Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 พฤษภาคม 2549
“ไอเอ็นจี”ดึงพันธมิตรร่วมลงทุนแบงก์-นอนแบงก์ขอถือหุ้น50%             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด

   
search resources

ไอเอ็นจี (ประเทศไทย), บลจ.
มาริษ ท่าราบ
Funds




บลจ.ไอเอ็นจีเดินหน้าหาพันธมิตรร่วมลงทุน เผยในช่วงที่ผ่านมาแบงก์-นอนแบงก์สนใจร่วมลงทุน ในสัดส่วน 30-50% “มาริษ”ชี้พันธมิตรใหม่ที่เข้ามาร่วมทุนจะช่วยเสริมศักยภาพในการบุกตลาดลูกค้าภูธรในอนาคต จากเดิมที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่กระจุกตัวในกรุงเทพฯและปริมณฑล คาดได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2 ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายด้วยรูปแบบการตลาดใหม่ แต่ยังอุบไต๋อ้างกำลังหารือก.ล.ต.

นายมาริษ ท่าราบ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานธุรกิจกองทุนรวมของบริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาพันธมิตรเข้าร่วมลงทุน เพื่อเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน โดยในช่วงที่ผ่านมามีธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์)เข้ามาติดต่อร่วมลงทุน โดยบริษัทจะเปิดทางให้พันธมิตรใหม่ที่เข้ามาร่วมลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 30-50%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้บริษัทตัดสินใจหาพันธมิตรร่วมลงทุน เนื่องจากมองเห็นว่าพันธมิตรใหม่มีความเข้มแข็งในแบรนด์ ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบลจ.ไอเอ็นจี ซึ่งแบรนด์ก็มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว และที่สำคัญศักยภาพของพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมลงทุนยังสามารถขยายเครือข่ายไปยังต่างจังหวัด ซึ่งสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของบริษัทที่ต้องการขยายลูกค้าสู่ต่างจังหวัดในอนาคต จากที่ปัจจุบันลูกค้ารายใหญ่ หรือลูกค้าทั่วไปกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ในสัดส่วนมากกว่า 90%

“เราให้ความสำคัญกับการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย และการสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่ง จึงได้มีการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในการร่วมลงทุนในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้” นายมาริษกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน โดยรูปแบบใหม่ที่เสนอจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยในเรื่องของ มาร์เก็ตติ้ง ชาแนล ซึ่งก.ล.ต.รับในหลักการเบื้องต้น ซึ่งเชื่อว่าหลังจากได้รับการอนุมัติจะทำให้เพิ่มยอดจำหน่วยหน่วยลงทุนให้กับบริษัทได้พอสมควร

กรรมการผู้จัดการบลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าบริหารพอร์ตกองทุนจำนวน 1 แสนกว่าล้านบาทซึ่งขณะนี้เกินเป้าที่ตั้งไว้โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.24 แสนล้านบาทและเชื่อว่าจนถึงสิ้นปีนี้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ5,000-10,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะออกกองทุนรวมลงทุนในต่างประเทศ (FIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนตราสารหนี้กองทุนหุ้น เพื่อตอบสนองความต้องการนักลงทุน

ทั้งนี้ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 โดยกลุ่มธนาคารนครหลวงไทย (เพื่อสนับสนุนด้านการจำหน่าย) และกลุ่ม ING (เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ,การบริหารจัดการลงทุนและระบบพื้นฐาน) โดยใช้ชื่อว่า บลจ.นครหลวงไทย ( Siam CityAsset Management ) โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นในขณะนั้นประกอบด้วย ธนาคารนครหลวงไทย 25% , กลุ่ม ING 25% และบริษัทไทยศรีซูริค , บล.แอ็คคินซัน , บงล.นครหลวงไทย ,บง.นครหลวงไทย , บง.สยามซิตี้ซินดิเค็ด บริษัทละ 10% ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังในปี 2540

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2540 กลุ่มบริษัทในเครือธนาคารนครหลวงไทยจำกัด (มหาชน) ได้ปิดตัวลงและธนาคารอยู่ภายใต้การจัดการบริหารของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน (FIDF) กลุ่มไอเอ็นจีจึงเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนที่บริษัทต่างๆที่ปิดตัวลง และทำการบริหารจัดการกองทุนรวมที่มีอยู่มาจนทุกวันนี้ และเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่มาเป็น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2543 และเริ่มต้นบริหารโดยกลุ่มไอเอ็นจีอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการสนับสนุนข้อมูลการลงทุนจากเครือข่ายของไอเอ็นจีทั่วโลก และปัจจุบันบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น "บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย)จำกัด "เมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2548 รวมเป็นทุนจดทะเบียน 200,000,598 บาท

สำหรับโครงสร้างการถือหุ้นของบลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ในปัจจุบันประกอบด้วย ธนาคารไอเอ็นจี เอ็น.วี 49% แอตลาสแคปิตอล (ประเทศไทย) 47.5% และบริษัทไทยศรีประกันภัย3.5%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us