|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์เอส ซี เฟิร์ส ของเกาหลีสนเป็นนายหน้านำหนี้ธอส.ขายต่างประเทศ ตามแผนการระดมทุนของธอส.วงเงินหมื่นล้านบาท คาดปลายปีได้รับเงินขายหนี้แน่ เดินหน้าขยายธุรกรรมรับพ.ร.บ.ฉบับใหม่ วางกรอบ 11 สินค้าที่จะเน้นปล่อยกู้
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงแผนการระดมเงินเพื่อใช้ในปล่อยสินเชื่อของธนาคารว่า ธอส.ได้เตรียมแผนที่จะขายหนี้หรือการทำซีเคียวริไทเซชั่น จำนวน 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นขายในประเทศ 20,000 ล้านบาท และต่างประเทศอีก 10,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเข้ามาศึกษาพอร์ตหนี้ของธนาคาร คาดว่าจะสามารถเลือกได้ภายใน 2 เดือน หลังจากนั้นจะทำการแบ่งกลุ่มโดยจะเป็นการผสมระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียรวมกัน หลังจากนั้นจะทำการคัดเลือกสถาบันการเงินเพื่อนำหนี้ไปขายทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในอีก 9 เดือนข้างหน้า โดยล่าสุดธนาคารเอส ซี เฟิร์ส แบงก์ ประเทศเกาหลี ได้เสนอตัวเพื่อเป็นนายหน้านำพอร์ตหนี้ไปขายในต่างประเทศ
" คาดว่าในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าเราจะได้เม็ดเงินเข้ามา เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของธนาคาร ส่วนประเด็นของการทำซีเคียวริไทเซชั่นในต่างประเทศ และเมื่อสว็อปเป็นเงินบาทในช่วงที่ผันผวน ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนสูงนั้น เชื่อว่าจะไม่มีปัญหามากนัก เพราะในครั้งแรกต้นทุนจะสูงมากแต่หากทำหลายๆครั้งจะมีต้นทุนที่ถูกลงประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์" นายขรรค์
สำหรับผลสืบเนื่องจากการแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2549 เพื่อเพิ่มขอบเขตการทำธุรกรรมและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า จุดมุ่งหมายหลัก เพื่อส่งเสริมการนำเงินไปลงทุนเกี่ยวกับการจัดให้มีอาคารหรือที่ดินเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิถีในการดำเนินชีวิตของประชนในยุคปัจจุบัน ซึ่งนอกจากตัวบ้านและที่ดินแล้วประชาชนยังต้องการสินเชื่อเกี่ยวกับอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย
นายขรรค์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ดำเนินการในการวางแผนสนับสนุนกิจกรรมที่ธนาคารสามารถดำเนินการได้ภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ไม่ว่าจะเป็น การสร้างผลิตภัณฑ์ด้านการให้สินเชื่อในรูปแบบใหม่ๆ อาทิ สินเชื่อเพื่อซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อที่อยู่อาศัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการธนาคาร เพื่อพิจารณาอนุมัติ หลังจากนั้นจะนำเสนอกระทรวงการคลังในการพิจารณาอนุมัติ และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงกลางปีนี้
โดยขอบข่ายของสินเชื่อเพื่ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกนี้ จะประด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในบ้านจำนวน 11 ประเภท อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง ตู้เย็น เป็นต้น โดยไม่รวมยานพาหนะ อย่างไรก็ดีสินค้าทั้ง 11 ประเภทจะสามารถเปิดเผยได้ทั้งหมดหลังกระทรวงการคลังอนุมัติให้ดำเนินการได้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นในเบื้องต้นตั้งไว้ที่ระดับ MRR ของธนาคาร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าสินเชื่อนอกระบบหรือนอนแบงก์ในปัจจุบันอย่างแน่นอน
ส่วนการปล่อยสินเชื่อนั้น จะพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าของธนาคาร อาทิ ลูกค้ามีคุณสมบัติขอสินเชื่อซื้อบ้านวงเงิน 1 ล้านบาท แต่ขอกู้เพียง 8 แสนบาท ก็จะสามารถใช้วงเงินที่เหลืออีก 2 แสนไปซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกได้ หรือลูกค้าที่ผ่อนชำระสินเชื่อบ้านไปบางส่วนแล้วก็จะสามารถมาขอกู้ต่อเพื่อซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกได้ โดยวงเงินที่สินเชื่อนี้จะคิดแยกจากสินเชื่อบ้าน ส่วนระยะเวลาการผ่อนชำระนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร นอกจากสินเชื่อเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ยังมีสินเชื่อเพื่อซื้อ เช่า สร้างขยาย หรือซ่อมแซมอาคารบนที่ดินที่มีสิทธิการเช่า สินเชื่อสำหรับผู้มีการออกในบัญชีเงินฝากสม่ำเสมอ เป็นต้น
|
|
 |
|
|