Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 เมษายน 2549
ผู้ผลิตน้ำปลาอ่วมแบกต้นทุน20%ทายาท“ตราปลาหมึก”ส่งเมกาเชฟบี้ทิพรส             
 


   
search resources

Food and Beverage
Marketing
สินวารีพัฒนา, บจก.




“ทายาทน้ำปลาตราปลาหมึก” ชี้ผลพวงราคาน้ำมันขยับกระทบต้นทุนผลิตน้ำปลาพุ่ง 10-20% ระบุน้ำปลาเป็นสินค้าที่ไม่ปรับราคารอบ 6 ปี ล่าสุดทุ่ม 245 ล้านบาท ผุดบริษัท “สินวารีพัฒนา” ปั้นน้ำปลาแบรนด์ใหม่ “เมกาเชฟ” เจาะตลาดพรีเมียม หวังแซะฐานเขย่าบัลลังก์ทิพรส พร้อมเล็งใช้อัมเบรลล่าแบรนด์ขยายไลน์ซอสปรุงรสต่อยอด ปีแรกตั้งเป้ามีแชร์ 5%

นายภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สินวารีพัฒนา จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำปลาภายใต้แบรนด์ “เมกาเชฟ” ซึ่งเป็นทายาทของน้ำปลาตราปลาหมึก เปิดเผยว่า ผลพวงจากภาวะราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กระทั่งปัจจุบันราคาน้ำมันก็ยังขยับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตซึ่งมีปัจจัยจากราคาน้ำมันอย่างเดียวเพิ่มขึ้น 10-20% ซึ่งยังไม่รวมถึงต้นทุนแพกเกจจิ้งที่ปรับเพิ่มขึ้น

โดยก่อนหน้านี้ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาภายใต้สมาคมน้ำปลาไทย ได้ยื่นเรื่องต่อกรมการค้าภายในขอปรับราคาสินค้าขึ้น จากปัจจุบันขนาด 700 ม.ล.จำหน่ายราคา 28-30 บาท โดยน้ำปลาเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา นอกจากผู้ประกอบการน้ำปลาต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยด้านอื่นๆ เช่น เชนโมเดิร์นเทรด ปรับค่าธรรมเนียมขนส่งเพิ่มขึ้น 10-20% ในปีนี้

ส่วนสภาพตลาดน้ำปลาพรีเมียมมูลค่า 2,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตที่น้อยลงและช้ามากขึ้น ภายหลังจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโต 5% อีกทั้งจากกระแสสุขภาพที่กำลังมาแรงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปใช้ซีอิ๊วแทนน้ำปลา

ดังนั้นเพื่อกระตุ้นตลาดน้ำปลาให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5% ปีนี้ บริษัทฯจึงได้ทุ่มงบโดยรวมกว่า 245 ล้านบาท แบ่งเป็น ทุนจดทะเบียนบริษัท สินวารีพัฒนา 120 ล้านบาท สร้างโรงงาน 80 ล้านบาท งบการตลาด 40 ล้านบาท งบวิจัยและพัฒนาสินค้า 5 ล้านบาท

ประเดิมด้วยการเปิดตัวน้ำปลา “เมกาเชฟ” ระดับพรีเมียมกว่าผู้นำตลาดทิพรส ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่ง 40% ส่วนอันดับสองปลาหมึกมีส่วนแบ่ง 25% อีกทั้งภายใต้อัมเบรลล่าแบรนด์ “เมกาเชฟ” ยังได้เตรียมต่อยอดด้วยการขยายไลน์สินค้าใหม่ปีละ 1 รายการ ในเบื้องต้นปีหน้าได้เตรียมเปิดตัวซอสปรุงรส โดยวางตำแหน่งสินค้าระดับพรีเมียม ทั้งนี้เพื่อสร้างแตกต่างกับสินค้าที่มีอยู่ในตลาด อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น

จากการสำรวจพบว่าตลาดน้ำปลาระดับล่างราคา 8-10 บาท สัดส่วนตลาด 70% ของตลาดการเติบโตลดลง ส่วนน้ำปลาราคา 28-30 บาท สัดส่วน 70% ของตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น

สำหรับน้ำปลาเมกาเชฟวางราคาแพงกว่าน้ำปลาพรีเมียม “ปลาหมึก-ทิพรส” โดยขนาดบรรจุภัณฑ์ 700 ม.ล.จำหน่าย 28-30 บาท ส่วนเมกาเชฟราคา 42-44 บาท ภายใต้สโลแกน “อร่อย จากสิ่งดีๆ” เน้นเจาะกลุ่มแม่บ้านอายุ 25-45 ปี มีความทันสมัยอาศัยในกรุงเทพหรือตามหัวเมืองใหญ่ โดยช่องทางจำหน่ายเน้นที่โมเดิร์นเทรดชั้นนำ ร้านค้าท้องถิ่น และร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไปตามต่างจังหวัด

ทั้งนี้งบการตลาดปีแรกวางไว้ 40 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 35 ล้านบาท และการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นที่การสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างการจดจำตราสินค้า ผ่านโฆษณาทั้งจากโทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร เป็นต้น พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ณ จุดขาย โดยเชิญเชฟโรงแรม 5 ดาวมาร่วมปรุงอาหาร รวมทั้งยังได้เตรียมจัดทำโปรโมชั่นร่วมกับช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ

นอกจากนี้ในปลายปีนี้บริษัทฯยังได้เตรียมส่งออกน้ำปลาเมกาเชฟ ไปยังตลาดต่างประเทศในสัดส่วน 30% โมเดลเดียวกับน้ำปลาตราปลาหมึก ในเบื้องต้นคาดว่าจะส่งออกไปยังประเทศอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย โดยมีคู่แข่งที่สำคัญน้ำปลาจากประเทศฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

โดยคาดว่ากำลังการผลิตของน้ำปลาเมกาเชฟซึ่งมีทั้งหมด 10 ล้านลิตร จะรองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3 ปี ทั้งนี้การเปิดตัวน้ำปลาเมกาเชฟในปีแรกคาดว่าจะมีส่วนแบ่ง 5% จากมูลค่าตลาด 2,000 ล้านบาท หรือคาดว่าจะมีรายได้ 100 ล้านบาท ส่วน 3 ปีตั้งเป้ามีส่วนแบ่งเป็น 10%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us