|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เอทีซีมั่นใจลงทุนโครงการสไตรีนโมโนเมอร์(SM)ได้เร็วขึ้น หลังจากไม่ต้องลงทุนโรงรีฟอร์มิ่ง คอมเพล็กซ์ ทำให้มีเงินเหลือเพียงพอลงทุนดาวน์สตรีม ชี้แนวโน้มราคาพาราไซลีนขยับตัวดีขึ้น หลังสต็อกตลาดโลกลดลง
นายอธิคม เติบศิริ รองผู้จัดการใหญ่แผนธุรกิจและการเงิน บริษัท อะโรเมติกส์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)(เอทีซี) เปิดเผยว่า จากการร่วมลงทุนระหว่างเอทีซีกับบริษัท โรงกลั่นน้ำมันระยอง จำกัด(RRC) ทำให้ต้นทุนการผลิตของโรงอะโรเมติกส์ 2 ลดลง โดยบริษัทจะลงทุนเฉพาะส่วนที่เป็นอะโรเมติกส์ คอมเพล็กซ์ ทำให้บริษัทฯประหยัดการลงทุนครั้งนี้ 230 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทฯลงทุนอุตสาหกรรมขั้นปลายน้ำ (ดาวน์สตรีม)ได้เร็วขึ้น จากเดิมที่คาดว่าจะต้องรอจนว่าโรงอะโรเมติกส์หน่วย 2 แล้วเสร็จก่อน
โดยบริษัทสนใจที่จะลงทุนดาวน์สตรีมในสายเบนซีน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาค่อนข้างผันผวน และมีปริมาณเบนซีนที่ต้องส่งออก ทั้งนี้บริษัทฯกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะลงทุนผลิตสไตรีนโมโนเมอร์ (SM) ขนาดกำลังการผลิต 2-4 แสนตัน/ปี ใช้เงินลงทุน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ขนาดกำลังผลิต 2แสนตัน) คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้
" เดิมบริษัทฯคิดว่าจะทำโครงการ SM ขนาด 2 แสนตัน/ปี แต่เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว พบว่าขนาดกำลังการผลิตที่ได้ (Economy of Scale) เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 4 แสนตัน ทำให้ไม่มีปริมาณเบนซีนในโรงอะโรเมติกส์หน่วย 2 เหลือเพียงพอที่จะส่งออก"
เมื่อเร็วๆนี้ เอทีซีปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนในโรงงานอะโรเมติกส์ 2 โดยให้RRC จะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโรงงานรีฟอร์มิ่ง คอมเพล็กซ์ มูลค่า 387 ล้านเหรียญสหรัฐ และโรงงานอัพเกรดดิ้ง คอมเพล็กซ์ มูลค่า 135 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเอทีซีจะเป็นผู้ลงทุนโรงงานอะโรเมติกส์ คอมเพล็กซ์ มูลค่า 551 ล้านเหรียญสหรัฐจากเดิมที่เอทีซีจะต้องเป็นผู้ลงทุนโรงรีฟอร์มิ่ง คอมเพล็กซ์ด้วย
แนวโน้มราคาพาราไซลีนในช่วงนี้ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสต็อกพาราไซลีนในตลาดโลกเริ่มลดลง รวมทั้งราคาเบนซีนก็ปรับขึ้นด้วย โดยมีการประเมินว่าราคาพาราไซลีนในปีนี้เฉลี่ย 902 เหรียญสหรัฐ/ตัน และเบนซีน 765 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากปีก่อนที่มีราคาเฉลี่ย 899 เหรียญสหรัฐ และ843 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามลำดับ
ทั้งนี้ ปตท.ถือหุ้นทั้งหมดในRRC และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในเอทีซี ซึ่งการร่วมมือระหว่าง 2 บริษัทดังกล่าวนี้ ถือเป็นความร่วมมือเบื้องต้น ซึ่งปตท.มีแผนที่จะนำทั้ง 2 บริษัทฯมาควบรวมกันในอนาคต เพื่อให้เกิด Synergy มากยิ่งขึ้น ส่วนผลการดำเนินงานปี 2548 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 5,242 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10,342 ล้านบาท
|
|
 |
|
|