|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บล.เคจีไอ เตรียมขออนุมัติจากก.ล.ต.ทำธุรกรรยืมหุ้นด้วยบัญชีเงินสดได้ เผยยอดนักลงทุนยืมหุ้นชิมคอร์ปทำช็อตเซลเดือน ก.พ. กว่า 200 ล้านบาท ตั้งเป้านักลงทุนเปิดบัญชีเพิ่มเป็น 150 รายจากปัจจุบันมีลูกค้าเปิดบัญชีแล้ว 60 บัญชี เผยขณะนี้มีพอร์ตรวม 10,000 ล้านบาท เล็งเจรจากองทุนขอยืมหุ้นเพิ่ม ขณะที่บล.พัฒนสิน ชี้ใกล้หมดรอบทำช็อตเซลหลังหุ้นร่วงแล้ว 50 จุด
นางสาวนฤมล อาจอำนวยวิภาส ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีนักลงทุนเข้ามายืมหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SHIN มูลค่ารวม 200 ล้านบาท เพื่อนำไปทำ Short Sell และเข้าไปซื้อหุ้น เพื่อที่จะนำไปเสนอขายแก่ผู้ที่ทำคำเสนอซื้อหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่นซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ที่เข้ามายืมหุ้น SHIN ไปShort Sell คือ นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ รองมาเป็นนักลงทุนสถาบันภายในประเทศและมีนักลงทุนรายย่อยประมาณ 10 ราย
สำหรับในปีนี้บริษัทจะมีการรุกในเรื่องธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL)มากขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทได้จัดทำโครงการนาโนโปรเจ็กต์ ซึ่งจะเป็นการให้ความรู้กับนักลงทุนในเรื่องธุรกรรมดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่การตลาดมีการแนะนำวิธีการทำธุรกรรมการยืมหุ้นเพื่อที่จะนำไป Short Sell โดยจะเป็นลักษณะการฟอร์เวิดอีเมลล์ส่งให้ลูกค้า
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ามีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเปิดบัญชี SBL กับทางบริษัทจำนวน 150 รายจากปัจจุบันที่มีลูกค้าเปิดบัญชีแล้ว 60 ราย ซึ่งมุ่งเน้นนักลงทุนที่มีฐานะทางการเงินพอสมควรโดยมีวงเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งในระยะยาวเมื่อนักลงทุนมีความเข้าใจในธุรกรรมนี้มากขึ้นก็อาจะมีการลดวงเงินการเปิดบัญชีเป็นหลักแสนบาท
นางสาวนฤมล กล่าวว่า ขณะนี้ทางบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องเพื่อขออนุมัติให้นักลงทุนสามารถที่จะมีการยืมหุ้นเพื่อ Short Sell ในบัญชีเงินสด จากเดิมที่มีการ Short Sell ในบัญชีมาร์จิ้นเท่านั้น โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.)ก็ได้มีการเห็นชอบในเรื่องหลักการแล้วแต่ก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการที่จะพิจารณาเพิ่มเติบเพื่อที่จะมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีความสะดวกในการทำธุรกรรมดังกล่าวรวมถึงบริษัทได้มีการติดต่อกับ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD
ในเรื่องระบบการให้ยืมหุ้นซึ่งหากระบบดังกล่าวเสร็จทาง KGI ก็จะเข้าทำรายการเป็นรายแรกกับทาง TSDที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจที่จะเข้ามายืมหุ้นจากทางบริษัท โดยหุ้นกลุ่มที่ได้รับความสนใจเข้ามายืมหุ้น คือหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ ที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากเข้ามาเก็งกำไรในเรื่องค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น) และยังมีหุ้นในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ที่นักลงทุนให้ความสนใจยืมหุ้น ซึ่งมีประมาณ 20 บริษัทซึ่งจะกระจายอยู่ในทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว มีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อวัน จากเดิมที่นักลงทุนมีการยืมประมาณ 5-6 บริษัท อย่างไรก็ตามหากมีการเปิดซื้อขายอนุพันธ์ ก็จะทำให้ธุรกรรมการยืมและให้ยืมหุ้นมีมากขึ้น
สำหรับปัจจุบันที่ให้หุ้นเพื่อรองรับให้นักลงทุนยืมหุ้นจำนวน 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ใน SET50 INDEX โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)มาเป็นผู้ที่ให้ยืมหุ้นประมาณ 8-9 แห่ง บริษัทประกันอีก 5-6 แห่ง และพอร์ตของบริษัทอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้นที่ จะมารองรับการให้ลูกค้ายืมให้มากขึ้น
