บอร์ดแบงก์ทหารไทยมีมติตั้ง "จินเน็ท หว่อง ไค ยวน" ขึ้นบอร์ดแทน "ไมเคิล แอนดรูว์ เฮก"ที่ขอลาออก มีผล 10 มี.ค. พร้อมขอมติผู้ถือหุ้นเพื่อเพิ่มทุน 3.22 พันล้านหุ้น หุ้นละ 10 บาท วันที่ 29 เมษายนนี้ โดยขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 4.75 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่
ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2549 ได้มีมติ ประชุมได้มีมติ เลือกตั้ง นางสาวจินเน็ท หว่อง ไค ยวน เป็นกรรมการ ธนาคารสืบแทนนายไมเคิล แอนดรูว์ เฮก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2549
โดยกรรมการได้อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของธนาคาร เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัดกำหนด เพื่อดำเนินการเพิ่มทุนโดยลดทุนจด ทะเบียนจาก 183,063,491,790 บาท เป็น 155,063,491,790 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกและเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Issue) และผู้ลงทุน ประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะ (Private Placement) และไม่ได้รองรับการใช้สิทธิใดๆ รวมจำนวน 2,800,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท และ ยกเลิกมติเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ดังกล่าวให้นำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2549 ในวันที่ 29 เมษายน 1549 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของธนาคาร จาก 155,063,491,790 บาท เป็น 187,287,384,790 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 3,222,389,300 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อสิทธิ ในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ในวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 12.00 น. และให้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งหมด เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (ผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือหุ้น บุริมสิทธิ) ซึ่งมีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2549 ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ ละรายถืออยู่ (Rights Issue) ในอัตรา 4.75 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ หากมีเศษของหุ้นเหลือจากการคำนวณตามการ จัดสรรดังกล่าว ให้ปัดเศษหุ้นนั้นทิ้ง
โดยผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิ จองซื้อหุ้นใหม่เกินสิทธิของตนตามอัตราที่กำหนดไว้นี้ได้ แต่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นใหม่เกินสิทธิ จะได้รับการจัด สรรหุ้นให้สำหรับจำนวนที่มีการใช้สิทธิเกินนี้ก็ต่อเมื่อมีหุ้น เหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ได้จองซื้อตามสิทธิ ครบถ้วนทั้งหมดแล้วเท่านั้น โดยในกรณีที่หุ้นสามัญ เพิ่มทุนส่วนที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่มีผู้ถือหุ้น เดิมจองซื้อเกินสิทธิ ให้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วน ที่เหลือให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อเกินสิทธิตามสัดส่วนการ จองซื้อหุ้นเกินสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิมแต่ละราย
นอกจากนี้ยังอนุมัติให้ธนาคารออกและเสนอขายตราสารที่มีลักษณะ คล้ายทุน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยให้นับเป็นเงิน กองทุนชั้นที่ 1 (Hybrid Tier 1) และ/หรือตราสารที่มี ลักษณะคล้ายทุน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยให้นับ เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 (Upper Tier 2) เพื่อเสนอขายใน ต่างประเทศทั้งจำนวนภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ โดยอยู่ในวงเงินรวมกันไม่เกิน 200 ล้าน เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือจำนวนเทียบเท่าในเงินสกุล อื่นซึ่งอาจออกและเสนอขายทั้งหมดในคราวเดียวหรือทยอยออกและเสนอขายหลายครั้งก็ได้
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณา กำหนดประเภทของตราสารที่จะออกและเสนอขาย กล่าวคือ จะออกตราสาร Hybrid Tier 1 หรือตราสาร Upper Tier 2 หรือทั้งสองอย่าง และกำหนด วงเงินของตราสารที่จะออกและเสนอขาย โดยจะออกทั้งวงเงินที่คณะกรรมการอนุมัติไว้ในคราวเดียว หรือวงเงินที่เล็กกว่านั้น โดยทยอยออกและเสนอขาย หลายครั้ง
และให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ/หรือประธาน เจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน มีอำนาจในการกำหนด รายละเอียดและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออก และเสนอขายตราสาร Hybrid Tier 1 และ/หรือตราสาร Upper Tier 2 ที่จะออก เช่น ชื่อ วันที่จะออกและเสนอขาย วิธีการออกและวิธีการจัดสรรในรายละเอียด อัตรา ดอกเบี้ยและวิธีการจ่ายดอกเบี้ย สิทธิของธนาคารในการ ไถ่ถอนคืน เป็นต้น รวมทั้งให้มีอำนาจในการแต่งตั้งที่ปรึกษา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายตราสาร Hybrid Tier 1 และ/หรือตราสาร Upper Tier 2 ที่จะออก
|