Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2539
"คริส สารสิน จะโดนวัยจ๊าบหลอกหรือเปล่านะ?"             
 


   
search resources

ไทยน้ำทิพย์, บจก.
คริส สารสิน
Soft Drink




หลังจากประสบความสำเร็จในการสร้างสีสันใหักับตลาดน้ำสี (Flavor Segment) ด้วย "แฟนต้า มะนาว" ไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์ก็ตอกย้ำความเป็นผู้นำของแฟนต้าอีกครั้ง ด้วยการแนะนำแฟนต้าลิ้นจี่ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง

ผลิตภัณฑ์แฟนต้า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนไทยมานานกว่า 37 ปี จึงเพิ่มขึ้นเป็น 6 รสตามลำดับดังนี้ แฟนต้าน้ำส้ม (มกราคม 2502) แฟนต้าสตรอเบอร์รีหรือแฟนต้าน้ำแดง (มีนาคม 2516) แฟนต้าฟรุตพันช์หรือแฟนต้าน้ำเขียว (กรกฎาคม 2517) แฟนต้าองุ่น (พฤษภาคม 2521) แฟนต้ามะนาว (กุมภาพันธ์ 2537) และแฟนต้าลิ้นจี่ (25 พฤษภาคม 2539)

นายคริส สารสิน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์โค้กและแฟนต้ารายใหญ่กล่าวถึงการออกแฟนต้าลิ้นจี่ครั้งนี้ว่า มีความแตกต่างจากการแนะนำแฟนต้ารสชาติอื่น ๆ คือ เพื่อให้ได้รสชาติที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง บริษัทไทยน้ำทิพย์จึงจัดรายการ "โหวตรสชาติใหม่ของแฟนต้า" ขึ้นในเดือนมีนาคม 2538 ด้วยการให้กลุ่มเป้าหมายของแฟนต้า ซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-19 ปี ส่งคำตอบเกี่ยวกับรสชาติใหม่ที่พวกเขาชื่นชอบมาร่วมรายการ ปรากฏว่า 40% ของวัยรุ่นจำนวน 1.5 แสนคนต้องการลิ้มลองแฟนต้ารสลิ้นจี่มากที่สุด ทิ้งห่างรสสับปะรดที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ชนิดไม่เห็นฝุ่น

การเปิดกว้างในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรสชาติใหม่ของแฟนต้าครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้จัดทำขึ้น ในขณะที่ตอนออกแฟนต้ามะนาวนั้น บริษัทใช้วิธีออกไปสอบถามความคิดเห็นเท่านั้น

"เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงเชื่อมั่นว่าแฟนต้าลิ้นจี่จะได้รับการต้อนรับจากผู้บริโภคอย่างมาก โดยคาดหวังให้สินค้าตัวนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายของสินค้าทั้งหมดภายใต้แบรนด์แฟนต้าอีกกว่า 15% ซึ่งจะคิดเป็น 7% ของยอดขายบริษัทหรือประมาณ 3% ของตลาดน้ำอัดลมรวม" คริสกล่าวอย่างมั่นใจ

เดิมผลิตภัณฑ์แฟนต้า 5 รส ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำสี ซึ่งมีมูลค่าในปีที่ผ่านมาประมาณ 5,400 ล้านบาทอยู่ถึง 80% โดยประเทศไทยมียอดขายแฟนต้าอยู่ในอันดับ 5 ของโลก รองลงมาจากประเทศเยอรมัน บราซิล เม็กซิโกและญี่ปุน ทั้ง ๆ ที่เมื่อ 4 ปีก่อนประเทศไทยอยู่ในอันดับ 11 จึงขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 7 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แล้วขยับมาเป็นเบอร์ 5 ตอนสิ้นปี 2538 ซึ่งคราวหลังนี้แฟนต้ามะนาวถือเป็นตัวแปรสำคัญ

"ถ้าการขายแฟนต้าลิ้นจี่เป็นไปตามเป้า เรามั่นใจว่าสิ้นปีนี้เราจะขึ้นเป็นอันดับ 4 แน่นอน" คริสกล่าวย้ำ

เพื่อให้แฟนต้าลิ้นจี่ได้แสดงฤทธิ์เดชเต็มที่ ในช่วงต้นของการวางตลาดไทยน้ำทิพย์จะใช้งบประมาณในการโฆษณาและส่งเสริมการขายทั้งสิ้น 30 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์หลักนอกจากจะอยู่ที่หนังโฆษณาเรื่อง "ห้ามไม่อยู่" ความยาว 30 วินาทีและ 15 วินาทีแล้ว ก็จะมีจุดแจกชิมฟรีตามแหล่งชุมชนใหญ่ ๆ ปริมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านแก้วอีกด้วย

