Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 เมษายน 2549
TPIหนี้ลดเหลือ3.7หมื่นล.โบรกแนะซื้อ-ฐานะแกร่ง             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.
Stock Exchange




ทีพีไอเดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ ยื่นขอศาลล้มละลายกลางให้ยกเลิกคำสั่งฟื้นฟูฯ ศาลนัดพิจารณา 26 เม.ย.นี้ หลังนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนไปจ่ายคืนหนี้แล้วเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดหนี้คงค้างสิ้นมี.ค.เหลือ 3.7 หมื่นล้านบาท ด้านโบรกเกอร์ แนะซื้อลงทุน แม้กำไรปีนี้ลด เหตุฐานะการเงินเริ่มแข็งแกร่งหลังจ่ายหนี้ก้อนใหญ่ และคาดการณ์ออกจากหมวดรีแฮปโก้ปลายเดือนนี้

นายสุวิช นิวาตวงศ์ ตัวแทนผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI รายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการรอบครึ่งปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2548 - 31 มีนาคม 2549 ว่า ขณะนี้การดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการได้คืบหน้าเกินเป้าหมายที่ระบุไว้ตามแผนฟื้นฟูฯ แล้ว คณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2548 ซึ่งศาลได้มีคำสั่งนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 ต่อมาได้เลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 26 เมษายน 2549

สำหรับรายละเอียดของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ คือ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับชำระเงินค่าหุ้นที่จัดสรรหุ้นจำนวน 17,548,453,660 หุ้น ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท ให้แก่ผู้ร่วมทุนหลัก เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ และผู้ถือหุ้นเดิม โดยได้รับเงินครบถ้วนทั้งสิ้น 57,909 ล้านบาท

ส่วนหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 975 ล้านหุ้น ตามโครงการออกหลักทรัพย์ให้แก่พนักงาน (ESOP) นั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่อนุญาตให้ดำเนินการ เนื่องจากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีพีไอ อยู่ระหว่างถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษในความผิดเรื่องการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่าขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.

ขณะเดียวกัน ได้ขายเงินลงทุนในหุ้นของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) เป็นครั้งที่ 2 จำนวน 249,007,294 หุ้น ในราคาหุ้นละ 41.18 บาท ให้กับเจ้าหนี้ ทำให้ได้รับเงินทั้งสิ้น 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,000 ล้านาบาท) ซึ่งบริษัทได้นำเงินไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ บริษัทจึงได้รับการปลดภาระดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมดทันที

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารแผนได้นำเงินที่ได้รับจากการขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 57,000 ล้านบาท ไปชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2548 ทำให้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 คงเหลือยอดหนี้คงค้างตามแผน ทั้งสิ้นเป็นเงินประมาณ 37,895 ล้านบาท

ด้านการผลิตในช่วงระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549 บริษัทได้ลดระดับการผลิตในปี 2549 ลงเหลือเฉลี่ยวันละ 178,000 บาร์เรลล์ เนื่องจากบริษัทจะทำการปิดโรงกลั่น 3 แห่ง เพื่อทำการซ่อมแซมในช่วงครึ่งหลังของปี 2549 จึงประมาณการว่าอัตราการผลิตโดยเฉลี่ยปี 2549 จะต่ำกว่า 178,000 บาร์เรลล์ต่อวัน ขณะเดียวกันบริษัทได้ต่อสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบระยะยาวโดยตรงกับผู้ผลิตน้ำมันดิบในประเทศตะวันออกกลางและในภูมิภาค เพื่อให้เกิดความแน่นอนและสม่ำเสมอในการจัดส่งน้ำมันดิบที่จะใช้ในการผลิตให้กับโรงงาน

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่ค้างสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก คดีที่เกี่ยวกบการฟื้นฟูกิจการของบริษัทและบริษัทในเครือ แบ่งเป็น คดีเกี่ยวกับการฟื้นฟูฯ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางหรือศาลฏีกา จำนวน 31 คดี และคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูกิจการหรือเกิดขึ้นในระหว่างการฟื้นฟูกิจการที่มิได้อยู่ในศาลล้มละลายกลาง จำนวน 19 คดี กลุ่มที่สอง คดีที่ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการทั่วไป รวมถึงคดีเรียกร้องเงินฐานผิดสัญญาซื้อขาย คดีเรียกร้องให้ชำระค่าสินค้า คดีเช็ค และคดีแรงงาน รวม 70 คดี

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประเมินว่า ขณะนี้ปัจจัยพื้นฐานทีพีไอเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่สามารถชำระหนี้ได้เกือบ 7 หมื่นล้านบาท ทำให้ลดลงจากกว่าแสนล้าน สัดส่วนหนี้สินต่อทุนสูงถึง 8.38 เท่า เหลือหนี้สินคงค้างประมาณเกือบ 4 หมื่นล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุนเหลือเพียง 0.3 เท่า ซึ่งจะส่งผลดีต่อฐานะการเงินของทีพีไอ จึงเป็นโอกาสดีในการตั้งรับ โดยมีจุดรับซื้ออยู่ที่ประมาณ 7.50-7.60 บาท

นอกจากนี้ ทีพีไอ ยังมีปัจจัยบวกจากการที่ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งพิจารณาให้ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ และกลับเข้ามาสู่หมวดปิโตรเคมีภายในปลายเดือนนี้ และจะส่งผลดีต่อการเป็นบริษัทที่จะกลับเข้าไปอยู่ใน SET 50 Index อีกครั้ง รวมถึงนักลงทุนประเภทกองทุนต่างประเทศสามารถเข้ามาลงทุนได้โดยไม่ต้องติดเงื่อนไขของบริษัทที่อยู่ในหมวดฟื้นฟูกิจการ

"คาดว่าในปีนี้ ทีพีไอจะมีกำไรประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ลดลงจากวัฏจักรปิโตรเคมีขาลง แต่ยังคงแนะนำให้ซื้อ โดยราคาเหมาะสมอยู่ที่หุ้นละ 7.36 บาท แต่อาจจะขยับขึ้นไปสูงถึง 9.00 บาทได้ หากพิจารณาจาก P/BV ที่เฉลี่ย 1.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่นที่ 1.83 เท่า"

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นทีพีไอ วานนี้ (10 เม.ย.) ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้า โดยเปิดการซื้อขายด้วยราคาสูงสุดของวันที่ 7.85 บาท ก่อนจะมีแรงเทขายเข้ามาทำให้ราคาปรับลดลงต่อเนื่องจนกระทั่งปิดการซื้อขายที่ราคาต่ำสุด 7.70 บาท ลดลงจากวันก่อน 0.15 บาท หรือคิดเป็น 1.91% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 5 ที่ 746.61 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us