|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ปตท.สผ.เทรดราคาพาร์ใหม่ควงหุ้นพลังงานผสมโรงด้วยหุ้นเก็งกำไร "APURE-THECO-IEC" พุ่งสวนดัชนี บล.บีฟิท ชี้นักลงทุนแค่เข้ามาเก็งกำไรเท่านั้น ด้านบล.ธนชาต แนะขายหลังราคาหุ้นปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง โบรกฯรอลุ้นการประกาศผลส.ส. และการประชุมสภา หากไม่มีปัญหาจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ pttep ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จาก 5 บาทเป็น 1 บาทต่อหุ้นเป็นวันแรกโดยราคาปิดเมื่อวันที่ 21 เม.ย.หากพิจารณาตามราคาพาร์ใหม่อยู่ที่ 129.60 บาท ขณะที่ราคาที่ซื้อขายวานนี้( 24 เม.ย.) เปิดที่ระดับ 135 บาท ก่อนปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ระดับ 139 บาท เพิ่มขึ้น 9.40 บาท หรือ 7.25% ก่อนจะปรับตัวลดลงมาปิดที่ 135 บาท เพิ่มขึ้น 5.40 บาท หรือ 4.17% มูลค่าการซื้อขาย 1,289.35 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น PTT วานนี้ปิดที่ 268 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 0.75% มูลค่าการซื้อขาย 850.02 ล้านบาท ขณะที่หุ้น TOP ราคาปิดที่ 72 บาทเพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.70% มูลค่าการซื้อขาย 462.46 ล้านบาท
นายอนุพนธ์ ศรีอาจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท จำกัด กล่าวว่า ราคาหุ้น PTTEP ซึ่งซื้อขายในราคาพาร์ใหม่เป็นวันแรก ส่งผลทำให้จำนวนหุ้นที่ซื้อขายในกระดานเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่านักลงทุนจึงมีการเข้ามาซื้อเพื่อเก็งกำไรกันมากขึ้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงส่งผลทำให้ราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในปัจจุบันถือว่าเป็นการปรับขึ้นจนราคาหุ้นไม่ได้อยู่ในระดับที่ปกติ ขณะที่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาก็ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแม้ว่าในแง่พื้นฐานของบริษัทยังเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานที่ดีก็ตาม
ในส่วนของหุ้นบมจ.ไทยอยยล์ หรือ TOP และบมจ.ปตท.หรือ PTT ที่ปรับตัวขึ้นมาเป็นเพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นเป็นหลัก โดย PTT เป็นบริษัทที่มีธุรกิจหลากหลายจึงทำให้สัดส่วนการได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจะไม่มากเท่า TOP PTTEP
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด แนะนำขายหุ้น PTTEP โดยระบุว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลผลิตน้ำมันจากแหล่ง Yetagun ลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียวเนื่องจากปัญหาด้านอุปกรณ์ แต่คาดว่าจะสามารถกลับมาเริ่มผลิตได้ตามปกติในกลางสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบไม่ถึง 1% ต่อประมาณการผลประกอบการของ PTTEP เนื่องจากรายได้จากแหล่งดังกล่าวคิดเป็น 4% ของรายได้รวมของ PTTEP ในปีนี้ ในทางปัจจัยพื้นฐานเรายังแนะนำ “ขาย”
นอกจากนี้การแตกพาร์จาก 5 บาทต่อหุ้นเหลือ 1 บาทต่อหุ้น ซึ่งในเชิงกลยุทธ์ อาจมีแรงเก็งกำไรใน PTTEP แม้ว่าข่าวดังกล่าวจะสะท้อนในราคาหุ้นแล้วระดับหนึ่งก็ตาม แต่ในระยะยาว เราเชื่อว่า PTTEP อยู่ในช่วงที่ต้องลงทุนอย่างหนักคือราว 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงปี 2006-2010 ภาระการลงทุนดังกล่าว
อย่างไรก็ตามทางเทคนิค แม้ว่าจะดูว่าค่อนข้างแข็งกว่าตลาด มากพอสมควรแต่การปรับตัวสูงขึ้นมาต่อเนื่องและอยู่ในเขตซื้อมากเกินไปมาระยะนึ่งแล้ว ทำให้เป็นจุดที่น่าจะมีการชะลอตัวในระยะสั้น น่าทยอยทำกำไรในระยะสั้นที่บริเวณนี้ โดยหากผ่านไปได้ก็ยังไม่น่าจะสามารถผ่านแนวต้าน 133-135 ได้ แนวรับ 125 บาท
**เก็งกำไรหุ้นน้ำมันฉุดดัชนี
ด้านภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วานนี้(24 เม.ย.) ในช่วงเช้าดัชนีแกว่งตัวอยู่ในแดนบวกก่อนที่จะปรับตัวลดลงในช่วงก่อนปิดตลาดทำให้ดัชนีปิดที่ 771.54 จุด ลดลง 1.52 จุด หรือ 0.20% โดยระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นสูงสุดที่ 778.26 จุดและจุดต่ำสุดอยู่ที่ 771.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,089.25 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 633.84 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 352.81 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 281.03 ล้านบาท
