Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 พฤษภาคม 2549
เอไอเอสกำไรวูบ 300 ล้าน ผลกระแสบอยคอตชินฯ             
 


   
www resources

AIS Homepage

   
search resources

แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส, บมจ.
Mobile Phone




เอไอเอส กำไรสุทธิไตรมาสแรก 5.2 พันล้าน ลดลงจากปีก่อนเกือบ 300 ล้านบาท หลังเจอกระแสการเมืองบอยคอตสินค้าค่ายชินคอร์ป ทำให้จำนวนผู้ใช้มือถือระบบเอไอเอสเพิ่มแค่ 1.4% ต่ำกว่าตลาดรวมที่โตถึง 6.1% ขณะที่ลูกค้าบ่นยับเครือข่ายล่ม 2 ชม.ซ้ำเติมปัญหาโทร.ข้ามค่ายติดยาก

นายสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาสแรก สิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2549 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,289.67 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.79 บาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 5,584.76 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 1.90 บาท หรือกำไรสุทธิลดลง 295.10 ล้านบาท คิดเป็น 5.28%

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2549 กลุ่มบริษัทมีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้น 16.63 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบโพสต์เพด 1.92 ล้านราย (GSM Advance และ GSM1800) และระบบพรีเพด 1-2-Call 14.72 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2548 จำนวน 2.25 แสนราย หรือเพิ่มขึ้น 1.4% เทียบกับตลาดรวมที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 6.1% จากสิ้นปี 2548 จำนวน 30.3 ล้านราย เป็น 32.2 ล้านราย

“การที่จำนวนผู้ใช้บริการของบริษัทเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของตลาดรวมนั้น เป็นผลจากการทำกิจกรรมด้านการตลาดลดลง เนื่องจากความไม่สงบของสถานการณ์ทางการเมือง”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะเติบโตขึ้นจากสิ้นปี 2548 เพียงเล็กน้อยแค่ 1.4% แต่รายได้จากการให้บริการกลับเพิ่มขึ้นถึง 3.3% เป็น 21,267 ล้านบาท เนื่องจากการปรับราคาขึ้นของค่าใช้บริการตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2549

ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 12,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เนื่องจากมีรายได้จากการให้บริการที่สูงขึ้น แต่จำนวนยังคงลดลงจากไตรมาส 1 ปีก่อน 4.2% สาเหตุหลักมาจากการปรับอัตราผลประโยชน์ตอบแทนรายปีที่จ่ายให้ ทีโอที ในส่วนของรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทโพสต์เพดจาก 25% เป็น 30% ตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 4/2548

นายสมประสงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 5/2549 วานนี้ (10 พ.ค.) อนุมัติในหลักการให้บริษัทลงทุนในบริษัทร่วมทุน ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับการชำระค่าเชื่อมต่อเครือข่าย (Interconnection Clearing House Joint Venture) มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 50 ล้านบาท โดยบริษัทจะลงทุนในอัตรา 10% ของทุนจดทะเบียน หรือคิดเป็นเงินลงทุนจำนวน 5 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังได้อนุมัติให้แต่งตั้งนายสุรศักดิ์ วาจาสิทธิ ดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ แทนนายบุญชู ดิเรกสถาพร ที่ขอลาออก ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้แต่งตั้งให้นายอรุณ เชิดบุญชาติ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตรวจสอบ

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ADVANC วานนี้ (10 พ.ค.) เปิดการซื้อขายอยู่ในกรอบแคบๆ ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งก่อน ก่อนจะปรับตัวลดลงไปต่ำสุดที่หุ้นละ 98.50 บาท และปิดการซื้อขายที่ 100 บาท ลดลงจากวันก่อน 2 บาท หรือคิดเป็น 1.96% มูลค่าการซื้อขายรวม 227.78 ล้านบาท

