Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน31 มีนาคม 2549
คลังลั่นเก็บภาษีได้ตามเป้าเชื่อธปท.ปรับดอกเบี้ยตามเฟด             
 


   
www resources

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

   
search resources

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
Auditor and Taxation
นริศ ชัยสูตร




คลังเผยเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลเงินเฟ้อลดลงเหลือ 5.6% ด้านตัวเลขส่งออกเพิ่มที่ระดับ 22.9% นำเข้าขยายตัว 19% ทุนสำรองระหว่างประเทศปรับตัวขึ้นมาที่ 53.4 พันล้านเหรียญ มั่นใจเก็บภาษีได้ตามเป้า 1.36 ล้านล้านบาท ด้านคาดแบงก์ชาติปรับขึ้นดอกเบี้ยอุดช่องว่างดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศ

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังโดยรวมในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ว่า ยังสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากการส่งออกไปยังต่างประเทศที่ขยายตัวได้ดี ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 5.6% ลดลงจากเดือนมกราคมที่อยู่ที่ 5.9% ทั้งนี้ เป็นเพราะราคาหมวดอาหารสดลดลง แต่อย่างไรก็ตามดัชนีหมวดสินค้าอื่นๆ ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย

ด้านการส่งออกขยายตัวอยู่ที่ 22.9% หรือคิดเป็นมูลค่า 9,515.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงขึ้นจากเดือนมกราคมที่ขยายตัวอยู่ที่ 13.6% หรือคิดเป็นมูลค่า 8,946 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสินค้าที่ มีการขยายตัวได้ดีประกอบด้วย รถยนต์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และยางพารา ขณะที่การนำเข้าขยายตัวอยู่ที่ 19% หรือคิดเป็นมูลค่า 9,801.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมที่ขยายตัวอยู่ที่ 2% หรือคิดเป็นมูลค่า 9,388 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นผลมาจากการนำเข้าสินค้าหมวดเครื่องบินและสินค้าอื่นๆ ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลอยู่ที่ 286.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดือนมกราคมอยู่ที่ 442 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากปริมาณการนำเข้าโดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องบินทำให้การนำเข้าสูงกว่าส่งออกเล็กน้อย

สำหรับทุนสำรองระหว่างประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 53.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมที่อยู่ที่ 53.2 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือเท่ากับ 5.5 เดือนของมูลค่าการนำเข้าและ 3.3 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 39.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากเดือนมกราคมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 39.6 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

“ทางกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนกุมภาพันธ์ในปี 2549 จะเกินดุลได้ต่อเนื่อง เป็นเพราะมองว่าแนวโน้มมูลค่าการส่งออกจะขยายตัวสูงกว่ามูลค่าการนำเข้า ประกอบกับการท่องเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง”นายนริศ กล่าว

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมีนาคมนั้น สศค.คาดว่าจะอยู่ที่ 5.4% ซึ่งจะลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ที่ 5.6% ได้ ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวได้รวมผลของการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานอีก3 บาทต่อกิโลกรัมแล้วด้วย ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2549 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.75-3.25% ได้ ทั้งนี้ เป็นเพราะได้มีการปรับเพิ่มค่าไฟเอฟทีและค่าโดยสารสาธารณะในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปี 2549 นั้น จะอยู่ที่ 5% ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 4.5%

นอกจากนี้นายนริศ ยังได้กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่มีการปรับประมาณการตัวเลขจีดีพีปีนี้ โดยจะยังคงอยู่ที่ 4.5-5% เหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังจะมีการทบทวนตัวเลขจีดีพีทุก ๆ 3 เดือน เป็นปกติอยู่แล้ว โดยครั้งต่อไปจะมีการประกาศตัวเลขจีดีพีทั้งปีประมาณเดือนพ.ค. 2549

ด้านแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนั้น คาดว่า ในปีนี้คาดว่ามีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยอาร์/พี 14 วัน ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะถึงที่ระดับ 5% จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 4.5% เนื่องจากคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกจนถึงระดับ 5% ส่งผลให้ธปท. ต้องปรับด้วยเพื่อไม่ให้เกิดส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศ

มั่นใจเก็บภาษีตามเป้า1.36ล้านล้าน

นายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการ สศค. กล่าวถึงยอดการปล่อยสินเชื่อคงค้างในปี 2549 อยู่ที่ 340,000 ล้านบาท ที่มีความเป็นกังวลว่าจะกลายเป็นเอ็นพีแอลในอนาคต ว่า ในปัจจุบันตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้)เอ็นพีแอลของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐต่ำกว่าระบบไว้ที่ไม่เกิน 10% และต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งผลประกอบการก็ยังดีอยู่ มาตรฐานกองทุนต่อสินทรัพย์ก็สูงกว่า 8.5% ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

“สินเชื่อที่ปล่อยออกไป จะเป็นการต่อยอดรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะนำเงินเหล่านี้มาลงทุนก็ จะถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง”นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2549 จะมีการจัดเก็บรายได้เกินเป้าประมาณการที่วางไว้ที่ 1.36 ล้านล้านบาท ได้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการเบิกจ่ายมั่นใจว่าจะยังคงเบิกจ่ายได้ตามที่ตั้งไว้ที่ 93% ได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงเชื่อว่าปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าอยู่ในขณะนี้จะเป็นปัญหาระยะสั้น และจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม กระทรวงการคลังเชื่อว่า ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศต่อจากนี้ก็จะต้องมาสานต่อทำโครงการเมกะโปรเจกต์อย่างแน่นอน เพราะโครงการเหล่านี้เป็นโครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวได้

นอกจากนี้ในเรื่องของความกังวลของการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่อภาวะเศรษฐกิจ ว่า กระทรวงการคลังเชื่อว่า ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศต่อจากนี้ก็จะต้องมาสานต่อทำโครงการเมกะโปรเจกต์อย่างแน่นอน ทั้งนี้เป็นเพราะมองว่าโครงการเหล่านี้เป็นโครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us