นายอมเรศ สิงห์ณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์แอ๊ดคินชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นักลงทุนยังให้น้ำมันเรื่องราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก รวมถึงปัจจัยทางด้านการเมืองเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และเรื่องการเปิดประชุมสภาว่าจะสามารถเปิดได้หรือไม่
ทั้งนี้ แม้ว่ามีปัจจัยลบเข้ามากระทบต่อตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นหุ้นที่มาร์เกตแคปค่อนข้างสูง
สำหรับแนวโน้มดัชนีวันนี้ คาดว่าดัชนีแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ แต่นักลงทุนจะต้องติดตามเรื่องราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในหากปรับตัวลดลงอาจจะส่งผลทำให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานออกมา โดยประเมินแนวรับที่ 770 จุด และแนวต้านที่ 780 จุด
นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วานนี้ดัชนีปรับตัวลดลงเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ยังมีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกทำให้ตลาดหุ้นหลายแห่งดัชนีปรับตัวลดลงเพราะมีแรงเทขายออกมา
ทั้งนี้ ปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยหลัก เนื่องจากหากประเทศอิหร่านผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่หยุดส่งออกน้ำมัน จะทำให้เกิดภาวะน้ำมันในโลกขาดแคลน และอาจจะส่งผลทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อขึ้นได้
สำหรับแนวโน้มดัชนีวันนี้ คาดว่าตลาดหุ้นจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนอาจจะต้องพิจารณาเพื่อลดพอร์ตการลงทุน โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 765 จุด และแนวต้านที่ 778 จุด
**ตลาดซบหุ้นเก็งกำไรตัวเล็กคึกคัก
วานนี้(24 เม.ย.)หุ้นขนาดเล็กหลายบริษัทราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ซึ่งประกอบด้วยหุ้นบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)หรือ IEC ราคาปิด 4.66 บาทเพิ่มขึ้น 0.56 บาทหรือ 13.66% มูลค่าการซื้อขาย 1,013.97 ล้านบาท,หุ้นบริษัทไทยฮีทเอ็กซ์เช้นจ์ จำกัด(มหาชน)หรือ THECO ราคาปิด 1.95 บาทเพิ่มขึ้น 0.16 บาทหรือ 8.94% มูลค่าการซื้อขาย 326.11 ล้านบาทและบริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)หรือ APURE ราคาปิด 6.75 บาทเพิ่มขึ้น 1.55 บาทหรือ 29.81% มูลค่าการซื้อขาย 82.11 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์เปิดเผยว่า การที่หุ้นเก็งกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแรง เนื่องจากสภาพตลาดหุ้นซบเซา โดยนักลงทุนจะหันไปเก็งกำไรในหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน และบริษัทที่มีหนี้ต่างประเทศ เพราะได้รับผลดีจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะเป็นการขึ้นมาในช่วงสั้นเท่านั้น
นายภูมิพัฒน์ ธนาวรพิทักษ์ ประธานกรรมการ บริษัทอกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APURE เปิดเผยว่า จะซื้อหุ้นคืนจากผู้ที่เคยนำใบหุ้นไปค้ำประกันเงินกู้ โดยจะใช้จำนวนเงินเท่าที่ยืมมาจากผู้ที่นำใบหุ้นใบค้ำประกัน แต่จะไม่ซื้อหุ้นในราคากระดาน เพราะในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นดังกล่าวได้ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากแล้ว
ที่ผ่านมาราคาหุ้น APURE ก็มีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ถ้าซื้อในราคาตลาด อาจจะต้องใช้วงเงินที่ค่อนข้างมาก ซึ่งจะไม่ใช้วิธีซื้อในกระดาน แต่จะใช้วิธีซื้อคืนโดยเอาเงินไปคืนผู้ที่เคยเอาใบหุ้นไปค้ำประกันเงินกู้ นายภูมิพัฒน์ กล่าว
นายภูมิพัฒน์ กล่าวถึงแผนที่จะซื้อหุ้น APURE คืนมาให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้จากเดิมที่เคยถืออยู่ 50% แต่ในปัจจุบันสัดส่วนถือหุ้นเหลือเพียง 15% ทั้งนี้ไม่ใช่การซื้อคืน โดยเก็บในกระดาน แต่จะเป็นการติดต่อขอซื้อจากบุคคลที่ตนได้นำหุ้นไปค้ำประกัน สาเหตุที่ต้องการซื้อหุ้น APURE คืนมาเนื่องจากต้องการเรียกภาพพจน์ที่ดีจากนักลงทุนและเพื่อให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนกับ APURE
สำหรับราคาหุ้น APURE ที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างแรงในวานนี้(24 เม.ย.) เนื่องจากเป็นไปตามภาวะตลาดฯที่ค่อนข้างคึกคัก ไม่ได้มีข่าวบวกหรือปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ เข้ามาแต่อย่างใด
|
|
 |
|
|