Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 เมษายน 2549
ขุนคลังฟุ้งปีนี้จีดีพีโต5-6%อุ๋ยพร้อมรับการเมืองป่วน             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงการคลัง

   
search resources

กระทรวงการคลัง
ทนง พิทยะ
Economics




"ทนง พิทยะ" ยอมรับปัญหาการเมืองกระทบเศรษฐกิจ แต่ยังมั่นใจจีดีพี 5-6% เหตุพื้นฐานแข็งแกร่ง อ้างนักลงทุนต่างชาติลงตลาดหุ้น 2 เดือน 9 หมื่นล้าน ครวญจำเป็นต้องเลื่อนลงนามเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น ด้านผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเผยทำใจรับสภาพการเมืองยืดเยื้อหลังเลือกตั้งโดยเน้นรักษาเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ

นายทนง พิทยะ รักษาการ รมว.คลัง กล่าวยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่น้อย แต่ยังเชื่อมั่นว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2549 นี้ จะยังขยายตัวได้ถึง 5% เพราะเห็นว่าขณะนี้ระยะเวลาก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ก็ยังไม่มีผลกระทบที่รุนแรงมากนัก และยังอยากเห็นจีดีพีถึง 6% ด้วยซ้ำ

นายทนงกล่าวว่า การเรียกร้องทุกอย่างยังคงเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทุกฝ่ายยังยึดมั่นในสันติวิธีอยู่ ทั้งนี้ เห็นว่าสังคมไทยมีลักษณะที่ประนีประนอมต่อกันสูง ซึ่งตราบใดที่ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบกติกา นักลงทุนต่างชาติก็จะมองว่าไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงมากนัก

"รู้สึกสบายใจที่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา สามารถลุ่ล่วงไปได้ เพราะถือว่าระบอบประชาธิปไตยได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์แล้ว คิดว่าเมื่อมีปัญหาการเมืองก็ต้องอดทน เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินต่อไปได้"

ด้านสำหรับการลงทุนใหม่นายทนงกล่าวว่า นักลงทุนต่างประเทศก็เฝ้ารอให้มีการประนีประนอมทางการเมือง โดยการที่ไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สงบ หรือรุนแรง เป็นสิ่งที่น่าดีใจ โดยการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเพียงแค่ 2 เดือน คือ ในเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมูลค่ามากขึ้นถึง 8-9 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่ทั้งปีมีการลงทุนเพียงแสนล้านบาทกว่าเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงมองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่น่าลงทุนเพิ่มอยู่ ซึ่งถ้าทุกอย่างมีความสงบ สันติ ก็เชื่อว่านักลงทุนจะไม่กังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ภาวะ การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายหลังการเลือกตั้งจะดีขึ้นหรือไม่ เพราะต้องรอดูผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน แต่ก็มองว่าพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจของไทยยังดีอยู่ และไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

ส่วนการที่รัฐบาลไทยต้องเลื่อนการลงนามในข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ญี่ปุ่น ออกไปนั้น ตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นผลกระทบมาจากการเมือง ส่วนหากมีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้น จะสามารถดำเนินการลงนามฯ ได้หรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ เนื่องจากไม่ทราบข้อกฎหมายในส่วนนี้ อย่างไรก็ดี เห็นว่ารัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมานาน การเจรจาทุกอย่างก็เรียบร้อย รอเพียงการลงนามเท่านั้น ซึ่งคาดว่าคงจะมีการลงนามได้ภายหลังได้รัฐบาลที่มีอำนาจในการดำเนินการเรื่องนี้เข้ามาบริหารประเทศต่อไปแล้ว

นายทนง กล่าวว่า ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คงทำได้เพียงการประคับประคองเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้เท่านั้น ส่วนการตัดสินใจเรื่องการลงทุนใหม่ ๆ คงต้องรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2550 ก็เห็นว่าทุกอย่างยังดีอยู่ ทั้งค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่า การส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่หลายฝ่ายมีการประเมินไว้ว่าเติบโตได้ 4.5-5.5% ตนก็เชื่อว่าจะเกิน 5%

ธปท.เผยพร้อมรับมือการเมืองยื้อ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาแล้วก็ตาม แต่ภาวะ การเมืองก็ยังมีแนวโน้มว่าความชัดเจนที่ล่าช้าออกไปอีก อย่างไรก็ตามไม่ว่าการเมืองจะเป็นเช่นไร ธปท.ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเศรษฐกิจก็จะเน้นรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้ดีที่สุด นอกจากนี้การรักษาบรรยากาศให้ดีเพื่อไม่ให้กระทบ

“ทำใจไว้แล้วต่อปัญหาความไม่ชัดเจนหลังการเลือกตั้งว่าไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้”ผู้ว่าการธปท.กล่าว

ในส่วนของการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันยังสามารถขยายตัวได้ โดยสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสินเชื่อภาคเอกชนของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวที่ 7.6% จากระยะเดียวกันของปีก่อน

“ผมเห็นด้วยกับคุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ที่ระบุว่า ระบบสถาบันการเงินยังสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us