กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ขาดทุนทางบัญชีแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท หลังราคาหุ้น "ชิน คอร์ปอเรชั่น" ไหลรูดลงมาต่ำกว่าราคาเทนเดอร์ออฟเฟอร์ มูลค่าทางบัญชีหุ้นชินคอร์ป ลดเหลือ 1.1 แสนล้าน จากเดิมสูงถึง 1.4 แสนล้าน นักวิเคราะห์ประเมินราคาหุ้นปัจจุบันถือเป็นราคาที่เหมาะสม นักลงทุนเทขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ กดราคาหุ้นรูดต่อเนื่อง เพราะไม่มั่นใจคำเสนอซื้อ
วานนี้ ( 21 มี.ค.) ราคาหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายที่หุ้นละ 38.75 บาท ส่งผลให้กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ขาดทุนทางบัญชีเมื่อเทียบกับราคาที่ทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) ที่ระดับราคาหุ้นละ 49.25 บาท โดยหุ้นที่กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ถือหุ้นทั้งหมดจำนวน 2,905.86 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 143,113.60 ล้านบาท
จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงเหลือ 38.75 บาท ทำให้มูลค่าทางบัญชีเหลือ 112,602.07 ล้านบาท แสดงว่ากลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ขาดทุนทางบัญชีในหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นแล้วจำนวน 30,511.53 ล้านบาท
ขณะที่การทำคำเสนอซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (SHIN-W1) ที่กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ทำคำเสนอซื้อ SHIN-W1 ในราคาหน่วยละ 28.75 บาท จำนวนทั้งสิ้น 159.12 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 4,574.70 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาปิดวานนี้ที่หน่วยละ 28.25 บาท ทำให้มูลค่าทางบัญชีลดลงเหลือ 4,495.14 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนทางบัญชีจำนวน 79.56 ล้านบาท
เมื่อนำผลขาดทุนทางบัญชีของ SHIN และ SHIN-W1 มาแล้วกันแล้ว ปรากฏว่า กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จะมีผลขาดทุนทางบัญชีไปแล้วรวมทั้งสิ้นจำนวน 30,591.09 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากนักวิเคราะห์ กล่าวให้ความเห็นว่า จากการที่ปริมาณหุ้น SHIN ที่หมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ฟรีโฟลท) น้อย จะทำให้ราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวไม่มากนัก และมองว่าราคาหุ้น SHIN น่าจะอยู่ที่ระดับกว่า 30 บาท ไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึงราคาเทนเดอร์ที่หุ้นละ 49.25 บาทอย่างแน่นอน โดยแนวทางที่ราคาหุ้น SHIN จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมีอยู่ทางเดียวกัน บริษัทจะต้องมีการเพิ่มทุนจดทะเบียน ขณะที่กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ จะต้องถูกห้ามซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปี
ทั้งนี้ การที่กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ มีการซื้อหุ้นชินสูงกว่ามูลค่าตามบัญชี เนื่องจากมีการรวมค่าความนิยม (กู๊ดวิว)ดังนั้น เมื่อเทเมาเส็กจะมีการลงบัญชีจะต้องมีการตัดค่ากู๊ดวิวจำนวนมาก ซึ่งการซื้อหุ้นชินครั้งนี้ กลุ่มเทมาเส็กจะได้ผลตอบแทนที่ดีจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ส่วนบริษัท บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SATTEL และบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือ ITV นั้นไม่ตรงกับธุรกิจที่กลุ่มเทมาเส็กทำ โดยคาดว่ากลุ่มเทมาเส็กเตรียมที่จะมีการขายหุ้น SATTEL และ ITV ออกไป
"ในอนาคตจะต้องมีการติดตามนโยบายของกลุ่มเทมาเส็กต่อชินคอร์ป ว่าจะมีการเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ หรือคงความเป็นบริษัทจดทะเบียนเอาไว้"
นางสาวสุภากร สุจิรัตนวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทีเอสอีซี จำกัด กล่าวว่า การที่กลุ่มเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์เข้ามาซื้อหุ้นชินนั้นเป็นการหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวคงจะไม่หวังผลในระยะสั้น หาก ชิน คอร์ปอเรชั่น สามารถที่จะทำให้ NAV มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ขณะนี้ราคาหุ้น SHIN อยู่ที่หุ้นละ 38 บาทนั้น เป็นราคาหุ้นที่เหมาะสมแล้ว เพราะโดยปกติหลังทำเทนเดอร์ฯ ราคาหุ้นจะมีการปรับลงจาก NAV ประมาณ 10-15% (NAVของ SHIN อยู่ที่ประมาณ 50 บาท) การที่หุ้นชินจะมีปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องมีการขายหุ้นออกมาแต่กลุ่มของเทมาเส็กยังไม่สามารถขายหุ้นออกมาได้ เพราะถูกห้ามซื้อขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปี
ด้านภาวะตลาดหุ้นวานนี้ (21 มี.ค.) แกว่งตัวในกรอบแคบๆ ขึ้นลงในแดนบวกและแดนลบ และดัชนีปิดที่ระดับ 732.48 จุดลดลง 2.03 จุดหรือ 0.28% มูลค่าการซื้อขาย 10,232.33 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 182.46 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 80.34 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 262.80 ล้านบาท
นางสาวสุภากร กล่าวว่า ดัชนีไทยปรับตัวลดลงวานนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์การเมือง ทำให้ดัชนีมีการแกว่งตัวในกรอบแคบเพียง 4 จุด เท่านั้น โดยนักลงทุนหันมาเก็งกำไรในหุ้นขนาดเล็กทำให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (22 มี.ค.) คาดว่าจะยังคงมีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งนักลงทุนก็ยังคงชะลอการลงทุน ซึ่งหากยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นก็คาดว่าแนวรับจะอยู่ที่ 730 จุด แนวต้านอยู่ที่ 740 จุด
นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้มีการแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ซึ่งมาจากราคาน้ำมันล่วงหน้ามีการปรับตัวลดลงทำให้ราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันมีการปรับตัวลดลงเช่นกัน และจากปัจจัยทางการเมืองก็ยังคงส่งผลให้นักลงทุนมีการชะลอการลงทุน ซึ่งนักลงทุนบางส่วนก็หันไปเก็งกำไรในหุ้นขนาดเล็ก เช่น BNT,IEC ,PICNI,MME,WIN
สำหรับแนวโน้มดัชนีวันนี้ หากราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าจะมีการแกว่งตัวในกรอบแคบๆราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันก็จะมีการทรงตัว ซึ่งในวันนี้จนถึงวันเสาร์กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มีแผนที่จะมีการเคลื่อนขบวนในการกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกอย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลให้นักลงทุนมีการชะลอการลงทุน ซึ่งหากดัชนีฯมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนักลงทุนก็จะมีการขายหุ้นออกมา โดยมองแนวรับที่ระดับ 720 -728 จุด แนวต้านที่ระดับ 736-738 จุด
|