Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์27 มีนาคม 2549
KPN เปิดแนวรุกต่างจังหวัดชูศักยภาพหลักสูตร-บุคลากร             
 


   
www resources

โฮมเพจ สถาบันดนตรีเคพีเอ็น

   
search resources

เคพีเอ็น มิวสิค, บจก.
Franchises
Musics




สถาบันดนตรีเคพีเอ็น สบช่องโอกาสธุรกิจดนตรีหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัดรุ่ง ปี 2549 ตั้งเป้าบุกตลาดเพิ่มสาขาแฟรนไชซีอีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขา เตรียมเจาะพื้นที่ เชียงใหม่ ภูเก็ต คาดสรุปเร็วๆนี้ ล่าสุดเพิ่มหลักสูตร "คอมพิวเตอร์มิวสิค" รับกระแสฐานลูกค้าหลักวัยรุ่นแห่เรียน ชี้โอกาสการลงทุนสูงคู่แข่งขันไม่มาก เทียบธุรกิจน้ำซึมบ่อทรายภาวะเศรษฐกิจไม่ส่งผลกระทบ

สถาบันดนตรีเคพีเอ็น (KPN MUSIC ACADEMY) ย่างเข้าสู่ปีที่ 5 ภายใต้การกุมบังเหียนของ "ณพ ณรงค์เดช " ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท เคพีเอ็น มิวสิค จำกัด ที่เข้าสานต่อธุรกิจ และต่อยอดความสำเร็จจากฐานรากที่คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช สร้างไว้จากการเปิดโรงเรียนสอนดนตรีขึ้นตั้งแต่ปี 2509

โดยนำเสนอคอนเซ็ปต์ของการเป็นสถาบันดนตรี ที่แตกต่าง โดยเน้นการสอนที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันทั้งหลักสูตรการสอน การตกแต่งสถานที่ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจตลอดระยะ 5 ปีได้รับการตอบรับ จากฐานลูกค้า (แฟรนไชซี) จำนวน 30 ราย ส่วนใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการกว่า 20,000 คน

และในปี 2549 นี้ เป็นปีที่สถาบันดนตรีเคพีเอ็น เตรียมขยายงานออกสู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะเมืองใหญ่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา ขอนแก่นและหาดใหญ่ เป็นการขยายสาขาแฟรนไชซีจากเดิมมีอยู่ที่ พัทยา ระยอง จันทบุนีและสระบุรี

ณพ กล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ถึงการรุกขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดว่ามีความพร้อมอย่างมากทั้งหลักสูตรและบุคลากร ทั้งนี้ผ่านการพิสูจน์จากจำนวนผู้เรียนในสาขากรุงเทพกว่า 20,000 รายได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าขยายสาขาอีกกว่า 10 สาขา รวมสิ้นปี 49 ตัวเลขสาขารวมไม่ต่ำกว่า 42 สาขา

เพราะหลักสูตรของสถาบันดนตรีเคพีเอ็น มีสำหรับกลุ่มผู้เรียนตั้งแต่ช่วงอายุ 3 ขวบครึ่งไปจนถึงมหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไป โดยได้แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ได้แก่การเรียนตามหลักสูตร ได้รับใบรับรองจากสถาบันและหลักสูตรที่ดีไซน์ตามความต้องการของผู้เรียน เช่น เรียนร้องเพลงเพียงไม่กี่เพลงสำหรับการไปร่วมงาน หรือเรียนกีต้าร์ระยะสั้นเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนฝูง นอกจากนี้ยังแยกประเภทของเครื่องดนตรีและประเภทงานดนตรี เช่น คลาสสิค ป๊อป ร็อค อาร์แอนด์บี จึง ทำให้เคพีเอ็นเป็นสถาบันดนตรีที่มีหลักสูตรหลากหลายมากที่สุดสถาบันหนึ่ง

ทั้งนี้ยังเน้นหลักสูตรการเรียน การสอนดนตรีไทย ที่ผ่านมาได้ผลักดันให้เกิดขึ้น โดยวิธีการสอนที่ทันสมัย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาการเล่นดนตรีไทยสำหรับเด็กยุคใหม่

