สยามนิสสันเปิดตัวลีสซิ่งน้องใหม่ของวงการ “นิสสัน ลีสซิ่ง” ประเดิมทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท หวังดึงลูกค้าที่ซื้อนิสสัน 35% เข้าพอร์ตภายใน 3 ปีและเริ่มมีกำไร กำหนดดอกเบี้ยในระดับ 0-6% ตามแคมเปญและเครดิตสกอริ่งของลูกค้า ตั้งเป้าสิ้นปี 49 มียอดเช่าซื้อ 5,450 สัญญามูลค่า 3,850 ล้านบาท
นายกมลเดช บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด เปิดตัวบริษัทลีสซิ่งน้องใหม่ สยามนิสสัน ลีสซิ่ง โดยมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เป็นการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ของนิสสันในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อนอกเหนือจากที่มีให้บริการในตลาดอยู่แล้ว
โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 ที่บริษัทเริ่มปล่อยสินเชื่อในเขตกรุงเทพและปริมณฑลมีลูกค้ายื่นของสินเชื่อเข้ามาแล้วจำนวน 220 ราย ภายในสิ้นปี 2549 จะมียอดลูกค้าประมาณ 5,450 ราย หรือคิดเป็น 10% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในปี 2549 และในปี 2550 จะมียอดสินเชื่อเพิ่มอีก 24% ของยอดขาย และในปี2551 บริษัทจะสามารถดึงลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ใหม่ของนิสสันประมาณ 35% หรือประมาณ 45,500 รายจากยอดขายที่ประมาณการไว้ที่ 130,000 คัน คิดเป็นยอดสินเชื่อประมาณ 31,850 ล้านบาท และจะสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป ซึ่งภายในสิ้นปีนี้ทางบริษัทจะสามารถวางเครือข่ายการให้บริการสินเชื่อได้ครอบคลุมตัวแทนจำหน่ายได้ทั่วประเทศ
“จุดเด่นที่นิสสัน ลีสซิ่งนำมาให้บริการแก่ลูกค้าคือการบริการที่รวดเร็วโดยใช้ระบบการอนุมัติสินเชื่อแบบออนไลน์สามารถทราบผลการอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 4 ชั่วโมงและรับรถได้ในทันที โดยลูกค้าที่ซื้อรถสามารถตรวจสอบสถานการณ์ขอสินเชื่อด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง” นายกมลเดชกล่าว
นายกมลเดชกล่าวว่า การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนั้นบริษัทตั้งไว้ในระดับที่ใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดคือที่ระดับ 0-6% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยในตลาดอยู่ที่ระดับประมาณ 3.5% ซึ่งการกำหนดดอกเบี้ยให้ลูกค้าจะพิจารณา 2 ปัจจัยหลักคือ แคมเปญที่สยามนิสสัน ออโตโมบิล จัดขึ้นในขณะนั้น และพิจารณาจากเครดิตสกอริ่งของลูกค้าประกอบการอนุมัติสินเชื่อด้วย
สำหรับต้นทุนทางการเงินของบริษัทถือว่าสามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีบริษัทแม่สยามนิสสัน ออโตโมบิล คอยสนับสนุน โดยสามารถระดมทุนทั้งจากการกู้จากสถาบันการเงินที่สยามนิสสัน ออโตโมบิล มีสายสัมพันธ์อันดีหรือการออกหุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงินขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยในตลาดในขณะนั้น ส่วนการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทนนั้นบริษัทยังไม่มีแผนเข้าไประดมทุน แต่ก็ได้ศึกษาแนวทางการระดมทุนรูปแบบนี้อยู่เช่นกัน
|