|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สำนักงานก.ล.ต. ไฟเขียวบล.นครหลวงไทยสามารถปล่อยมาร์จิ้นโลนได้ ตั้งเป้าภายในปีนี้จะปล่อยในระดับ 1 พันล้านบาท ชูจุดแข็งการคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด MOR-2% พร้อมขยายฐานนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้น เดินสายทาบทามบลจ. ตั้งเป้าจะมีจำนวน 4-5 รายที่พร้อมส่งคำสั่งซื้อขายมาให้ ดึงเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งจาก บล.ฟาร์อีสท์เข้ามา ทำให้ได้บัญชีลูกค้าเพิ่มกว่า 100 บัญชี
นายสาธิต วรรณศิลปิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ให้ความเห็นชอบให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยขั้นแรกบริษัทจะนำเงินทุนมาใช้ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์จำนวน 250 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีเงินทุนประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดในระบบคือ MOR-2% หรือประมาณ 5.75% และตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ได้ประมาณ 1 พันล้านบาท
"เดิมบริษัทจะกู้เงินจากบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ หรือ TSFC เพื่อนำมาปล่อยมาร์จิ้นโลนให้กับลูกค้า ดังนั้นเมื่อสำนักงานก.ล.ต.ให้ความเห็นชอบให้บริษัททำธุรกิจด้านปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหุ้นได้ ดังนั้นบริษัทจะมีการทบทวนบัญชีลูกค้าเดิมที่ใช้เงินกู้จากทีเอสเอฟซี ให้หันมาใช้บริการของบริษัทแทน ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี" นายสาธิต กล่าว
พร้อมกันนี้ บล.นครหลวงไทย ยังมีแผนที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้ยืมหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ รวมถึงการทำธุรกิจด้านอนุพันธ์ แม้ว่าบริษัทจะไม่ใช่เป็นโบรกเกอร์ใน 20 รายแรก แต่บริษัทก็เป็นบริษัทหลักทรัพย์ 6 รายที่อยู่ระหว่างการยื่นขอเป็นโบรกเกอร์กับบริษัทตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา
นายสาธิต กล่าวว่า ภายในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามาร์เกตแชร์ด้านนายหน้าค้าหลักทรัพย์ประมาณ 1% จากปัจจุบัน ณ สิ้นเดือนมีนาคม อยู่ที่ระดับ 0.68% โดยภายในไตรมาสแรกของปีนี้มีนักลงทุนมาเปิดบัญชีเพิ่มแล้วจำนวน 507 บัญชี ซึ่งเมื่อรวมกับบัญชีเดิม จะทำให้มีจำนวนบัญชีทั้งหมดจำนวน 4,567 บัญชี และตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,500 บัญชีภายในสิ้นปีนี้ โดยส่วนหนึ่งจะเป็นลูกค้าของธนาคารนครหลวงไทย ที่มาเปิดบัญชีกับบริษัท ขณะนี้มีบัญชีที่ซื้อขายสม่ำเสมอประมาณ 35% และตั้งเป้าว่าจะเพิ่มเป็นเกิน 50%
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนลูกค้าสถาบันมากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้มีไปแนะนำข้อมูลให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือ บลจ.หลายแห่งเพื่อที่จะให้บลจ.ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัท โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีบลจ.จำนวน 4-5 บริษัทที่ส่งคำสั่งซื้อขายมาให้ปัจจุบันนี้บล.นครหลวงไทย มีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักลงทุนรายย่อยประมาณ 90% และนักลงทุนสถาบันประมาณ 10% แต่บริษัทก็ตั้งเป้าว่าสัดส่วนของนักลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 20% คาดว่าจะได้เห็นภายในครึ่งปีแรกนี้
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาบริการค้าหลักทรัพย์เพิ่มอีก 1 แห่งจากปัจจุบันที่มีจำนวน 5 แห่ง ซึ่งสาขาดังกล่าวถึงจุดคุ้มทุนแล้ว ส่วนสาขาใหม่ที่จะเปิดนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกเปิดที่เยาวราช หรือย่านรัชดา คาดว่าจะสามารถเปิดได้ภายในไตรมาส 2 นี้
นายสาธิต กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทีมมาร์เก็ตติ้งจากบล.ฟาร์อีสท์ เข้ามาร่วมงาน คือนางสาวรวีวรรณ ชัยกิต โดยเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ดูแลนักลงทุนรายย่อย โดยเข้ามาร่วมงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ส่วนการหาพันธมิตรจากต่างประเทศมาร่วมทำธุรกิจนั้น นายสาธิต กล่าวว่า ยอมรับว่ามีความจำเป็นที่จะต้องหาพันธมิตรในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา โดยบริษัทก็หวังว่าพันธมิตรจากต่างประเทศนั้นจะสามารถเกื้อหนุนในด้านธุรกรรมวาณิชธนกิจ, งานวิจัย, เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงช่องทางการหาลูกค้าเพิ่ม ส่วนในด้านของเงินทุนนั้นถือว่าบริษัทมีความพร้อมแล้ว
นางสาวรรีวรรณ ชัยกิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า ได้เข้ามาร่วมงานกับ บล.นครหลวงไทย โดยนำทีมมาด้วยทั้งหมด 5 คน ซึ่งลูกค้าประมาณ 100 บัญชี
|
|
 |
|
|