"เมื่อเทียบดนตรีกับกีฬา จะเห็นว่ากีฬาเข้าถึงง่ายกว่า โดยเราพยายามทำให้ดนตรีเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยมีหลักสูตรต่างๆ ทำให้เด็กมีความสนใจมากขึ้น จะเห็นว่าตอนเด็กๆ เล่นดนตรีไม่เป็นพอมาเรียนดนตรีต้องเล่นเพลงของโชแปง โมซาส บีโทเฟ่น ในขณะที่เราชอบเพลงร็อค การเรียนดนตรีจึงเป็นปิระมิด ซึ่งสิ่งที่เคพีเอ็นทำคือปิระมิดซ้อนปิระมิด ทำให้เด็กวัยรุ่นอยากเข้ามาเรียนดนตรีกับเราเพราะมีแนวดนตรีที่ตรงใจเขา อยากเล่นป๊อปเราก็สอน ขณะเดียวกันก็สอนพื้นฐานดนตรีคลาสิคควบคู่ด้วย ซึ่งเป็นวิธีการที่เราคิดค้นขึ้นและทำมาตลอด”

สำหรับบุคลากรนั้น ปัจจุบันมีคณาจารย์ผู้ทรวงคุณวุฒิจำนวน 15 ท่าน ที่เป็นบุคคลชั้นนำในวงการดนตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะแบ่งสายงานดูแลอย่างชัดเจน เช่น อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์ หัวหน้าภาควิชาขับร้อง อาจารย์นรอรรถ จันทร์กล่ำ หัวหน้าภาควิชาไวโอลิน อาจารย์เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี ที่ปรึกษาภาควิชา Dance

"จากบุคลากรและหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นเป็นหลักสูตรลิขสิทธิ์ของเคพีเอ็นนั้น ได้รับการยอมรับปัจจุบันมีหลักสูตรให้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น เอแบค และการผลิตบุคลากรในวงการบันเทิงในผู้อยู่เบื้องหน้าศิลปิน นักร้องและผู้ทำงานเบื้องหลัง ทั้งนี้ภาพของสถาบันดนตรีเคพีเอ็นไม่ใช่เพียง weekend school ซึ่งเป็นมากกว่าหรือเปรียบได้กับการเป็น OEM ให้กับวงการดนตรี"

ณพ กล่าวเพิ่มเติมว่า และไตรมาสที่ 2 ของปี 2549 จะเพิ่มหลักสูตรใหม่ “คอมพิวเตอร์มิวสิค” เป็นการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยทำงานเพลงขณะนี้หลักสูตรพร้อมแล้วอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทคอมพิวเตอร์รายใหญ่ในการอิมพีเม้นท์มิวสิคเทคโนโลยี ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวสอดรับกับความต้องการตลาดโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นตลาดหลัก ที่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีค่อนข้างเร็วโดยเฉพาะกับงานเพลงทำให้ต้องพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ณพ ได้กล่าวถึงการเข้ามาลงทุนของแฟรนไชซีว่า ได้กำหนดพื้นที่ขั้นต่ำที่ 250 ตารางเมตร เป็นค่าแฟรนไชฟี 625,000 บาท อายุสัญญา 5 ปี ค่ารอโยตี้ฟี ปีที่ 1-5 7% ของรายได้รวมต่อเดือนก่อนหลักค่าใช้จ่าย (กำหนดขั้นต่ำเดือนละ 20,000 บาท) ทั้งนี้ไม่รวมค่าเครื่องดนตรี ค่าหนังสือและอุปกรณ์อื่นๆ ค่าเงินประกันและค่าตกแต่ง ซึ่งประมาณการลงทุนรวม 4-5 ล้านบาท

โดยสิทธิ์ที่แฟรนไชซีได้รับคู่มือการดำเนินกิจการพร้อมหลักสูตร สิทธิ์การใช้เครื่องหมายในการโฆษณาระดับท้องถิ่น ให้คำปรึกษาด้านทำเล หลักสูตรที่เหมาะสมกับแฟรนไชซีนั้นๆ ฝึกอบรมอาจารย์และบุคลากร ให้การสนับสนุนด้านการตลาดและให้คำปรึกษา

