Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 พฤษภาคม 2549
พานาโซนิคเดินหมากแก้เกมพลาสม่าทีวี เล็งไทย-สิงคโปร์ สร้างฐานการผลิตใหม่             
 


   
www resources

โฮมเพจ พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย)

   
search resources

พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย), บจก.
Marketing
Electric




พานาโซนิค เดินหมากแก้เกม สมรภูมิรบ พลาสม่าทีวี เตรียมโยกฐานการผลิตสู่ประเทศที่มีต้นทุนต่ำลง เล็งไทยและสิงคโปร์เป็นเป้านิ่ง จากเดิมที่ผลิตในญี่ปุ่นเป็นหลัก คาดช่วยลดความต่างของราคาสินค้ากับผู้นำตลาดได้ ล่าสุดอัดเม็ดเงินกว่า 256 ล้านบาท ระเบิดแคมเปญฟาดแข้ง “พานาโซนิค ซูเปอร์โกล ซูเปอร์เกม” ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด หวังกระตุ้นยอด ประเดิมเชียงใหม่เป็นที่แรก มั่นใจโกยยอดขายสินค้าหมวดเอวีโตอีก 10 % จากเดิม 5,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

นายฮิโรยูกิ มุโตะ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ พานาโซนิค เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่นและจีน คิดเป็นรายได้กว่า 20 % ของตลาดเอเชีย และถือเป็นตลาดหลักรองจาก ออสเตรเลียและสิงคโปร์ โดยเฉพาะสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะนี้กำลังเป็นที่จับตามองของทางสำนักงานใหญ่ว่า จะมีการผลักดันในด้านของการซัพพรอตสินค้าและการจำหน่ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภท พลาสม่าทีวี และแอลซีดีทีวี ที่จะมีการทำตลาดมากที่สุดในปี 2549

สำหรับแผนการตลาดในปีนี้นั้น บริษัทฯจะวางโพซิชันนิ่งของ พลาสม่าทีวีเน้นจับตลาดจอใหญ่ ซึ่งจะมีการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้จำนวนกว่า4 รุ่น โดยมีขนาด 50 นิ้ว 1 รุ่น และ 42 นิ้ว 3 รุ่น ส่วนแอลซีดีทีวี จะเน้นจับตลาดจอเล็กกลุ่มโปรเจกชั่นทีวี โดยจะวางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น

ล่าสุดบริษัทฯมีแผนที่จะทำการย้ายฐานการผลิตจอพลาสม่าทีวีและแอลซีดีทีวี มาผลิตในประเทศที่มีต้นทุนต่ำลง ซึ่งในขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าควรจะเป็นประเทศใดในกลุ่มภูมิภาคนี้ ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ ที่ถือได้ว่ามีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการผลิตมากที่สุด

“ประเทศไทยมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีฐานการผลิตในส่วนของ ซีอาร์ทีทีวีอยู่ในไทยอีกด้วย ซึ่งหากจะย้ายฐานผลิตพลาสม่าทีวีและแอลซีดีทีวีมายังไทย จึงมิใช่เรื่องยากเพียงแค่ย้ายเครื่องจักรมาจากประเทศญี่ปุ่นและเพิ่มไลน์การผลิต พร้อมขยายพื้นที่ของโรงงานเดิมเท่านั้น แต่หากย้ายไปสิงคโปร์ ต้องเริ่มลงทุนใหม่ทั้งหมด จะใช้งบสูงกว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้ข้อสรุปปลายปีนี้แน่นอน”

นายมุโตะ กล่าวว่า บริษัทฯยังได้เตรียมงบการตลาดอีก 256 ล้านบาท หรือกว่า 50 % ของงบจัดแคมเปญตลอดทั้งปี และอีก 50 ล้านบาท จากงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ตลอดทั้งปีมูลค่า 450 บาท รวม 656 ล้านบาท ในการจัดแคมเปญใหญ่ในครึ่งปีแรก ต้อนรับฟุตบอลโลก ภายใต้แคมเปญ “พานาโซนิค ซูเปอร์โกล ซูเปอร์เกม” ระหว่างวันที่ 24 มี.ค.-31 พ.ค.นี้ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวม 9 จังหวัด โดยในส่วนของต่างจังหวัดนั้น เริ่มจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่แรก พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นราย และสามารถจำหน่ายสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 10 % ในช่วงเวลาดังกล่าว หรือไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

“ตลอดทั้งปีบริษัทฯมีแผนการจัดแคมเปญใหญ่ 2 ครั้ง และแคมเปญย่อยอีกทุกเดือน พร้อมการรีโนเวทชอป และดีสเพล์ ให้เข้ากับแคมเปญที่จะจัดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ โดยมั่นใจว่าตลอดทั้งปี บริษัทฯจะมียอดขายสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเอวีเพิ่มขึ้น อีก 10 % จากเดิมในปี 2548 ที่ปิดยอดขายที่ 5,500 ล้านบาทไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของการดำเนินธุรกิจปีนี้ โดยเฉพาะเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่า มียอดขายเพิ่มขึ้น 25 % จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 10 % ส่วนหนึ่งมาจากการจัดแคมเปญดังกล่าว”

ทั้งนี้ในปี 2548 ที่ผ่านมา ตลาดพลาสม่าทีวี อันดับ 1 คือ แอลจี มีแชร์28 % อันดับสอง ซัมซุง แชร์ 19 % โดยมีพานาโซนิคอยู่อันดับ 3 ร่วมกับโซนี่และไพโอเนียร์ มีแชร์เท่ากัน คือ 14 % ส่วนตลาดแอลซีดีทีวี อันดับหนึ่ง คือ ชาร์ป 24 % รองลงมาคือ แอลจี 23 % ส่วนอันดับสาม คือ ฟิลิปส์ มีแชร์ 17%

ทางด้านนายธวัฒพล สุโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิยมพานิช จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีรายใหญ่ของภาคเหนือ เปิดเผยว่า ลูกค้าในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดลำพูนและลำปาง มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเมื่อวางจำหน่ายสินค้า กลุ่ม พลาสม่า แอลซีดี ปรากฎผลตอบรักดีมาก กว่า 90% ที่เข้ามาชมแล้วจะซื้อกลับไป ซึ่งปีนี้ คาดว่า รายได้ทั้งปีจะโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จากปีก่อนที่สร้างยอดขายได้กว่า 10,000 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us