“บล.เคจีไอถือว่าเป็นผู้นำรายใหญ่ที่สุดในเรื่องการทำธุรกรรม SBL การ Short Sell เนื่องจากบริษัทได้มีการดำเนินธุรกิจดังกล่าวมาเป็นเวลานาน และบริษัทก็มีหุ้นที่จะให้นักลงทุนมีการยืมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นที่อยู่ใน SET 50 ซึ่งมีกองทุนต่างๆนำหุ้นมาให้บริษัทเพื่อที่จะให้นักลงทุนยืม”นางสาวนฤมลกล่าว
ขณะนี้จากทิศทางตลาดหุ้นไทยไม่ดี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง ทำให้นักลงทุนรายย่อยไม่มีความมั่นใจว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร จึงทำให้นักลงทุนรายย่อยไม่ค่อยที่จะกล้าเข้ามาทำธุรกรรมการยืมหุ้นเพื่อนำไป Short Sell ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ทำธุรกรรมดังกล่าวในขณะนี้จะเป็นนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ โดยมีการเก็งกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งก็จะต้องรอดูสถานการณ์อีก 6 เดือนว่าทิศทางตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร
นายชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ CNS กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนทำธุรกรรมซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคาร ทั้งในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมเนื่องจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงจากระดับ 770 จุดมาที่ระดับ 720 จุด เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง
ทั้งนี้ การยืมหุ้นเพื่อทำรายการจะเปลี่ยนกลุ่มตามรอบของการเคลื่อนไหวของดัชนี โดยในส่วนของหุ้น SHIN ที่ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง
บล.พัฒนสินไม่ได้แนะนำให้ลูกค้าของบริษัททำ Short Sell เนื่องจากมีการทำรายการซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นในราคาเทนเดอร์ออฟเฟอร์อยู่แล้ว
"การยืมหุ้นถือว่าเป็นเครื่องมือให้กับนักลงทุนในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลดลง แต่ขณะนี้ดัชนีปรับลดลงมาแล้วประมาณ 50 จุด เราจึงแนะนำให้ถือเงินสดเพื่อเตรียมเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งหากสถานการณ์บ้านเมืองสงบ"นายชัยกล่าว
**ดันดัชนีราคาหุ้นพุ่งปิดงบQ1/49
ด้านภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (30 มี.ค.) ดัชนีปิดที่ 730.99 จุด เพิ่มขึ้น 6.12 จุด หรือ 0.84% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของวัน ขณะที่จุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 724.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 14,541.05 ล้านบาท
การซื้อขายของนักลงทุนรายกลุ่มปรากฏว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,082.41 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 415.66 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 666.75 ล้านบาท
นายชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ CNS กล่าวว่า ภาวะในตลาดหุ้นวานนี้ (30 มี.ค.) ในช่วงเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ก่อนที่จะมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ในช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรราคหุ้นในช่วงปิดงบบัญชีงวดไตรมาส1/49 ประกอบกับสถานการณ์การการเมืองก็คลี่คลายไปในระดับหนึ่ง หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศหยุดการชุมนุม โดยมีการนัดชุมนุมอีกครั้งหลังจากการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549
ทั้งนี้ ในวันนี้ดัชนีอาจจะแกว่งตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน คือกลุ่มที่ยังลงทุนและกลุ่มที่ชะลอการลงทุนเนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมือง
|
|
 |
|
|