Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2539








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2539
"ดิ๊ค เดอโวส มาพร้อมกับยาหอมเต็มกระเป๋า"             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอมเวย์ (ประเทศไทย)

   
search resources

แอมเวย์ (ประเทศไทย), บจก.
ดิ๊ค เดอโวส
Cosmetics




"เอเชีย-แปซิฟิก" จัดเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ทำให้บริษัทข้ามชาติต่างพุ่งเป้าเป็นตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะประเทศไทยนับเป็นตลาดที่เจ้าของกิจการข้ามชาติต่างมีใจตรงกันที่หมายมั่นปั้นมือ จะเข้ามาขยายยอดขายกันแบบไม่ได้นัดหมาย

ล่าสุดดิ๊ค เดอโวส ประธานบริษัทแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทขายตรงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนำธุรกิจของตนเข้ามาเปิดตลาดด้วยการจัดตั้งบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่ปี 2530 ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมชมกิจการสาขาในไทยเช่นกัน โดยเขากล่าวว่าการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อต้องการมาพบปะเพื่อน ๆ และแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้จำหน่ายแอมเวย์

"ผมยอมรับว่าสำหรับแอมเวย์แล้ว ตลาดเมืองไทยจัดเป็นตลาดดาวรุ่งในย่านเอเชีย-แปซิฟิกและยังถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอนาคตสดใสของเรา" เป็นประโยคที่ดิ๊ค เดอโวสกล่าวพร้อมกับอธิบายว่าสำหรับความหมาย "ตลาดใหม่" ของแอมเวย์ก็คือประเทศที่แอมเวย์เข้าไปเปิดตลาดได้ไม่เกิน 10 ปี ซึ่งขณะนี้การดำเนินธุรกิจในไทยของแอมเวย์เพิ่งก้าวขึ้นสู่ปีที่ 9 เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงจัดให้ไทยเป็นตลาดใหม่ 1 ใน 3 ดาวรุ่งพอ ๆ กับตลาดในประเทศอิตาลีและเกาหลีใต้

ดิ๊ค เดอโวส เข้าร่วมงานกับแอมเวย์ในฐานะทายาทในตระกูลเดอโวส เมื่อปี 2517 เขารับผิดชอบงานในฝ่ายต่าง ๆ จนกระทั่งปี 2527 เขาได้รับตำแหน่งรองประธานบริษัทฝ่ายสาขาต่างประเทศรับผิดชอบด้านการบริหารงานของบริษัทสาขาในประเทศต่าง ๆ รวม 18 ประเทศ ในยุคนั้นดิ๊ค เดอโวสสามารถทำให้ยอดขายของแอมเวย์เพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่า

ปี 2532 ดิ๊ค เดอโวสตัดสินใจออกไปตั้งบริษัทประกอบธุรกิจของตนเอง โดยดำเนินกิจการด้านการจัดการด้วยการเข้าไปลงทุนและซื้อกิจการบริษัทต่าง ๆ ตามสิ่งที่เขาได้ร่ำเรียนมาในสายบริหารธุรกิจ จนในปี 2536 เขาจึงมารับตำแหน่งประธานบริษัท แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น แทนริช เดอโวส ผู้เป็นบิดา

แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ปีที่ผ่านมามียอดขายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกประมาณ 157.5 ล้านบาทซึ่งคิดเป็นตัวเลขอัตราการเติบโตประมาณ 19% โดยมีตลาดสร้างยอดขายหลักอยู่ใน 3 ทวีปคือจากย่านเอเชีย-แปซิฟิกคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 50% จากย่านอเมริกาเหนือมีสัดส่วนยอดขาย 30% จากย่านยุโรปมีสัดส่วนยอดขาย 15% และจากย่านอเมริกาใต้มีสัดส่วนยอดขาย 5%

การที่ดิ๊ค เดอโวส คีย์แมนหมายเลข 1 ของแอมเวย์ จัดอันดับให้บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นดาวรุ่งเป็นเพราะตลอดระยะเวลาของการเปิดดำเนินกิจการในไทย จนถึงปัจจุบันก้าวขึ้นสู่ปีที่ 9 แอมเวย์ (ประเทศไทย) มีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจมาโดยตลอดกล่าวคือจากปีแรกมียอดขายรวม 126 ล้านบาท พอก้าวขึ้นสู่ปีที่ 2 มียอดจำหน่ายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 360 ล้านบาทคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 185% และเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีพร้อม ๆ กับผู้จำหน่ายแอมเวย์ที่ขณะนี้มีอยู่ถึง 94,000 ราย

