|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแบงก์ปี 49 ขยายตัว 9.48% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 15.89% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอมาอยู่ที่ 4-4.5% แต่คาดว่าแนวโน้มจะยังขยายตัวได้ต่อ รับแรงหนุนจากความต้องการหุ้นกู้ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินแนวโน้มการขยายตัวของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในปี 2549 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 115,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 9.48% ชะลอลงจาก 105,600 ล้านบาทในปี 2548 ที่อัตราการขยายตัว 15.89% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะชะลอตัวมาอยู่ที่ 4-4.5% โดยธุรกิจที่น่าจะเป็นตัวสำคัญในการเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยใน 1-3 ปีข้างหน้า น่าจะได้แก่ ค่าธรรมเนียมการออก จำหน่าย และค้าตราสารหนี้ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการหุ้นกู้ ในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้น ค่าธรรมเนียมในการออก L/C และรายได้จากการปริวรรตเงินตรา ค่าธรรมเนียม ATM และธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ จากการแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆแก่ลูกค้ารายย่อย
รวมไปถึงค่าธรรมเนียมอื่นๆที่คงเร่งปรับตัวขึ้นตอบสนองความพยายามเป็นธนาคารเต็มรูปแบบ(Universal Banking) ซึ่งได้แก่ ค่าธรรมเนียมจากการขายประกัน ค่าธรรมเนียมนายหน้าการขายหน่วยลงทุน รวมไปถึงการพัฒนาการให้บริการอื่นๆ (Facilitators)ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ระบบงานหรือเป็น Back Office ให้แก่ธนาคารพาณิชย์อื่นๆเป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของระบบธนาคารในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ การมุ่งเน้นธุรกิจรายย่อย ที่นำไปสู่การขยายบริการ และผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ในขณะที่การอนุญาตให้ทำธุรกรรมทางการเงินส่วนใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงไม่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอย่างชัดเจนนัก เนื่องจากเป็นช่วงเตรียมการขยายธุรกิจของธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง
โดยข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า ในปี 2548 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของระบบธนาคารมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 30% ของรายได้รวม ซึ่งธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงมีโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีรายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ย จากสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ไม่ถึง 30% ในปี 2548 โดยธนาคารพาณิชย์ไทยมีอัตราการขยายตัวของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในช่วงปี 2541-2548 อยู่ที่ 2.11% ในขณะที่สาขาธนาคารต่างประเทศ มีสัดส่วนของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยต่อรายได้ที่ มากกว่า 50% และมีการขยายตัวของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีที่ 8.27% โดยธนาคารพาณิชย์ไทยมีการขยายตัวจากค่าธรรมเนียมโอนเงินเรียกเก็บเงิน ค่าธรรมเนียม ATM และธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ และค่าธรรมเนียมและบริการอื่นๆอยู่ระดับสูง ส่วนสาขาธนาคารต่างประเทศมีการขยายตัวของรายได้จากการปริวรรตเงินตรา ค่าธรรมเนียมการออก L/C และค่าธรรมเนียมและบริการอื่นๆอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีความเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการขยายตัวของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยกับ GDP และการขยายตัวของสินเชื่อ น่าจะยังคงมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารยังคงเดินหน้ามุ่งหน้าการขายไขว้ และการเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปของ Nundled Products ให้แก่ลูกค้าธนาคารต่อไป ในขณะเดียวกันคาดว่า ธนาคารก็คงจะหาช่องทางใหม่ๆในการขายผลิตภัณฑ์ หรือกระตุ้นการทำธุรกรรมของลูกค้ารายใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยทำหน้าที่เสริมรายได้จากดอกเบี้ยได้ดียิ่งขึ้น
นอกเหนือไปจากปัจจัยอื่นๆ ที่จะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งได้แก่ การเพิ่มความรู้ความสามารถในการขายของพนักงาน การสร้างความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์ การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางเพิ่มรายได้แก่ธนาคาร และการสามารถเป็นธนาคารที่นำเสนอบริการทางการเงินได้อย่างครบวงจร
|
|
 |
|
|