มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการ จัดสัมมนากลยุทธ์พิชิตวัยจ๊าบ ปี 49 เพื่อหาทางออกช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่กำลังตัดสินใจว่าจะผลิตสินค้าอะไรออกมาจำหน่ายในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
อาจารย์ ภูสิต เพ็ญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาโน เซริช์ จำกัด เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน อยู่ในช่วงการชะลอตัว การขยายตัวของเศรษฐกิจจากเดิมมาจากภาครัฐ แต่การเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ การขยายตัวกลับมาอยู่ที่ภาคเอกชน เพราะเงินที่ภาครัฐจ่ายออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว ดังนั้น ภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลไกหลักของประเทศในขณะนี้ ทำอะไรต้องรู้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
ในปี 2549 มองว่า เศรษฐกิจชะลอตัว การตัดสินใจซื้อผู้บริโภคจะต้องมีความรอบครอบมากขึ้น แต่กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่การตัดสินใจซื้อสินค้าจะใช้อารมณ์มากกว่า เหตุผล และจากการสำรวจพบว่า ถึงแม้กลุ่มวัยรุ่นจะเป็นวัยที่ไม่มีกำลังซื้อ ไม่มีรายได้ แต่กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่มีอิทธพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าภายในครอบครัวสูงมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่ควรที่จะมองข้ามลูกค้ากลุ่มนี้ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
ทั้งนี้ จากการผลการสำรวจของ บริษัท นาโนเซริช์ จำกัด ในการศึกษาวิจัยพฤติกรรมการบริโภคของวัยจ๊าบ และวัยโจ๋ คือ ช่วงอายุ 13-17 ปี และ ช่วงอายุ 18-22 ปี ตั้งแต่ปี 2547-2549 พบว่า สิ่งของภายในบ้านที่วัยรุ่นมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออันดับแรก ได้แก่ กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ สถานที่ท่องเที่ยว สบู่ และร้านอาหาร
สำหรับพฤติกรรมของวัยรุ่นในวันนี้เปลี่ยนไปมาก วันรุ่นแสดงออกและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ดังนั้นกลยุทธ์การตลาดต้องชัดเจน ว่าจะทำอะไร สินค้าที่จะทำขายให้กับวัยรุ่น ต้องมีอะไรที่พิเศษอยู่ในนั้น และพฤติกรรมของ สองวัย วัยจ๊าบ และวัยโจ๋ เริ่มแยกมากขึ้น เรื่อยๆ มีความชอบเริ่มแตกต่างกัน การทำสินค้า ต้องแยกสองกลุ่มให้ชัดเจน
เริ่มจากต้องรู้ก่อน ว่าพฤติกรรมของวัยรุ่น ใช้จ่ายไปกับการซื้อสินค้า อันดับแรก อาหารและเครื่องดื่ม เดือนละประมาณ 3,000-4,000 บาท อับดับ สอง การแต่งกาย เดือนละ 2,000-4,000 บาท และอันดับ สาม บันเทิง การชมภาพยนตร์ เดือนละ 1,000-2,000 บาท สิ่งที่วัยรุ่นพิจารณาเลือกซื้อสินค้า ต้องตามแฟชั่น ซึ่งคำนิยามของแฟชั่น คือ การเลียนแบบ ทันสมัย และอินเทรนด์ อวัยวะที่วัยรุ่นให้ความสนใจ หน้า ผม รูปร่างและดวงตา ดังนั้น สินค้าที่ออกมาถ้ารองรับกลุ่มเหล่านี้จะเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่าย
ด้าน ดร.สิทธิพร ดาดาษ ประธานชมรม Mr.SMEs กล่าวต่อว่า วัยรุ่นจะชื่นชอบสินค้าที่มีแบรนด์เนม ซึ่งเป็นข้อเสียเปรียบของเอสเอ็มอี ดังนั้น จะต้องทำให้เกิดกระแสการใช้สินค้าราคาต่ำ ซึ่งหน่วยงานของรัฐช่วยสร้างกระแสตรงนี้ด้วย เพราะทำให้เอสเอ็มอีได้ประโยชน์ เพราะสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายมีค่าการตลาดและต้องนำเข้าจากต่างประเทศราคาก็จะสูง ซึ่งสินค้าของเอสเอ็มอี แม้ว่าราคาจะถูก แต่คุณภาพต้องดีด้วย ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นโอกาสในการปลุกกระแสให้คนหันมาใช้สินค้าราคาถูก
|