นิตยสารค่ายใหญ่ทำรีเสิร์ชเห็นโอกาสนิตยสารตกแต่งบ้านเฟื่องหวังขยายตลาดแย่งส่วนแบ่งส่งนิตยสารหัวใหม่ส่งลงแผงเปิดตัวชนกัน3 รายรวด เหตุเห็นมูลค่าเติบโตเท่าตัว 3 ปีซ้อน ผู้ซื้อ-ผู้ลงโฆษณาทุนหนา เผยกลเม็ดอยู่รอดต้องสร้างเอกลักษณ์จุดแตกต่างจับกลุ่มผู้อ่านเฉพาะกลุ่ม มิติการแข่งขันเพิ่มโอกาสเป็นของผู้ซื้อเลือกได้ตามใจชอบ เปลี่ยนเป็นสมรภูมิเป็นตลาดผู้ขายมากรายไม่แพ้นิตยสารประเภทอื่น
รอบระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นช่วงที่ร้อนแรงที่สุดของนิตยสารประเภทตกแต่งบ้านที่มีการเปิดตัวออกมาในเวลาไล่เลี่ยพร้อมกันถึง 3 หัวโดยไม่ได้นัดหมายจาก 3 สำนักพิมพ์ด้วยกัน ทั้งจากค่ายอินสไปร์, อมรินทร์ และ ปูนซีเมนต์นครหลวง
ทั้งนี้เป็นผลมาจากข้อมูลที่แต่ละค่ายได้ทำการศึกษาก่อนหน้านี้และพบคำตอบออกมาตรงกันว่านิตยสารประเภทนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดประกอบกับมีคู่แข่งไม่มากนัก จึงเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งช่องว่างที่สามารถเข้ามาทำตลาดได้
ในปี 2546 ตลาดนิตยสารประเภทตกแต่งบ้านมีเพียง 1 เล่ม มีส่วนแบ่งรายได้ 118.9 ล้านบาท ต่อมาในปี 2547 ก็มีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เล่มและมีส่วนแบ่งรายได้เป็น 221.7 ล้านบาท เรื่อยจนถึงตัวเลขล่าสุดในปี 2548 ที่มีนิตยสารดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 6 หัวมีรายได้กว่า 500 ล้านบาท จากตลาดรวมมูลค่า 24,797 ล้านบาทที่มีหัวนิตยสารทั้งหมดเกือบหนึ่งพันหัว แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยตลอดมากกว่าตลาดโดยรวม และยังคงมีทีท่าว่ามีช่องทางการเติบโตได้อีก แต่สภาพการแข่งขันก็จะดุเดือดร้อนแรงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
วิลักษณ์ โหลทอง บอสใหญ่ อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ บอกว่า เมื่อตลาดโตขึ้นการแข่งขันสูงขึ้น ดังนั้นนิตยสารแต่ละเล่มจึงต้องสร้างเอกลักษณ์จุดแตกต่างเพื่อ Segmentation มุ่งจับลูกค้าที่เป็นกลุ่มของตนมากขึ้น อาทิ casaviva จากค่ายอินสไปร์ก็จะมีสไตล์และการนำเสนอการตกแต่งหรูแบบอิตาลีเป็นหลัก, B.E.V.ของค่ายปูนซีเมนต์นครหลวง ก็จะเป็นเน้นไปยังผู้อ่านที่เป็นกลุ่มสถาปนิก หรืออย่าง บ้านและสวน ก็จะมีอีกสไตล์ที่มุ่งจับกลุ่มลูกค้าของเขาเองโดยเฉพาะ
