|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สงครามราคาค่าบริการมือถือยังไม่หยุด ทรูมูฟตอบโต้ชนิดแรงจริง ออกโปรโมชั่นโทร.ชั่วโมงละบาทนาน 6 เดือนตอบย้ำ 3 กลยุทธ์ "Best Value Best buy" เครือข่ายและซินเนอยี่ในกรุ๊ป เชื่อยอดลูกค้าแล่นตามเป้าสิ้นปี 5.7 ล้านราย
สงครามราคาค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังไม่หยุด เมื่อบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ผู้ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับสามของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบจีเอสเอ็มแก้เกมการตลาดสำหรับผู้ใช้บริการรายใหม่ในระบบ ภายหลังจากที่ผู้นำตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสปรับตัวขนานใหญ่ออกโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ "เอาไปเลย" ลงตลาดก่อนหน้าอาทิตย์กว่าๆ ที่เล่นเอาผู้นำอันดับสองอย่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทคถึงกับออกโรงยอมรับว่า คงจะไม่สามารถทำราคาต่ำกว่านี้ได้อีกแล้ว
"พี่ใหญ่พี่รองไม่เลิกเล่นสงครามราคา เราเป็นรายเล็กก็ไม่มีทางเลือกที่จะต้องมีการปรับราคาลดลง เพื่อเป็นการตอกย้ำจุดยืนดังเดิมของเราในเรื่องความคุ้มค่าสูงสุด" สุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าวถึงการออกโปรโมชั่นใหม่ก่อนเข้าสู่มหาสงกรานต์เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น
โปรโมชั่นที่ทางบริษัท ทรูมูฟ จำกัดออกมาในครั้งนี้นั้นเป็นโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ในระบบเติมเงินหรือพรีเพดเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการสามารถโทร.ได้ในราคาชั่วโมงละ 1 บาท นานสูงสุดถึง 6 เดือน นับเป็นโปรโมชั่นที่ถือว่า แรงมากทั้งในเรื่องของค่าบริการที่จ่ายเป็นรายชั่วโมงเหมือนกันแต่เหลือเพียงแค่ 1 บาทซึ่งถือว่าถูกที่สุดในระบบเดียวกันในเวลานี้ อีกทั้งยังได้ช่วงระยะเวลาการใช้บริการยืดออกไปนาน 6 เดือน ขณะที่คู่แข่งมีระยะเวลาจำกัดอยู่ที่ 1 เดือน
"นอกจากราคาค่าโทรที่เราถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้ว เรายังเพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นไปอีกด้วยการขยายระยะเวลาโปรโมชั่นยาวนานถึง 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นการตอกย้ำเรื่องของความคุ้มค่าสูงสุดได้เป็นอย่างดี"
ผู้ใช้บริการจะต้องซื้อซิมในระบบเติมเงินจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมศกนี้เท่านั้นที่จะได้รับโปรโมชั่นดังกล่าว โดยผู้ใช้จะได้สิทธิ์ค่าโทรเป็น 2 ช่วงเวลา ช่วงแรกค่าโทรในอัตราชั่วโมงละ 1 บาททุกเบอร์ทั่วไปตั้งแต่ 5 ทุ่มถึง 5 โมงเย็น นานต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง หลัง 5 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่มคิดนาทีแรก 3 บาท นาทีต่อไปนาทีละ 1 บาท ช่วงที่สอง เมื่อในเครือข่ายทรูมูฟ ผู้ใช้บริการจะยังคงสิทธิ์โทรชั่วโมงละ 1 บาท ตั้งแต่ 5 ทุ่ม- 5 โมงเย็นเช่นเดิมจนถึง 31 ตุลาคมศกนี้ สำรหบัช่วงนอกเวลาคิดอัตราค่าโทรเพียงนาทีแรก 3 บาท นาทีต่อไปนาทีละ 1 บาท โดยผู้ใช้ทุกรายยังจะได้รับโบนัสโทรฟรีรวม 600 บาท
"ซิมสำหรับโปรโมชั่นใหม่นี้ ทรูมูฟจำหน่ายในราคา 99 บาท ซึ่งถือว่า ราคาซิมการ์ดของทรูมูฟถูกกว่าคู่แข่งอย่างเอไอเอสและดีแทคที่จำหน่ายในราคา 200 กว่าบาท"
การออกโปรโมชั่นครั้งนี้ของทรูมูฟ สุภกิจบอกว่า จำต้องทำไปตามกลไกตลาด และภาวะการแข่งขัน หลังมีการสำรวจจากตลาดและคู่ค้าแล้วพบว่า 90% ราคาค่าบริการของทรูมูฟยังสูงกว่าคู่แข่ง
สุภกิจยังกล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดของทรูมูฟว่า ยังคงโฟกัสใน 3 เรื่องอย่างต่อเนื่อง หนึ่งเรื่องของเครือข่าย ที่วันนี้ทรูมูฟได้ลงทุนในเรื่องนี้ไปไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาทเพื่อขยายเครือข่ายให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ว่าจะต้องครอบคลุมประชากรทั่วประเทศ 92% ภายในเดือนมิถุนายนศกนี้ จากปัจจุบันที่มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่การให้บริการประมาณ 88% ซึ่งในเรื่องของเครือข่าย ครึ่งปีนี้หลังนี้เป็นต้นไป กลยุทธ์เรื่องของเครือข่ายแต่ละโอปอเรเตอร์คงไม่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกว่าไม่แตกต่างกันอีกต่อไป
"สอง จุดยืนในเรื่องของความคุ้มค่าสูงสุด หรือ Best Value Best buy นั้นเป็นจุดขายที่เรายืนหยัดมานานเกือบ 2 ปีเต็มซึ่งเป็นที่ยอมรับกันเป็นอย่างดี"
สุดท้ายเป็นกลยุทธืในเรื่องของการผสมผสาน "ซินเนอยี่" บริการต่างๆ ภายในกลุ่มทรูหรือทรูกรุ๊ป ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ทางผู้ใช้บริการให้การตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอดภายใต้โครงการ all together
สุภกิจได้แสดงความคิดเห็นเรื่องผลกระทบของโปรโมชั่นใหม่ว่า การออกโปรโมชั่นใหม่ ไม่น่าจะมีผลกระทบกับฐานลูกค้าเก่า เนื่องจากลูกค้าที่อยู่ในระบบอยู่แล้วก็จะมีโปรแกรมนำเสนอให้อยู่แล้ว และจากการให้บริการในช่วงเดือนมกราคาและเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเดือนละ 1.8 แสนราย ทำให้ลูกค้าของทรูมูฟทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีประมาณ 4.8 ล้านราย และเชื่อว่าสิ้นปีนี้ จะทำให้ฐานลูกค้าเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 5.7 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามีอยู่ 4.5 ล้านราย อีก 1.2 ล้านราย
ส่วนรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนของทรูมูฟในช่วงไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 568 บาท เพิ่มจากไตรมาส 3 ที่ทำได้อยู่ที่ 315 บาท และเชื่อว่ารายได้ตรงนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"อีกไม่นานนี้ เราจะมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าเก่าออกมา ซึ่งเชื่อว่า แรงไม่พอกันแต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ในเวลานี้เพราะตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการอยู่"
|
|
 |
|
|