Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 พฤษภาคม 2549
สปอนเซอร์บอลโลกต่ำเป้าทศภาคงัดแพคเกจใหม่ล่อ             
 


   
search resources

ทศภาค, บจก.
Advertising and Public Relations




ทศภาคดิ้นสู้ หลังขายสปอนเซอร์ฟุตบอลโลกไม่เข้าเป้า ได้แค่ 50% เร่งออกแพคเกจซีมารองรับล่อสินค้าอื่น ยอมรับเหตุตั้งราคาแพคเกจไว้สูง อ้างจ่ายค่าลิขสิทธิ์แพง ยันยังไงก็มีเบียร์ช้างสนับสนุนหลักอีก 150 ล้านบาท อุ่นใจไว้แล้ว ฟุตบอลโลกคราวหน้าคาดค่าลิขสิทธิ์คงสูงขึ้นพรวดอีกแน่ ไม่หวั่นเตรียมซื้อลิขสิทธิ์ต่ออีก

นายวรวุฒิ โรจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทศภาค จำกัด กล่าวว่า ในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมันจากฟีฟ่า บริษัทฯจ่ายค่าลิขสิทธิ์กว่า 300 ล้านบาท หรือประมาณ 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วซื้อลิขสิทธิ์ประมาณ 400 กว่าล้านบาท โดยครั้งที่แล้วมีเบียร์ช้างเป็นผู้สนับสนุนรายเดียวด้วยวงเงิน 450 ล้านบาท ไม่มีการขายสปอนเซอร์แต่อย่างใด

นอกจากนั้นบริษัทฯยังต้องทำการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆอีกเช่น ค่าโปรดักชั่นคอสท์ให้กับต่างประเทศ 10 ล้านบาท ค่าสัญญาณอัพลิงค์และดาวน์ลิงค์ ค่าฟุตเทจก่อนการเตะอีก 10 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามแม้ว่าค่าลิขสิทธิ์จะแพงแต่ก็ต้องถือว่าประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์ที่ถูกกว่าประเทศอื่นอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในละแวกนี้ เช่น มาเลเชียจ่ายค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ อินโดนีเซียจ่ายค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือแม้แต่อเมริกานั้นทราบว่าครั้งล่าสุดจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งหน้าหรืออีก 4 ปีข้างหน้านั้น คาดว่ามูลค่าลิขสิทธิ์ต้องสูงขึ้นอีกแน่นอน ซึ่งเราเองก็สนใจและติดต่อไปแล้ว แต่ยังไม่มีการสรุปออกมา คาดว่าอาจจะประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงื่อนไขการกำหนดค่าลิขสิทธิ์นั้น ทางฟีฟ่าจะพิจารณาจาก 3ปัจจัยหลักคือ 1.ความนิยมในกีฬาฟุตบอลของประเทศนั้นๆ 2.ภาวะเศรษฐกิจและค่าจีดีพีของประเทศนั้น 3.ดูถึงจำนวนประชากรของประเทศนั้น

ทั้งนี้จากตัวเลขของฟีฟ่าที่รวบรวมสถิติที่น่าสนใจไว้คือ เมื่อฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกันนั้น ประเทศไทยติดเรตติ้ง 1 ใน 10 ของผู้ชมฟุตบอลโลกมากที่สุด ส่วนในภาพรวมตัวเลขคนดูฟุตบอลโลกนั้นสูงสุดอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 30 ล้านคนต่อแมทช์ โดยนัดชิงชนะเลิศนั้นมีคนติดตามดูผ่านหน้าจอทีวีประมาณ 1,100 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งทั้งหมด 64 นัดมีคนติดตามดูถ่ายทอดสดทั่วโลกรวมกว่า 28,000 ล้านคน

โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันครบทุกแมทช์ผ่านทางฟรีทีวีทุกช่อง คือ 3, 5, 7, โมเดิร์นไนน์, 11 และไอทีวี โดยที่ไม่มีโฆษณาในช่วงของการแข่งขันฟุตบอล ขณะที่ในต่างประเทศนั้นส่วนใหญ่แล้วจะถ่ายทอดสดทางเคเบิ้ลทีวีเป็นหลัก นอกจากนั้นจะต้องเสียค่าสิทธิ์อีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม จากมูลค่าการลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ 300 กว่าล้านบาทนั้นยอมรับว่า บริษัทฯยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนในแง่ของการขายโฆษณา แต่ก็ยังมีเบียร์ช้างซึ่งเป็นธุรกิจในเครือเดียวกับนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นผู้สนับสนุนทางด้านการเงินให้อีก 150 ล้านบาท ซึ่งไม่เกี่ยวกับวงเงินสปอนเซอร์ ซึ่งทำให้ค่อนข้างที่จะกล่าวได้ว่าบริษัทฯอยู่ในภาวะทรงตัวเวลานี้ แม้ว่าการขายสปอนเซอร์โฆษณาจะยังไม่ได้ตามเป้าหมายก็ตาม

“เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ที่ไม่ค่อยดี อีกทั้งมูลค่าแพคเกจที่ตั้งไว้ก็ยอมรับว่าราคาสูงมาก เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์ที่เราซื้อมาสูง ก็เลยอาจจะทำให้การขายลำบากและยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าใดนัก โดยขณะนี้ขายได้รวมประมาณ 200 กว่าล้านบาท ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 50%” นายวรวุฒิกล่าว

สำหรับแพคเกจที่ตั้งไว้เดิมมี 2 รูปแบบคือ แพคเกจเอ ได้เวลาโฆษณา 1 นาทีต่อแมทช์ โฆษณาช่วงไฮไลท์ 1 นาทีต่อแมทช์ และโฆษณาช่วงรีรัน 1 นาทีต่อแมทช์ ราคาตั้งไว้ 15.5 ล้านบาท แพคเกจบี จะได้เวลาน้อยลง 50% ในรูปแบบรายการเดียวกันกับแพคเกจเอ ราคาตั้งไว้ 11.5 ล้านบาท แต่ได้ให้ส่วนลด 20% ทั้งสองแพคเกจ เหลือราคา 12.4 ล้านบาท และ 9.2 ล้านบาทตามลำดับ ขณะนี้ แพคเกจเอ ตั้งไว้ 20 ยูนิต ได้ขายหมดแล้ว โดยมีผู้ซื้อประมาณ 10 ราย ส่วนแพคเกจบี กำหนดไว้ 20 ยูนิต มีผู้ซื้อประมาณ 18 ราย ซึ่งบางรายก็มีการซื้อหลายยูนิตเพื่อบล็อคคู่แข่งที่เป็นสินค้าเดียวกันจะมาซื้อแพคเกจ เช่น ฮอนด้า 3 ยูนิต เบียร์ช้าง 2 ยูนิต เป็นต้น

ทั้งนี้สินค้าที่เป็นสปอนเซอร์ซื้อแพคเกจนั้นโดยรวมแล้วมีทั้งสิ้น 17 แบรนด์ ที่ซื้อแพคเกจแตกต่างกันไปจากที่ตั้งเป้าไว้ 20 รายคือ เบียร์ช้าง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เครื่องดื่มโค้ก เครื่องดื่มเอ็ม-150 รถยนต์ฮอนด้า เครื่องใช้ไฟฟ้าทีซีแอล ทีซีซีแคปปิตอลแลนด์ รถยนต์โตโยต้านิวโคโรล่าอัลทิส กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ สีทีโอเอ แคทเทเลคอม เนสกาแฟทรีอินวัน กาแฟกระป๋องแบล็คอัพ โทรทัศน์โซนี่บราเวียแอลซีดี ปูนตรานกอินทรี แบรนด์ซุปไก่สกัด และ อาคเนย์ประกันภัย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและราคาที่สูงทำให้บริษัทฯต้องหาทางแก้ไขด้วยการกำหนดแพคเกจซีขึ้นมาใหม่เพิ่มเติมเพื่อดึงดูดสปอนเซอร์ ซึ่งสิทธิ์ที่จะได้คือ โฆษณาในช่วงที่เป็นไฮไลท์และการรีรันเทปแข่งขัน โดยไม่ได้เวลาในการถ่ายทอดสดโดยราคาตั้งไว้ แพคเกจละ 5 ล้านบาท แต่ให้ส่วนลด 20% เหลือประมาณ 4.6 ล้านบาท

ขณะนี้มีสินค้าหลายรายที่ให้ความสนใจและอยู่ระหว่างการเจรจาในแพคเกจซีนี้ แต่ยังไม่ได้สรุป คาดว่าจะสรุปได้ในเร็วนี้ เพราะใกล้ช่วงฟุตบอลโลกแล้ว

แหล่งข่าวจากบริษัท ทศภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯจะปิดการขายโฆษณาอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ แต่หลังจากนั้นหากสินค้ารายใดสนใจก็สามารถซื้อโฆษณาได้อีก แต่จะไม่ได้รับสิทธิ์พิเศษอย่างอื่นเหมือนที่ซื้อก่อนหน้านี้เพราะเลยกำหนดเวลาแล้ว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us