|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ผู้ถือหุ้นไทยประกันภัยอนุมัติเพิ่มทุนอีก 100 ล้าน เป็น 200 ล้าน เพื่อเพิ่มเงินกองทุนเป็น 400 ล้านตามนโยบายของกรมการประกันภัยที่ให้มีเงินกองทุนมากกว่า 300 ล้าน ตั้งเป้าปีนี้โตแบบก้าวกระโดด 40% หรือคิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 1,051 ล้าน โดยเน้นสัดส่วนมอเตอร์และนอน-มอเตอร์อย่างละ 50%
นางสาวพณิตา ตู้จินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2549 ที่ผ่านมาทางที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้ให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 100 ล้านบาทจากเดิมอีกเท่าตัวทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 200 ล้านบาท และมีเงินกองทุนเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท ตามแผนนโยบายของกรมการประกันภัยที่ต้องการจะให้บริษัทประกันภัยมีความแข็งแกร่งของเงินกองทุนมากกว่า 300 ล้านบาท โดยแผนเพิ่มทุนครั้งนี้จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1.08 ราคาหุ้นละ 14 บาท(ราคาพาร์ 10 บาท)
“ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้ส่งผลต่อความกดดันในการสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นให้เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มทุนนี้จะทำให้บริษัทเก็บรับความเสี่ยงจากการทำประกันภัยจากบริษัทที่มีประกันในวงเงินที่สูงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว“ นางสาวพณิตากล่าว
ในส่วนของเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าในทั้งอุตสาหกรรมธุรกิจประกันจะเติบโตประมาณ 11 %คิดเป็นมูลค่าเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นประมาณ 11,400 -13,440 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของบริษัทตั้งเป้าการขยายตัวแบบก้าวกระโดด 40%คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 1,051 ล้านบาท หลังจากปีที่ผ่านมาสามารถสร้างความเติบโตได้กว่า 25 % โดยคงเน้นสัดส่วนมอเตอร์และนอนมอเตอร์อย่างละ 50 % เนื่องจากเชื่อว่าตลาดยังต่อได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่ใช้สินค้าประกันภัย
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างเบี้ยประกันรับ 219 ล้านบาทโดยประมาณ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 42.5% คิดเป็นส่วนงานประกันภัยรภยนต์ที่มีเบี้ยรับ 105.1 ล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ 28.3% ทั้งนี้ มาจากการขยายช่องทางผ่านตัวแทนเช่าซื้อและบริษัทเงินทุนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันอัตราความสูญเสีย (lost Ratio)ลดลงจาก 57%มาอยู่ที่ระดับ 50%
|
|
 |
|
|