|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ศาลล้มละลายกลาง สั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ "ทีพีไอ" หลังเดินตามแผนฟื้นฟูฯ จนฐานะมีความแข็งแกร่งแล้ว พร้อมอนุญาตให้มีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการจากพันธมิตรร่วมทุนบริหารทีพีไอต่อไป ขณะที่บอร์ดทีพีไอ อ้างอำนาจตกอยู่ในมือผู้บริหารชุดเดิม ตั้ง "ประชัย" นั่งประธานกรรมการบริหาร พร้อมกรรมการชุดใหม่อีก 10 คน
วานนี้ (26 เม.ย.) ศาลล้มละลายกลางได้นัดพิจารณาคำร้องของผู้บริหารแผนฯที่ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) หลังจากบริษัทฯได้ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูครบถ้วน โดยนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีพีไอ ในฐานะผู้บริหารลูกหนี้ ได้ยื่นคำร้องขอศาลเลื่อนการพิจารณาคดีดังกล่าว เพื่อรอฟังคำสั่งของศาลฎีกาในคดีที่ยังคั่งค้างอยู่กว่าสิบคดี
โดยผู้บริหารแผนฯชี้ว่า ทีพีไอดำเนินการต่างๆตามแผนฟื้นฟูครบถ้วนแล้ว ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ในการฟื้นฟูฯอีกต่อไป รวมทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) รายงานว่า ทีพีไอได้ดำเนินการตามแผนฯ เป็นผลสำเร็จแล้ว โดยมีการปรับโครงสร้างทุน การชำระหนี้ตามข้อกำหนดของแผนฟื้นฟูฯ
รวมทั้งทีพีไอมีกิจการที่มั่นคง มีรายได้สามารถประกอบกิจการได้แล้ว แม้ว่าผู้บริหารลูกหนี้จะอ้างว่ามีคดีที่ยังคั่งค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำนวนมาก แต่ตราบใดที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่ง ถือว่าคำสั่งของศาลล้มละลายกลางมีผลบังคับใช้อยู่ ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้ยกเลิกการการฟื้นฟูกิจการทีพีไอ
ศาลฯได้อนุญาตให้ผู้บริหารแผนฯกำหนดวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทีพีไอในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขบทเฉพาะกาล และเพื่อให้นักลงทุนใหม่มีส่วนร่วมเข้ามาบริหารงานได้หลังจากศาลมีคำสั่งให้ทีพีไอออกจากการฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากเป็นเรื่องปกติทั่วไปในการทำการค้า จึงถือว่าวาระ แต่งตั้งกรรมการใหม่เพิ่มเติมเพื่อให้ครบ 25 คน และแต่งตั้งกรรมการที่มีอำนาจลงนามดุแลกิจการลูกหนี้อยู่ในขอบเขตตามข้อบังคับของทีพีไอตามบทเฉพาะกาล โดยศาลฯได้ยกคำร้องของผู้บริหารลูกหนี้ที่ยื่นขอให้ยกเลิกการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันดังกล่าว
นอกจากนี้ ศาลฯยังได้ยกคำร้องของผู้บริหารลูกหนี้ที่ขอให้ศาลมีสั่งปลดผู้บริหารแผนฯออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้บริหารลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราว เนื่องจากทนายมีการเรียกเก็บเงินค่าว่าความคดีหมิ่นประมาทของผู้บริหารแผนฯจากทีพีไอ ซึ่งถือว่าเป็นคดีความส่วนตัวจำนวน 1.9 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯเกิดความเสียหาย และไม่ได้ขออนุญาตศาลฝ่าฝืนกฎหมายล้มละลายนั้น
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากแผนฟื้นฟูได้ดำเนินการเสร็จแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีการตั้งผู้บริหารแผนชั่วคราว และการปลดผู้บริหารแผนช่วงนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดต่อทุกฝ่าย น่าจะก่อให้เกิดภาวะสับสนต่อธุรกิจของลูกหนี้เอง ส่วนที่จะให้ผู้บริหารแผนฯชำระเงินค่าคดีความดังกล่าว หากเป็นจริงแล้ว ทีพีไอมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้บริหารแผนฯชำระคืนเงินดังกล่าวได้ภายหลังจากบริษัทหลุดพ้นการฟื้นฟูกิจการแล้ว จึงไม่มีเหตุอันควรให้ผู้บริหารแผนฯออกจากตำแหน่ง
นอกจากนี้ ศาลฯได้ยกคำร้องผู้บริหารลูกหนี้ที่ขอให้มีคำสั่งให้ผู้บริหารแผนฯนำดวงตราบริษัทมาส่งมอบต่อศาล เพื่อที่จะส่งมอบให้ผู้บริหารลูกหนี้ได้ทันทีหลังจากศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ โดยศาลเห็นว่าผู้บริหารแผนฯมีหน้าที่ต้องส่งมอบดวงตราคืนให้ลูกหนี้โดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว และไม่เห็นว่าผู้บริหารแผนฯจะฝ่าฝืน ซึ่งผู้บริหารลูกหนี้ควรประสานงานกับผู้บริหารแผนฯโดยตรง
