|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เรฟล่อน กิจการเครื่องสำอางค์ที่มีประวัติกรครองตำแหน่งทางการตลาดยาวนานมานับสิบปีปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจใหม่โดยหันมาเพิ่มความพยายามและการส่งเสริมการตลาด สำหรับตลาดสาวอายุเกิน 50 ปีอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าจะทำกำไรงามกว่าตลาดกลุ่มอื่น
จากการประเมินสถานการณ์ทางการตลาด เรฟล่อนเชื่อว่าปัจจุบันกลุ่มตลาดสาวใหญ่วัยเกินกว่า 50 ปีได้รับการดูแลด้านผิวพรรณจากนักการตลาดเครื่องสำอางค์น้อยกว่าที่ต้องการ ทำให้เชื่อว่าน่าจะมีช่องทางที่จะขยายตลาดในส่วนนี้ได้อีก
ในการขยายตลาดของกลุ่มลูกค้าวัยเกิน 50 ปีนั้นไม่น่าจะใช่เรื่องยากเย็นสำหรับยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจเครื่องสำอางค์จากนิวยอร์คอย่างเรฟล่อน เนื่องจาก ประการแรก เรฟล่อนได้สั่งสมความนิยมและคุณค่าของแบรนด์ย่อย ๆ อย่าง " Vital Radiance" ซึ่งเป็นสายผลิตภัณฑ์กลุ่มเมค-อัพ สำหรับคนสูงวัยโดยตรง
ประการที่สอง ที่ผ่านมา การทำตลาดของทั้งเรฟล่อนและคู่แข่งรายใหญ่อย่าง ลอรีอัลมุ่งเน้นไปที่การลดริ้วรอยบนใบหน้าให้กับกลุ่มลูกค้าวัยต้นอย่าง 30 ปีหรือ 40 ปีมากกว่า และดูเหมือนว่ายังไม่ค่อยมีผู้ประกอบการรายอื่นหันมาสนใจกลุ่มลูกค้าวัยเกิน 50 ปีอย่างเรฟล่อน จึงทำให้ช่องว่างทางการตลาดในส่วนนี้เปิดกว้างอยู่ไม่น้อย
ประการที่สาม การสำรวจตลาดกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 45 ปีและเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย หรือทำงานเท่าเทียมกับผู้ชาย ได้พบว่ามีสัดส่วนถึง 69.3% ของตลาดที่เป็นฐานลูกค้าของกิจการเครื่องสำอางทั้งหมด ที่ระดับร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าการดำเนินงานปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของเรฟล่อนมาถูกทิศทางแล้ว
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งของเรฟล่อนที่น่าจะเข้าไปชนกับเรฟล่อนในตลาดอายุเกิน 50 ปีน่าจะมีอย่างน้อย 2 รายคือ รายแรกเป็นยักษ์ใหญ่จากยุโรปอย่างลอรีอัล ก็เป็นอีกรายที่มีสายตากว้างไกล ด้วยการสั่งสมแบรนด์ ให้มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของตลาดมาพอสมควร ภายใต้กลุ่มของ "Age Perfect collection" ที่เน้นตลาดที่เน้นลูกค้ายุคเบบี้ บูม ที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทองไปตาม ๆ กัน รายที่สอง คือ พี แอนด์ จี ที่มีกลุ่มตลาดภายใต้แบรนด์ย่อย "age-defying beauty line" ที่จำหน่ายผ่านโคเวอร์ เกิร์ล แอดว้านซ์ เรเดียนซ์
สำหรับแนวทางการพัฒนาและยกระดับตลาดลูกค้าเกิน 50 ปี ของเรฟล่อนภายใต้กลุ่มแบรนด์ Vital Radiance นั้น คาดว่าจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพลิกฟื้นตลาดของแบรนด์ Almay เพื่อให้มียอดการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน่าจะรวมไปถึงการออกแคมเปญใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาส่งเสริมการตลาดอีกในอนาคต
กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะขายดีกับลูกค้ากลุ่มเกิน 50 ปี น่าจะเป็นกลุ่มที่มีสีสัน เช่น บลัช ออน และลิปสติกซึ่งยังเป็นส่วนตลาดที่ยังมีการแข่งขันสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในกลุ่มเดียวกัน ที่อยู่กับคู่แข่งรายใหญ่อย่างลอรีอัล เมเบลลีน และโคเวอร์ เกิร์ล
หากย้อนหลังประวัติศาสตร์การดำเนินงานของเรฟล่อนจะพบว่าบริษัทมีปัญหาด้านการดำเนินงานค่อนข้างมากเมื่อปี 1985 จนในที่สุดต้องขายกิจการอออกไป ให้แก่กิจการย่อของ แมคแอนดริวส์ แอนด์ ฟอร์บส์
โฮลดิ้ง ที่ควบคุมกิจการโดยนักการเงินชื่อ รอน เพเรลแทน ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเรฟล่อน หลังจากนั้น เรฟล่อนได้พยายามหาทางลดภาระหนี้สินของตนเองลงตามลำดับ รวมทั้งการออกหุ้นไปชำระหนี้สินเจ้าหนี้ด้วย
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเรฟล่อนได้ดำเนินการรื้อปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ซึ่งได้ส่งผลให้มีการว่างงานเพิ่มขึ้นราว 25% ของแรงงานทั้งหมดเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม
ผลของความพยายามปรับตัวในหลายๆ ทางของเรฟล่อนได้ส่งผลดีให้แก่กิจการทำให้เรฟล่อน ได้รับความไว้วางใจจากตลาดอีกครั้งและมีการเพิ่มเนื้อที่วางสินค้าในร้านค้าปลีกให้กับเรฟล่อนเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน ขณะที่ยอดการขาดทุนลดลง จาก 2 ปีก่อน
การลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ร่วมแบรนด์ของ Vital Radiance ครั้งนี้นับว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของเรฟล่อน อาจจะถือว่ามากที่สุดเทียบกับที่ผ่านมาและเทียบกับการลงทุนครั้งก่อนในกลุ่มสินค้า Long-lasting เมื่อปี 1994 ด้วย โดยเรฟล่อนคาดหวังอย่างมากกว่า การลงทุนปรับกลุ่มแบรนด์ของตนใหม่ครั้งนี้จะทำให้ลูกค้าที่ไม่ได้รับความพอใจจากบริการและผลิตภัณฑ์ในอดีตกลับมาเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีต่อตรายี่ห้อของเรฟล่อนอีกครั้งหนึ่งด้วยการเสนอความโดดเด่นด้วยคุณลักษณะ
* ที่เจาะจงกลุ่มลูกค้าที่มีวัยเกิน 50 ปี เป็นการบริการที่ดูแลส่วนบุคคลจริงๆ
* ที่เจาะตลาดผ่านช่องทางใหม่ เช่น ตามร้านขาย และร้านค้าปลีกแบบให้ส่วนลด
* เรฟล่อนใช้เวลาในการพัฒนาและวิจัยสินค้าที่จะออกวางตลาดใหม่นี้ถึงกว่า 2 ปีกว่าจะมั่นใจว่าจะถูกใจชูกค้าเป้าหมาย
สำหรับลูกค้ากลุ่มเกิน 50 ปีแล้ว แทบจะไม่มีเวลาใดที่จะได้ใช้เครื่องสำอางจนมีการมีใช้สำนวนว่าหน้านวลทั้งวัน หรือ ware cosmetic เป็นหน้ากากเพื่อเพิ่มความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา รายจ่ายในส่วนนี้ไม่น่าจะต่างกับค่าทรีทเมนต์หน้าซึ่งเชื่อว่าลูกค้าพร้อมที่จะยอมแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วได้อย่างสบายใจหากทำการเมค-อัพใบหน้าแล้วลดปัญหาที่มีอยู่ได้ นับตั้งแต่รองพื้นที่มักแห้งไปหากเป็นสินค้าปกติไปจนถึงรองพื้นและเมค-อัพที่มีสีสันอ่อนเกินไป จนไม่สามารถปกปิดริ้วรอยและกระที่กระจายตามใบหน้าได้ หรืออายชาโดว์ที่แห้งเกินไป ไม่ชุ่มชื้นเหมาะกับผิวแห้ง ๆ และย่น ๆ ของคนสูงอายุ
อย่างไรก็ตาม หากการคาดการณ์ของเรฟล่อนถูกต้อง เชื่อว่าในไม่ช้าผู้ผลิตเครื่องสำอางยี่ห้ออื่นที่เป็นคู่แข่งขันของเรฟล่อนจะเข้าไปมาแย่งส่วนแบ่งในตลาดสาวสูงวัยตามอย่างแน่นอน
|
|
 |
|
|