Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน22 พฤษภาคม 2549
ฟันธงกำไรกลุ่มบล.ครึ่งปีแรกลดเจอภาวะหุ้นซบฉุดรายได้ค่าคอมมิชชัน             
 


   
search resources

กัมปนาท โลหเจริญวนิช
Funds




นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ คาดกำไรกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ลดลงในช่วง 6 เดือน เหตุภาวะตลาดหุ้นซบเซา ขณะที่สัดส่วนนักลงทุนรายย่อยลดลงเหลือ 50% ด้านนักวิเคราะห์ กำไรไตรมาส2/49 ทรงตัวจากไตรมาส 1 แต่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส1/48 หุ้นเด่น ภัทร เหตุ รับรู้รายได้ที่ปรึกษาทางการเงิน โรงกลั่นน้ำมันระยอง เบียร์ช้าง

นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการผู้อำนวย บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัดในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ยังคงไม่ดีในอีก 6 เดือน เนื่องจากรายได้หลักของโบรกเกอร์ยังคงพึ่งพารายได้หลักจากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ถึง 85% และจากมูลค่าการซื้อขายเบาบาง และสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยมีการลดลงเหลือ 50% จากเดิมที่นักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนการลงทุน 60-70% เพราะนักลงทุนต่างประเทศเข้ามามีสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งสัดส่วนลูกค้าโบรกเกอร์เป็นนักลงทุนรายย่อย ดังนั้นจึงทำให้ผลประกอบการปรับตัวลดลงตาม

ทั้งนี้เชื่อว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภาวะตลาดจะมีการปรับตัวดีขึ้น และเศรษฐกิจก็จะมีการปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจเข้ามาลงทุนและก็จะส่งผลดีให้มูลค่าการซื้อขายปรับตัวดีขึ้น แต่ขณะนี้โบรกเกอร์ก็จะต้องมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆเพื่อเป็นการกระจายรายได้ไม่พึ่งพารายได้หลักจากนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (เสรีคอมมิชชั่น)

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน กล่าวว่า บริษัทคาดว่า กำไรไตรมาส2/49ของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ คาดว่ากำไรสุทธิจะทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส1/49 จากมูลค่าการซื้อขายที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 18,000 -19,000ล้านบาทต่อวัน เนื่องจากภาวะตลาดไม่ค่อยดี จากราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย ที่เพิ่มขึ้น และจากเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัว ปัจจัยการเมืองยังไม่ชัดเจน ทำให้ไม่มีแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุน

ทั้งนี้บริษัทที่รับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนจะมีรายได้จากส่วนดังกล่าว จากไตรมาส1/49 ที่ผ่านมามีหุ้นเข้าจดทะเบียนเพียง 2 บริษัท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับไตรมาส2/48 จะมีผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายไตรมาส2/48 อยู่ที่ 14,000 ล้านบาทต่อวัน

สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ที่มีผลกำไรโดดเด่น คือ บล.ภัทร เนื่องจาก จะมีรายได้ค่าธรรมเนียมการเป็นที่ปรึกษาในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนซึ่งมีขนาดที่ใหญ่ คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือ เบียร์ช้าง และบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง จำกัด (มหาชน)หรือRRC

แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่ากำไรของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ไตรมาส2/49 จะมีการปรับตัวดลลงจากไตรมาส1/49 เนื่องจากคาดว่ามูลค่าการซื้อขายจะอยู่ที่ 19,000 ล้านบาทต่อวัน จากไตรมาส1/49 ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 21,000ล้านบาทต่อวัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us