ยอดขายของแฟนต้าลิ้นจี่ไม่ได้มีผลต่ออันดับโลกของแฟนต้าประเทศไทยเท่านั้น แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ การรักษาความเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมของค่ายโค้กในประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไป

เพราะอย่างที่ทราบ ๆ กันว่าโค้กยังเป็นรองเป๊ปซี่ในตลาดน้ำดำ ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่ง 60% ของตลาดน้ำอัดลมมูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท (ที่เหลือเป็นน้ำสี 30% น้ำขาว 10%) แม้ว่าจะแพ้อยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และเป๊ปซี่ทำการปกป้องตลาดอย่างเหนียวแน่น ดังนั้นไม่ว่าโค้กจะพยายามไล่ตามเป๊ปซี่ขนาดหนักเพียงใด ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้สักที ทั้ง ๆ ที่ในสายตาของผู้บริหารโค้กในไทยจะมองว่าการไล่ตามเป๊ปซี่ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ยังทำไม่ได้ต่างหาก

เมื่อโคคา-โคลามีแฟนต้าเป็นจุดแข็ง จึงต้องใช้สินค้าตัวนี้ในการรักษาความเป็นผู้นำ และด้วยความที่ตลาดน้ำสีค่อนข้างจะเป็นตลาดแฟชั่นต้องตามกระแสความต้องการของวัยรุ่นให้ทัน จึงเป็นเรื่องจำเป็น

อย่างไรก็ดีพระเอกตลอดกาลของแฟนต้าก็ยังเป็นน้ำส้ม ซึ่งทำยอดขายให้แฟนต้ากว่า 35% รองลงมาคือ น้ำเขียวและน้ำแดงประมาณ 30% ที่เหลือเป็นน้ำองุ่นและน้ำมะนาว

"น้ำส้ม น้ำแดง น้ำเขียว เป็นตลาดที่ค่อนข้างมั่นคง แต่บางรสชาติอาจจะบูมมาก ๆ ช่วง 4-5 ปีแรกของการวางตลาดแล้วหลังจากนั้นก็จะลดลง อย่างรสมะนาวช่วงแรกที่ออกฮิตมาก ตอนนี้ก็เริ่มซาลง เราต้องยอมรับว่าวงจรสินค้ามันเป็นแบบนี้ แม้แต่แฟนต้าลิ้นจี่เราก็ต้องรอดูว่าจะรอดพ้นจากวงจรนี้หรือไม่" ผู้บริหารของไทยน้ำทิพย์ วิเคราะห์ให้ฟัง

ประเด็นนี้นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะถ้าไม่ใช่คนขี้ลืมนัก คงจำกันได้ว่า "เมลโล่ ลิ้นจี่" ที่ออกสู่ตลาดเมื่อหลายปีก่อนพร้อมกับสโลแกนแสนเก๋ "หวานซ่อนเปรี้ยว" นั้น ถึงวันนี้แทบเลือนหายไปจากตลาด ไม่รู้มัวไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน จนมีข่าวลือว่าแฟนต้าลิ้นจี่จะมาแทนที่เมลโล่ ลิ้นจี่ แต่คริส สารสิน ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ไม่จริง

"แฟนต้าลิ้นจี่กับเมลโล่ลิ้นจี่มีจุดยืนไม่เหมือนกันกลุ่มเป้าหมายของเมลโล่คือผู้หญิงทำงาน อายุ 19-24 ปี ขณะที่แฟนต้าลิ้นจี่เป็นวัยรุ่นทั้งชาย-หญิง อาขุ 12-19 ปี ที่ชอบความสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องรสชาติและสีสัน คือ แฟนต้าลิ้นจี่รสหวานกว่า กลิ่นหอมกว่า มีแก๊สน้อยกว่า น้ำเป็นสีชมพูในขวดขาว ขณะที่เมลโล่เป็นน้ำสีขาวบรรจุในขวดสีเขียว"

พูดง่ายๆ ทั้งสองตัวต่างก็มีตลาดของตัวเอง เพียงแต่เมลโล่เป็นตลาดที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ดังนั้นถ้าแฟนต้าลิ้นจี่ได้รับการยอมรับการเติบโตจะต้องเร็วกล่าเมลโล่อย่างแน่นอน เพราะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-19 ปีมีมหาศาล

ผู้บริหารระดับสูงของไทยน้ำทิพย์ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเมลโล่ลิ้นจี่ขายได้ปีละ 100 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีการลงทุนอะไรมากมาย โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึง 99% ของน้ำซีทรัสที่ค่ายเสริมสุขกำลังเข็น "ดิว" หรือเมาเท่นดิวลงสู้

ก็ต้องคอยลุ้นกันว่า "แฟนต้าลิ้นจี่" ซึ่งวัยจ๊าบเลือกเองจะมีประวัติศาสตร์ที่แตกต่างจาก "เมลโล่ ลิ้นจี่" แค่ไหน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us