**เครือข่ายเอไอเอสล่ม 2 ชม.

นายวิเชียร เมฆตระการ รองกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานปฏิบัติการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวถึงกรณีที่เกิดปัญหาด้านการใช้งานโทรศัพท์มือถือในเครือข่ายของเอไอเอสใน ช่วงเวลา 11.45 น.จนถึง 13.10 น.ของวันที่ 10 พฤษภาคม 2549 ที่ไม่สามารถใช้งานได้ว่า ปัญหาการขัดข้องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว จนส่งผลให้สัญญาณการใช้งานของผู้ใช้บริการไม่สามารถส่งต่อไปยังปลายทางได้ เกิดจากซอฟท์แวร์ของระบบการจัดการสัญญาณสั่งการ หรือ Signaling Gateway เกิดปัญหา ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถโทร.ออกได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณการใช้งานแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ทางเอไอเอส ได้แก้ไขให้การใช้งานเป็นปกติเรียบร้อยแล้ว

นายวิเชียรกล่าวถึงปัญหาการโทร.ข้ามเครือข่ายไม่ติดว่าเอไอเอสพร้อมขยายวงจรเชื่อมโยงเมื่อเกิดความจำเป็น สำหรับกรณีการเชื่อมต่อกับดีแทคจะขยายอีก 700 E1 แล้วเสร็จในเดือนมิ.ย. ส่วนกลางเดือนพ.ค.นี้ก็ขยายกับทรูมูฟอีก 120 E1

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กล่าวว่า ถึงแม้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเอไอเอส ออกมาระบุว่าปัญหามาจากเรื่อง Signaling Gateway ไม่เกี่ยวกับปริมาณการใช้งานแต่อย่างใด แต่เรื่องดังกล่าวเหมือนเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาในด้านการให้บริการเครือข่าย ที่เอไอเอสใช้เป็นจุดขายมาตลอดว่าเครือข่ายมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือโปรโมชันประเภทกระตุ้นให้ลูกค้าโทร.นาน เป็นการทำให้โครงข่ายที่ใช้งานเกิดความแออัดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม และเมื่อโทร.ไม่ออกกลุ่มลูกค้าและผู้ใช้งานก็ยิ่งทำการกดเรียกออกอย่างต่อเนื่องไปยังเลขหมายปลายทาง ทั้งในส่วนขาเข้าและขาออก

ความต่อเนื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการสะสมในด้านทราฟิกที่แน่นมากในปริมาณช่วงเวลาการใช้งานของลูกค้า เป็นผลมาจากที่ผู้ให้บริการทำการแข่งขันโปรโมชั่นราคา ที่กำหนดเวลาการใช้งานไม่อั้น จนพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเปลี่ยนไป จนทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถคอนโทรลทราฟิกได้ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์มาเสริมรองรับการขยายตัวของวงจรเชื่อมโยงได้ไม่ทันท่วงที โดยเป็นผลมาจากการขยายตัวในการใช้งานอย่างรวดเร็ว

“ปัญหาเรื่องการไม่สามารถโทรข้ามค่ายได้ในช่วงเวลาที่บริษัทมือถือออกโปรโมชั่นกันนั้น ก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีกพอสมควร หากทุกฝ่ายยังมีทีท่าในการที่จะดึงดันสร้างฐานลูกค้าให้มากที่สุดก่อนที่ กทช. จะออกมาแนวทางการกำกับดูแล อย่างค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือ กติกาการแข่งขัน ถึงแม้ว่าทุกฝ่ายออกมาพูดทำเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ”

นายอนุภาพ ถิรลาภ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมและ ผู้อำนวยการสถาบันการบริหารการสื่อสารไทย (ทีทีเอ็มเอ) กล่าวว่า เรื่องการโทร.ติดยากหรือโทร.ไม่ติดนี้ หากผู้บริโภคอยากเรียกร้องก็ต้องไปร้องต่อสคบ. แต่ท้ายสุดคงไม่ชนะ เพราะในสัญญาที่ลูกค้าทำกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไม่มีการระบุถึงเรื่องการรับรองคุณภาพการโทรออกรับสาย อย่างไรก็ตามหาก กทช. ได้นำอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่ายมาใช้ก็จะทำให้คุณภาพการโทร.ดีขึ้นมาก แต่ต้องยอมแลกด้วยอัตราบริการ ในจุดต้นทุน ซึ่งหมายถึงราคาจะต้องสูงขึ้น ที่ไม่ใช่ราคานาทีแรก 3 บาทนาทีต่อไป 1 บาทแบบในปัจจุบัน แต่จะเป็นราคาเดียวกัน ยกเว้นแต่การใช้งานในโครงข่ายของตัวเองที่จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us