|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า ธนาคารฯได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น เพื่อขอประกาศแต่งตั้ง นายเอกศักดิ์ ภูริผล กรรมการและรองประธานกรรมการบริหาร ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายกฤตย์ รัตนรักษ์ ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2549 ที่ผ่านมา ขอเกษียณอายุ จึงได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีผลตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2549 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังขออนุมัติให้มีการตั้งกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระ โดยนายทิพย์สมาตย์ ณ เชียงใหม่ นายสุรชัย พฤกษ์บำรุง และนายวิรัช ไพรัชพิบูลย์ กรรมการที่ครบกำหนดตามวาระ กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการธนาคารอีวาระหนึ่ง และพิจารณาเลือกตั้ง นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ เข้ามาเป็นกรรมการธนาคารแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่าง
แหล่งข่าว กล่าวว่า การที่ธนาคารได้แต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารขึ้นมาใหม่แทน นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และยังเป็นผู้ก่อตั้งธนาคาร โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเปิดทางให้กับกลุ่มพันธมิตรรายใหม่ที่จะเข้ามาถือหุ้นในธนาคาร โดยขณะนี้ได้มีการเจรจากันในระดับผู้บริหารกันเบื้องต้นแล้ว รวมทั้งเข้ามาทำการตรวจ
สอบทรัพย์สิน(ดิวดิรีเจ้นท์ ) ซึ่งพันธมิตรที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในการเข้ามาร่วมกับธนาคาร คือ จีอี ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจและผู้ที่เชี่ยวชาญธุรกิจรายย่อยในการเปิดทางให้จีอี เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรนั้น กลุ่มรัตนรักษ์นั้น ไม่ได้ทิ้งธนาคารหรือขายหุ้นออกทั้งหมด ยังคงรักษาสัดส่วนของการถือหุ้นในระดับที่สูงอยู่ แต่จะเป็นการเปิด
ทางในลักษณะของ บริษัท ปูนซิเมนต์นครหลวง จำกัด และบริษัทประกัน ที่ได้ขายให้แก่ต่างชาติ โดยในเงื่อนไขของการเป็นพันธมิตรนั้น หากต้องการที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารหรือจะปล่อยให้ทีมบริหารเดิม ก็ได้ ซึ่งกลุ่มรัตนรักษ์ ยินดีที่จะเปิดทางให้
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า นายกฤตย์ได้พยายามที่จะยื้อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไว้ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจ ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งเดียวที่ไม่สนใจให้พันธมิตรต่างชาติเข้ามาถือหุ้นเลย และขณะนี้กระแสของของยุคโลกาภิวัฒน์ อีกทั้งจะมีการเปิดเสรีทางการเงินในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นธนาคารกรุงศรีอยุธยาเองจะหลีกเลี่ยงการเข้ามาของต่างชาติร่วมการแข่งขันต่างๆไม่ได้ กลุ่มรัตนรักษ์ จึงจำเป็นที่ต้องเปิดทางให้พันธมิตรต่างชาติอย่างจีอี เข้ามา
“เชื่อว่ากลุ่มรัตนรักษ์ ไม่ทิ้งธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั้งหมดแน่ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในระดับต้นๆอยู่ แต่เปิดทางให้พันธมิตรเข้ามาเสริมด้านเงินทุน และการแข่งขันในธุรกิจธนาคาร ใน๘ระเดียวกันก็เริ่มสนใจในธุรกิจบันเทิงมากยิ่งขึ้น”แหล่งข่าวกล่าว
”กฤตย์'ยอมรับมีพันธมิตรเจรจาขอเข้าร่วมทุน
นายกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการ กล่าวว่า การหาพันธมิตรของธนาคารกนั้น ได้มีพันธมิตรหลายรายให้ความสนใจเข้ามาเจรจากับธนาคาร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งบริษัท จีอี ถือว่าเป็นพันธมิตร 1 ใน 5 ราย ที่สนใจมาเป็นพันธมิตรกับธนาคาร ซึ่งการเจรจาในขณะนี้ก็คืบหน้าพอสมควรแต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้
นายพงศ์พินิต เดชะคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ธนาคารมีหุ้นที่เคยขอผู้ถือหุ้นไว้ที่จะขายแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 2,000 ล้านหุ้น และขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม 1,000 ล้านหุ้น ซึ่งสามารถนำมาขายให้กับพันธมิตรได้เลย โดยไม่ต้องขอออกหุ้นใหม่เพิ่มอีก จึงไม่กระทบกับหุ้นของธนาคาร ทั้งนี้ปัจจุบันมีหุ้นที่ซื้อขายในตลาด 2,800 ล้านบาท
|
|
 |
|
|