|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ เมษายน 2549
|
 |

แม้จะมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมากมาย ทั้งปัญหาเรื่องน้ำมัน ไข้หวัดนก และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังหาความชัดเจนไม่ได้แต่ ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในนามของเซ็นทรัลรีเทล ซึ่งนั่งเป็นประธานในงานแถลงข่าวประจำปีของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว โดยไร้เงาของผู้บริหารคนอื่นเคียงข้าง ออกจะพอใจกับผลประกอบการที่ผ่านมา
เนื่องมาจากปี 2548 เซ็นทรัลรีเทลทำรายได้เหยียบ 7 หมื่น ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเทียบกับปีก่อนหน้าถึง 19.7% เช่นเดียวกับกำไรที่โตขึ้นกว่า 30% ขณะที่ในปีนี้เซ็นทรัลคาดหวังเอาไว้ว่ายอดการเติบโตที่สูงขึ้นอีกถึงกว่า 12% ทะลุ 78,400 ล้านบาท
ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลรีเทลใช้งบส่วนใหญ่ไปกับการลงทุนเปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสันสาขาใหม่ที่รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นโรบินสัน สาขาแรกหลังจากที่ไม่เคยได้เปิดมาเลยก่อนหน้านี้ถึง 8 ปี
ขณะที่ปีนี้ทั้งปี งบลงทุนกว่า 5,350 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว ส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการปรับโฉม Central World Plaza แบบยกเครื่อง ด้านในบรรจุร้านต้นแบบของ Flagship หรือแต่ละ Unit ธุรกิจของเซ็นทรัลรีเทลทั้ง Super Sport, Power Buy, B2S และ Office Depot ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศ ไทย ตามมาด้วยการปรับโฉม Zen ที่อยู่ติดกัน ให้เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ภายใต้อาคารใหม่ที่จะสูงถึง 20 ชั้น
นอกจากผลประกอบการ และการลงทุนใหม่ๆ ไปกับห้างที่มีอยู่เดิม จะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดอีกอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจของเซ็นทรัล นับจากนี้ก็คือ การตัดสินใจให้ความสำคัญ อย่างจริงจังกับการลงทุนของกลุ่มในต่างประเทศ
วันงานแถลงข่าวที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ ทศ จิราธิวัฒน์ เปิดเผยต่อบรรดาสื่อมวลชนถึงแผนการดำเนินการธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ในนามเซ็นทรัลรีเทล ในประเทศจีน
หลังจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บรรดาสื่อมวลชนรับทราบข่าวจากเขาแต่เพียงการตัดสินใจไปต่างประเทศของเซ็นทรัล แต่จำกัดวงเฉพาะการรุกตลาดอาเซียน ด้วยเหตุผลของขนาดลูกค้าที่หากรวมกันแล้วก็เกือบครึ่งของจีนแล้วนั่นเอง และให้เหตุผลของการไม่ไปจีน เนื่องจากเป็นประเทศที่ใหญ่เกินไป และคู่แข่งมีมาก
วันนี้ ทศบอกว่า หลังจากที่ใช้เวลาในการศึกษาตลาดของจีน ทั้งขนาดประชากร อุปสงค์ อุปทาน และพฤติกรรมของผู้บริโภคมาเป็นระยะเวลาหลายปี และเชื่อว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะได้ข้อสรุปในแง่ภาพของการลงทุนในประเทศนี้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
หัวเมืองใหญ่ๆ ของจีนจำนวน 10 จังหวัด เป็นเป้าหมายสำคัญของเซ็นทรัลในการเข้าไปรุกตลาด เปิดห้างสรรพสินค้าของตนภายใต้แบรนด์ทั้งเซ็นทรัล โรบินสัน และอื่นๆ ทั้งผ่านวิธีการจับมือกับพันธมิตร และลงทุนด้วยตนเอง
นอกเหนือจากแผนการในการลงทุนธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ทั้งการเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าในสาขาธุรกิจที่เซ็นทรัลมีอยู่แล้ว อาทิ ธุรกิจหนังสือ และการเปิดห้างสรรพสินค้า
"จีน" กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ทำให้เซ็นทรัลก้าวเข้าสู่การเป็น global player แทนการเป็นเพียง regional player อย่างความตั้งใจเดิม เพราะเหตุผลที่จีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ ได้รับการคาดการณ์แล้วว่าในอีก 30 ปีข้างหน้าจะแซงหน้าสหรัฐ อเมริกาในท้ายที่สุดนั่นเอง
"บทเรียนที่ผ่านมา ประเทศที่ติดอันดับ Fortune 500 มักอยู่ในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ แทบทั้งหมด ดังนั้นหากว่าจีนขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกเมื่อไร ก็มีความเป็นไปได้ว่า ธุรกิจที่ลงทุนอยู่ในจีนก็น่าจะติดอันดับนั้นด้วย ดังนั้นวันนี้การลงทุนของเซ็นทรัลในจีน จึงเป็นการลงทุนเพื่อ 30 ปีข้างหน้า" เป็นประโยคสำคัญที่ทศทิ้งท้ายเอาไว้ในวันงานแถลงข่าว ให้เห็นความสำคัญของการรุกไปอย่างมีเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมาของเซ็นทรัลนับจากนี้เป็นต้นไป
|
|
 |
|
|