบริษัทให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงธนาคารที่มีเครือข่ายซึ่งตั้งแต่ต้นปีมีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพียง 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GSTEEL, บริษัท ซิตี้ สตีล จำกัด (มหาชน)หรือ CITY, บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG, บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ SECC และบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอ (mai) 1 บริษัท คือ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)หรือ TRT
นางสาวโสภาวดี กล่าวว่า ในเดือนมิถุนายน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการทบทวนเป้าหมายจำนวนบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีนี้ ว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนได้เมื่อไร จากที่ภาวะตลาดไม่เอื้อ ทำให้มีการชะลอการเข้าจดทะเบียน และบริษัทรัฐวิสาหกิจก็ได้มีการชะลอ เพราะ ต้องมีการทบทวนข้อติดขัด ซึ่งเดิมนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯได้ตั้งเป้าจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ(SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) 100 บริษัท แบ่งเป็น ตลาดหลักทรัพย์ฯ 60 บริษัท ตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ 40 บริษัท
"เดือนหน้าจะมีการหารือเพื่อทบทวนเป้าบริษัทใหม่ที่จะเข้าจดทะเบียนในปีนี้จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 100 บริษัท ซึ่งยังเชื่อว่าในปีนี้จะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 บริษัทแน่นอน"นางสาวโสภาวดีกล่าว
ทั้งนี้ มั่นว่าในปีนี้จะมีบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีนี้จะมากกว่า 50 บริษัทอย่างแน่นอน โดยมูลค่าเงินระดมทุนของในปีนี้จะสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่าระดมทุนประมาณ 1.2 แสนล้านบาท เนื่องจากในปีนี้จะมีหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งที่เตรียมเข้าจดทะเบียน เช่น บมจ.โรงกลั่นน้ำมันระยอง (RRC) บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) และบริษัทที่เข้าจดทะเบียนแล้วอย่าง บมจ.จี สตีล (GSTEEL)
ส่วนมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่หมดลงในปี 48 ทำให้บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลดลง ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก เนื่องจาก มาตรการด้านภาษีนี้เป็นเพียงตัวแปรหนึ่งที่จะทำให้บริษัทมีการตัดสินใจเร็วขึ้นในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะ เมื่อบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องการขยายงานจึงต้องการแหล่งเงินทุนซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการระดมทุน
สำหรับแนวทางการเพิ่มไซเลนต์ พีเรียด หุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม จาก 65% เป็น 100% โดยเรื่องดังกล่าวตลท.อยู่ระหว่างการศึกษา แต่คงจะไม่เร่งนำมาปฏิบัติเพราะตลท.เพิ่งแก้กฎเกณฑ์การติดไซเลนท์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่อยู่ระหว่างการศึกษาการร่นระยะเวลานำหุ้นเข้าซื้อขายในตลท. ให้เร็วขึ้น เพื่อลดการกระจุกตัวของหุ้นในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์มั่นใจว่า ภายใน 5 ปี มาร์เก็ตแคปตลาดจะปรับตัวขึ้นถึง 10 ล้านล้านบาท ตามที่ระบุไว้ในแผนแม่บทพัฒนาตลาดทุนฉบับที่ 2 แน่นอน โดยเชื่อว่าในปีต่อๆ ไปสถานการณ์จะดีขึ้น แม้ว่าในปีนี้สถานการณ์ในประเทศจะไม่ชัดเจนก็ตาม
|
|
 |
|
|