ด้านผู้บริโภคนิตยสารประเภทนี้ส่วนมากจะมีรายได้ระดับกลางถึงสูงมีความต้องการที่จะได้บ้านในฝันที่สมบูรณ์แบบเป็นของตัวเองและจะมีพฤติกรรมการซื้อผ่านแผงมากกว่าบอกรับสมาชิกเนื่องจากได้เปรียบเทียบก่อนที่จะเลือกซื้อ โดยจะพิจารณาจากความน่าสนใจของปกและเนื้อหามากกว่าแบรนด์นิตยสาร อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นมิติของผู้ลงโฆษณาในนิตยสารประเภทนี้ส่วนมากก็จะเป็นธุรกิจที่มีการใช้งบโฆษณาเป็นเม็ดเงินจำนวนมากอยู่แล้วอาทิ อสังหาริมทรัพย์ ,สุขภัณฑ์, วัสดุก่อสร้าง, สีทาอาคาร,เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนั้นการเปิดตัวนิตยสารประเภทนี้จึงเปรียบเหมือนการเพิ่มอุปทานขึ้นมารองรับอุปสงค์ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายให้ไปได้ถูกทิศทางและเข้าถึงเป้าหมายได้ยิ่งขึ้น
ระริน อุทกะพันธ์ กรรมการผู้จัดการสายธุรกิจสำนักพิมพ์ อมรินทร์ พริ้นติ้งให้ข้อมูลเสริมว่า หากกองบรรณาธิการเอาใส่ในนิตยสารจนเป็นที่น่าเชื่อถือของผู้อ่านได้ ก็จะส่งผลให้แม้แต่หน้าที่เป็นโฆษณาผู้อ่านก็จะให้ความสนใจไม่แพ้กับหน้าที่เป็นเนื้อหา เนื่องจากเป็นเสมือนหนึ่งข้อมูลที่ผู้อ่านนิตยสารประเภทนี้ต้องการเพื่อพิจารณาประกอบก่อนตัดสินใจซื้อของชิ้นหนึ่งๆเข้าบ้าน ต่างกับโฆษณาในนิตยสารประเภทอื่นๆที่ผู้อ่านอาจจะเห็นโฆษณาแล้วก็พลิกผ่านไปเท่านั้น นอกเหนือไปจากนี้ยังมีช่องทางรายได้ให้นิตยสารเพิ่มเติมจากการจัดงานออกบูทอีกด้วย เช่น บ้านและสวนแฟร์ หรือ โฮมแอนด์เดคคอเรทเป็นต้น
ขณะนี้นิตยสารประเภทตกแต่งบ้านจึงกลายเป็นหนึ่งในนิตยสารที่มีการแข่งขันสูงมากอีกประเภทหนึ่ง มีผู้ขายมากราย ส่งผลให้ผู้ซื้ออยู่ในฐานะที่ได้เปรียบมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
ภายใต้ภาวะการแข่งขันเช่นนี้นอกจจากนิตยสารแต่ละเล่มจะต้องต่อสู้กันด้านการทำเนื้อหาให้น่าสนใจเพื่อให้โดนใจผู้อ่านและแย่งกันหาโฆษณาเพื่อสร้างรายได้แล้วยังต้องเผชิญอีกมิติความโหดร้ายจากมิติด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกวันอีกด้วยซึ่งจะต้องปรับตัวให้สอดคล้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อที่จะยืนหยัดอยู่ในสมรภูมินี้ต่อไป
การเดิมพันของนิตยสารประเภทตกแต่งบ้านภายใต้การหนุนหลังของแต่ละสำนักพิมพ์ได้เพิ่มดีกรีความร้อนแรงและสนุกสนานขึ้นแล้ว
ทิศทางของนิตยสารประเภทนี้ในช่วงที่ผ่านมาสามารถเติบโตได้สูงมากเนื่องจากมีฐานเล็กและการแข่งขันไม่สูงมากอุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ระยะเวลาต่อจากนี้ไปจะเป็นตัววัดว่าภายใต้การแข่งขันที่มีผู้ขายมากรายอุปสงค์และอุปทานอยู่ในระดับที่ไล่เลี่ยกันแล้วใครจะมีกลยุทธ์และทำให้นิตยสารเป็นที่ต้องการของตลาดได้มากกว่าและเขี่ยคู่แข่งรายอื่นให้พ้นทางได้ แต่สำหรับภาพรวมตลาดในระยะยาวหลังถึงจุดอิ่มตัวแล้วนิตยสารประเภทนี้ก็จะมีอัตราการเติบโตในระดับเดียวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการตกแต่งบ้านเท่านั้น
|