อย่างไรก็ตาม ณพ มองว่าโอกาสธุรกิจของสถาบันสอนดนตรีนั้นนั้นมาก ทั้งนี้จากตัวเลขของกระทรวงศึกษาธิการล่าสุด ระบุว่าจำนวนผู้อยู่ในวัยเรียน (ไม่รวมระดับมหาวิทยาลัย) มีจำนวนกว่า 10 ล้านคน จากการสำรวจพบว่ามีโอกาสเรียนดนตรีไม่ถึง 200,000 คน แบ่งจากฐานตัวเลขที่กระจายตามสถาบันดนตรีรายใหญ่ในตลาดต่างๆ กว่า 100,000 คนโดยมีฐานของเคพีเอ็นประมาณ 20,000 คนนอกนั้นกระจายตามสถาบันดนตรีเล็กๆ อีกประมาณ 100,000 คน

จะเห็นได้ว่ายังมีช่องว่างอีกเป็นจำนวนมากที่เป็นลูกค้าของสถาบันดนตรี และการแข่งขันธุรกิจสถาบันสอนดนตรียังไม่สูง มีรายใหญ่ในตลาดประมาณ 3 รายเท่านั้น และเมื่อเทียบกับเม็ดเงินการลงทุนระดับ 4-5 ล้านบาทกับธุรกิจประเภทอื่น

กับโอกาสของธุรกิจดังกล่าว สำหรับสถาบันดนตรีเคพีเอ็นได้มีแผนงานธุรกิจในการสนับสนุนแฟรนไชซีทั้งรายใหม่และรายเดิมที่เป็นแฟรนไชซีอยู่แล้วนั้น ด้วยมาร์เก็ตอีเวนต์เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์และสร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาได้จัดประกวดร้องเพลงถ้วยพระราชทานชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย (KPN AWARD) การประกวดร้องเพลงยุวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (KPN JUNIOR AWARD ) และการประกวดวงดนตรีชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย (KPN THAILAND BAND COMPETITION)

รวมถึงการพัฒนาบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับแฟรนไชซี เช่น ขณะนี้บริษัทได้เริ่มบริการรับเล่นตรีตามงานต่างๆ เช่น วันเกิด งานสังสรรค์ ตามบ้านหรือโรงแรม มีบริการประเภทดนตรี เครื่องดนตรีและจำนวนชิ้นหรือเต็มวง ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจะเริ่มจากแฟรนไชซีที่มีศักยภาพได้ก่อน

และหลักสูตรดนตรีสำหรับสถานศึกษาในจังหวัดนั้นๆ โดยเบื้องต้นบริษัทเป็นผู้ดำเนินการหากเล็งเห็นแฟรนไชวีรายใดสามารถดำเนินการได้ก็สามารถทำได้ เหล่านี้เป็นรายได้เสริมนอกจากรายได้หลักคือ ค่าเล่าเรียนเฉลี่ย 1,600-20,000 บาทต่อคลาส ค่าขายหนังสือคู่มือและค่าขายเครื่องดนตรี

ณพ กล่าวในตอนท้าย สิ่งสำคัญต่อการเข้ามาทำธุรกิจคือผู้ประกอบการหรือนักลงทุนที่ต้องมีความใส่ใจกับธุรกิจ มีเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่เคพีเอ็นย้ำมาก เพราะเป็นงานบริการที่ต้องสัมผัสกับผู้เรียนหรือลูกค้าในส่วนนี้จำเป็นมากที่บริษัทได้ลงทุนกับระบบไอทีในการติดต่อสื่อสารกับแฟรนไชซีสะดวกด้วยระบบออนไลน์ที่กำลังพัฒนารวมถึงอาจารย์ผู้สอน ที่ได้นำข้อมูลลูกค้าเพื่อทราบความต้องการของหลักสูตร การบริการ มาพัฒนาธุรกิจ

"แฟรนไชซีที่ประสบความสำเร็จเกิดจากความเอาใจใส่ เพราะบางสาขาที่เปิดใหม่โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดจำนวนผู้เรียนเดือนแรกสูงถึง 200 คน เดือนที่ 2 ที่ 3 เพิ่มเป็น 400-500 คน ณ จุดนั้นเขาก็เริ่มทำกำไรได้แล้ว" ณพ กล่าว

สำหรับทิศทางของสถาบันดนตรีเคพีเอ็น ธุรกิจแฟรนไชส์นับเป็นจิ๊กซอร์ตัวแรกในการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ภายใต้การบริหารงานของ "ณพ ณรงค์เดช" แล้ว ยังจะได้เห็นจิ๊กซอร์ในตัวต่อๆไป ในยุคของธุรกิจดนตรีเมืองไทยที่มีโอกาส และช่องทางอีกมาก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us