|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
รร.เซ็นทรัลฯเผยผลประกอบการปี 48 กลุ่มธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มกวาดรายได้กว่า 3,836.7 ล้านบาท โชว์ 3 หัวหอก “มิสเตอร์โดนัท เคเอฟซี อานตี้แอนส์” สร้างกำไรสุทธิพุ่ง 36% เปิดแผนปี 49 เน้นขยายธุรกิจจากแบรนด์ที่มีอยู่ และนำแบรนด์ใหม่ๆออกสู่ตลาด
นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ได้กลับเข้าสู่ภาวะเดิมตั้งแต่ช่วงกลางปี 2548 หลังจากเหตุการณ์สินามิ โดยทำให้บริษัทฯมีรายได้รวม ณ สิ้นปี 2548 อยู่ที่ 6,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 13.4% โดยมีกำไรทั้งสิ้นกว่า 885.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6 % จากปี 2547 โดยธุรกิจกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีกำไรสุทธิสูงขึ้น 36.9% เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่สร้างรายได้สูงสุด ด้วยยอดขายกว่า 3,836.7 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20.8 % รองลงมา คือ กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ต 2,375 ล้านบาท เติบโตเพียง 3.3%
สำหรับแผนการตลาดในปี 2549 บริษัทฯ มีแผนในการขยายกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาด จาก 5แบรนด์ที่มีอยู่ภายใต้การดูแลของเซ็นทรัลเรสเตอรองส์กรุ๊ป ประกอบด้วย 1.มิสเตอร์โดนัท 2.เคเอฟซี 3.อานตี้แอนส์ 4.บาสกิ้น-ร้อบบิ้นส์ และ 5.พิซซ่า ฮัท ซึ่งขณะนี้มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดกว่า 427 สาขา จากเดิมในปี 2547 ที่มี 371 สาขา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แบรนด์ใหม่ของกลุ่มเซ็นทรัลมีการศึกษาและพูดมานาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเลย
โดยในปี 2548 นี้ มี 3 แบรนด์หลักที่มีรายได้สูงขึ้น คือ มิสเตอร์โดนัท เคเอฟซี และอานตี้แอนส์ ขณะที่แบรนด์ มิสเตอร์โดนัท ถือได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด สามารถครองส่วนแบ่งเป็นอันดับหนึ่งในตลาดโดนัท ด้วยจำนวนสาขากว่า 162 สาขา และยอดขายที่เพิ่มขึ้น 52 % จากปี 2547 สาเหตุหนึ่งมาจากการปรับปรุงรูปแบบสาขาใหม่ เน้นการทำโดนัทสดๆ ในรูปแบบของ ไมโคร คิทเช่น นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆชื่อ พอน เดอะ ริง มาทำตลาด จนทำให้มิสเตอร์โดนัทได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านแบรนด์ เคเฟซี ก็ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภค ส่งผลให้มีผลประกอบการดีเยี่ยมสูงกว่าที่ได้ประมาณการไว้คือ 15% โดยความสำเร็จนี้ในครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย เช่น กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ทูน่าคอร์นสลัด และ ซีสซี่ฟรายส์ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า รวมไปถึงการขยายสาขาเพิ่มเป็น 121 สาขาในปี 2548 และสำหรับปี 2549 นี้ ทางเคเอฟซี จะยังคงเน้นในเรื่องของการขยายสาขาเป็นสำคัญ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย และมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนแบรนด์อานตี้แอนส์นั้น มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 56% เนื่องมาจากการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น Pretzel Dog และ Snow Stix เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และจากการขยายสาขาเพิ่มจากเดิม 46 สาขาในปี 2547 เป็น 70 สาขา ครอบคลุมทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด ในปี 2548 นี้อีกด้วย
ส่วนอีก 2 แบรนด์ที่เหลือ อย่างบาสกิ้น-ร้อบบิ้นนั้น ในปี 2549 จะเน้นการเพิ่มการบริหารตลาดภายใต้ระบบแฟรนไชส์ การทำตลาดตลาดในรูปแบบจัดเลี้ยง และขายผ่านช่องทางร้านอาหารและโรงแรมเพิ่มขึ้น ยังคงเน้นพัฒนาการเป็นผู้นำทางด้านรสชาติไอศกรีม พร้อมปรับโฉมรูปแบบร้านให้มีชีวิตชีวามากขึ้น รวมไปถึงการขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา ทำให้มีสาขาเพิ่มเป็น 44 สาขา ส่วนทางด้านพิซซ่า ฮัทนั้นปี 2548 ที่ผ่านมายังไม่มีการขยายสาขาแต่อย่างใด แต่จะเน้นการปรับปรุงร้านเป็นหลัก พร้อมกับเพิ่มความหลากหลายของสินค้าใหม่ๆเป็นสำคัญ
|
|
 |
|
|