จนกระทั่งปีที่ผ่านมาแอมเวย์ (ประเทศไทย) มียอดขายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3,150 ล้านบาท และเป็นปีที่แอมเวย์ (ประเทศไทย) สามารถขยับเบียดยอดขายของแอมเวย์ ออสเตรเลีย หนีจากอันดับ 3 ก้าวขึ้นมาแทนบริษัทสาขาที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในย่านเอเชีย-แปซิฟิกรองจากไต้หวัน และทำให้แอมเวย์ ออสเตรเลียต้องตกมาอยู่อันดับ 3 แทน

"เราจะพยายามรักษาอันดับนี้ไว้และเดินแผนให้เราโตแบบมั่นคง เป็นการพัฒนาความพร้อมทั้งด้านโนว์ฮาว และเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำธุรกิจขายตรง" ปรีชา ประกอบกิจ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปีนี้

เขากล่าวว่าสำหรับแอมเวย์ (ประเทศไทย) ในช่วงที่ผ่านมาได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้โดยในแต่ละปีมีการลงทุนทางด้านนี้ประมาณ 10-20 ล้านบาทอย่างต่อเนื่องนับรวมเงินลงทุนด้านนี้ไปประมาณกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ในการสั่งซื้อสินค้าและเผยแพร่ข่าวสารให้กับผู้จำหน่ายของแอมเวย์ประมาณไตรมาส 2 ของปีนี้

"เป็นระบบที่บริษัทแม่ในอเมริกาเริ่มใช้ไปแล้ว และเราจะนำมาใช้ในการทำงานของเรา ส่วนจะสมบูรณ์พร้อมคาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้าซึ่งจะต้องลงทุนถึง 500 ล้านบาท"

นอกเหนือจากการสร้างเสริมความพร้อมระบบภายในโดยการนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยงานแล้ว ในส่วนของผลิตภัณฑ์ปีนี้ทางแอมเวย์ (ประเทศไทย) ยังมีแผนที่จะรุกขยายตลาดในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ทะนุถนอมความงาม รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดถึงประมาณ 60%

"แม้ไทยจะถูกจัดให้เป็นตลาดดาวรุ่ง แต่เราก็ยังไม่มีนโยบายที่จะขยายบทบาทสู่ฐานการผลิต เพราะเรามั่นใจว่าในอเมริกาเรามีโรงงานที่สามารถผลิตสินค้าได้ในราคาและคุณภาพที่คุ้มทุนกว่า แต่ใน 15% ของยอดขายแอมเวย์ ประเทศไทยเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ เรายินดีที่จะขยายเปอร์เซ็นต์ตรงนี้ให้สูงขึ้น ถ้าเราสามารถร่วมมือกับผู้ผลิตบางรายที่ต้องการจะมาใช้ช่องทางจำหน่ายของแอมเวย์" ด๊ค เดอโวส กล่าว

เขายังกล่าวอีกว่าแม้ไทยจะเป็นตลาดดาวรุ่งสำหรับแอมเวย์ แต่เขาไม่มีนโยบายที่จะนำกลยุทธ์ใหม่ ๆ อะไรเข้ามาเสริมเพราะที่ผ่านมาก็ไปได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในปีนี้น่าจะอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะนำเข้ามาซึ่งยังเปิดเผยไม่ได้ในขณะนี้ เพื่อป้องกันการแข่งขัน

เช่นเดียวกับแผนงานโดยรวมสำหรับย่านเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งประธานแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าแม้จะเป็นย่านที่สร้างยอดขายให้กับแอมเวย์ถึงครึ่งหนึ่งของยอดขายรวมแต่ในปีนี้จะเป็นปีธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ เหตุผลก็คือเนื่องจากบริษัทสาขาในย่านนี้มีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่แล้ว

ดังนั้นจุดที่จะสามารถขยายยอดขายของแอมเวย์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นได้ ดิ๊ค เดอโวสกล่าวว่าคงเป็นเรื่องของการเจาะหาตลาดใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ 1 ใน 2 ประการที่ทำให้แอมเวย์มียอดขายเติบโตมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็คือ 1. รักษาตลาดเก่าที่มีอยู่ และ 2. เสาะหาตลาดใหม่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในย่านอเมริกาใต้ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ทางแอมเวย์เพิ่งเข้าไปเปิดตัวได้ประมาณ 5 ปีเท่านั้นรวมถึงประเทศในฝั่งยุโรปตะวันออกด้วย

ดิ๊ค เดอโวส มีนโยบายชัดเจนในการที่จะรุกมองหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยชะล่าใจกับย่านเอเชียแปซิฟิก แต่ในทางตรงข้ามการรุกของเอวอนที่จะเข้ามาครอบงำตลาดในย่านนี้กลับดูจริงจังพร้อมกับการหนุนเทคโนโลยีด้านสื่อสาร เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือเสริมสร้างประสิทธิภาพ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาว่าสำหรับย่านเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งประธานแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นพอใจกับผลการดำเนินงานแล้วนั้น ในอนาคตจะเกิดกรณี "ตาอยู่" ขึ้นหรือเปล่า!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us