|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
TPC ไตรมาสแรกปีนี้กำไรโต 34% ผลจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง แม้ว่าราคาขายจะลดลง แต่ส่วนต่างระหว่างราคาขายพีวีซีกับวัตถุดิบหลักก็ยังสูงกว่าปีก่อน นอกจากนั้นกำไรส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นได้มาจากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทในกลุ่ม โดยส่วนใหญ่รายได้มาจากธุรกิจท่อและผลิตภัณฑ์พลาสติกสำเร็จรูป
นายโฉลกพร ผลชีวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (TPC) และบริษัทย่อยแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ สิ้นสุด 31 มีนาคม 49 ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 670.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวดันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 500.92 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มจาก 57 สตาค์ต่อหหุ้น เป็น 77 สตางค์ต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34 ซึ่งผลส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง แม้ว่าราคาขายจะลดลง แต่ส่วนต่างระหว่างราคาขายพีวีซีกับวัตถุดิบหลักก็ยังสูงกว่าปีก่อน นอกจากนั้น กำไรส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นได้มาจากผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทในกลุ่ม
โดยในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้ 910.50 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 985.687 ล้านบาท ลดลง 75.180 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.63 สาเหตุใหญ่เกิดจากปริมาณขายและราคาขายที่ลดลง มีกำไรสุทธิ 6.715 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 136.404 ล้านบาท เป็นผลให้กำไรสุทธิลดลง 129.689 ล้านบาท หรือลดลงเท่ากับร้อยละ 95.08 เนื่องจากในปีก่อนกำไรสุทธิของบริษัทฯรวมกำไรจากหนี้สูญได้รับคืนมูลค่ารวม 83.861 ล้านบาท และในปี 2549 ต้นทุนการผลิตของบริษัทสูงขึ้นกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากราคาน้ำมันเตาและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
สำหรับภาพรวมขจองเศรษฐกิจราคาขายของตลาดเอเชียพบว่าภาวะราคาพีวีซีในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ 1 ของปี 48 จาก 870 ดอลลาร์ต่อตัน มาอยู่ที่ 770 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตของพีวีซีในประเทศจีนทำให้การนำเข้าของจีนลดลง และราคาลดลงต่ำกว่าปีก่อน ในขณะที่วัตถุดิบหลักคืออีดีซีปรับตัวลดลง ส่วนเอทธิลีนปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับที่สูงกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความต้องการที่สูงกว่าปริมาณผลิตในตลาดและความไม่สงบทางการเมืองในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
ขณะที่ตลาดในประเทศนั้น ไตรมาสแรกปีนี้พบว่า ปริมาณขายในประเทศของบริษัทฯเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของความต้องการในประเทศ โดยเฉพาะตลาดท่อซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านราคาขายในประเทศ จากเดิมในไตรมาสที่ 1 ของปี 48 ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่า CIF FE 5%ในไตรมาสนี้ราคาขายเมื่อเทียบกับราคา CIF FE ลดลงเหลือสูงกว่า CIF FE 3% ส่วนตลาดต่างประเทศลดลงเล็กน้อย
โดยสัดส่วนรายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยไตรมาสแรกปีนี้เป็นผลจากธุรกิจพีวีซี ธุรกิจท่อและผลิตภัณฑ์พลาสติกสำเร็จรูปในสัดส่วนร้อยละ 73 และร้อยละ 25 ของรายได้รวม ตามลำดับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจพีวีซี ร้อยละ 51 เป็นการขายภายในประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นการส่งออกและผลจากการขายของบริษัทย่อยในต่างประเทศ และต้นทุนขายในไตรมาสนี้ มีต้นทุนขายรวม 5,030 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 15 เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลัก คือ อีดีซีและเอทธิลีนที่ต่ำกว่าปีก่อน
|
|
 |
|
|