ส่วนที่กล่าวว่าหากผู้บริหารแผนไม่สามารถส่งมอบดวงตราได้ภายในวันที่ศาลมีคำสั่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้บริหารลูกหนี้สามารถทำนิติกรรมโดยไม่ต้องใช้ดวงตราจนกว่าได้รับมอบดวงตรานั้น ศาลไม่อาจสั่งได้ตามที่ผู้บริหารลูกหนี้ เพราะขัดข้อบังคับลูกหนี้ได้จึงให้ยกคำร้อง และไม่เห็นชอบให้ผู้บริหารลูกหนี้ออกดวงตราบริษัทเพิ่มเติม เนื่องจากมีดวงตราอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ศาลได้ยกคำร้องของผู้บริหารแผนฯ ที่ยื่นเมื่อ 26 เม.ย. เวลา 14 .45 น. ที่ขอไม่ให้ผู้บริหารลูกหนี้จัดประชุมคณะกรรมการในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 15.00 น. แม้ว่าขณะนั้นศาลยังไม่ได้มีคำสั่งให้ทีพีไอออกจากการฟื้นฟูกิจการก็ตาม
ทั้งนี้ ศาลล้มละลายกลางได้ใช้เวลาพิจารณาคำร้องดังกล่าวข้างต้นในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 10.30 น.ก่อนที่จะเลื่อนมานัดฟังคำสั่งในช่วงเวลา 15.00 น. หลังจากศาลเห็นว่าคดีดังกล่าววินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนเพิ่มเติม โดยยกคำร้องของนายประชัย ที่ขอเลื่อนการพิจารณาให้ทีพีไอออกจากการฟื้นฟู ฯ เพราะไม่รู้ว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งคดีที่ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อไหร่ จึงยกคำร้องการขอเลื่อนพิจารณาคดีออกไป
หลังจากศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการทีพีไอแล้ว ตัวแทนพนักงานทีพีไอที่เดินทางมาจากจังหวัดระยองจำนวน 200 คนได้โห่ร้องแสดงความยินดี พร้อมทั้งจะดินทางร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ด้วย
บอร์ดทีพีไอตั้ง'ประชัย'นั่งปธ.
นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กรรมการ บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ TPI ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการมีผลให้อำนาจการจัดการกิจการและทรัพย์สินของทีพีไอกลับมาอยู่กับคณะกรรมการของ TPI อีกครั้ง ดังนั้นที่ประชุมคระกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2549 จึงได้มีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการเก่าที่ออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระรวม 10 คน
โดยกรรมการใหม่ทั้ง 10 คน ประกอบด้วย นางอรพิน เลี่ยวไพรัตน์ นายสมชาย สกุลสุรรัตน์ นายประกิต ประทีประเสน นายประหยัด เลี่ยวไพรัตน์ นายจำนงค์ พนัสจุฑาบูรย์ พลเอกอารักษ์ โรจนุตมะ นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ นางสาวอชิรา เลี่ยวไพรัตน์ นายภากร เลี่ยวไพรัตน์ นางสาวภัทรพรรณ เลี่ยวไพรัตน์ รวมทั้งแต่งตั้งนายประชัย ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท นางสาวมาลินี เลี่ยวไพรัตน์ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 นายชยุติ ศรียุกต์สิริ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 และแต่งตั้งนายประทีป เลี่ยวไพรัตน์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
"ทุกอย่างต้องทำตามตัวบทกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากนำกระแสพระราชดำรัสในหลวงมาใช้เพื่อนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และทำให้ทีพีไอเจริญรุ่งเรือง ซึ่งประเทศไทยมีปัญหา เศรษฐกิจวุ่นวายเพราะท่านหน้าเหลี่ยม ได้สั่งให้ทุกคนไม่ทำตามตัวบทกฎหมาย จึงทำให้ทีพีไอมีปัญหา ซึ่งผมต้องขอขอบคุณท่านที่ทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น"
ด้านทนายความคณะกรรมการเจ้าหนี้ทีพีไอ กล่าวว่า ขณะนี้ทางปตท.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหนี้ทีพีไอเพื่อขอซื้อหนี้คืนในราคาส่วนลด ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเจ้าหนี้แต่ละรายว่าจะยอมขายหนี้แบบมีส่วนลดหรือไม่ เพราะบทบาทของคณะกรรมการเจ้าหนี้ถือว่าสิ้นสุดลงหลังศาลมีคำสั่งให้ทีพีไอออกจากการฟื้นฟูกิจการ
ซึ่งรูปแบบการซื้อหนี้คืนแบบมีส่วนลดนั้น หากปตท.ซื้อหนี้ดังกล่าวเองจะทำให้ปตท.กลายเป็นเจ้าหนี้ทีพีไอแทนเจ้าหนี้เดิม หรือ การซื้อหนี้คืนโดยทีพีไอ ซึ่งปัจจุบันทีพีไอมีกระแสเงินสดประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าหากทีพีไอทยอยชำระหนี้เงินกู้เป็นล็อต มั่นใจว่าทีพีไอจะชำระหนี้หมดภายใน 5ปีก่อนกำหนดในแผนที่จะชำระคืนหนี้หมดภายใน 10 ปี
สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นทีพีไอในวันนี้ ทางผู้บริหารแผนฯจะเป็นผู้จัดการประชุม เพื่อดำเนินการแต่งตั้งตัวแทนจากคณะผู้บริหารแผนชุดเดิม และพันธมิตรร่วมทุนเป็นกรรมการใหม่เพิ่มเติมกรรมการที่ออกไปจนครบ 25 คน
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทีพีไอในวันนี้ที่หอประชุมกองทัพอากาศนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 200 นายรักษาความปลอดภัย รวมทั้งมีสารวัตรทหารอากาศ และสายสืบตำรวจมาเพื่อรักษาความปลอดภัยในการประชุมดังกล่าว
|
|
 |
|
|