|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
AMATA มั่นใจนิคมฯ เบียนหัวที่เวียดนาม จะเติบโตได้ถึง 30% จากปี 48 หลังการเจรจาให้เกิด FTA ระหว่างเวียดนามกับญี่ปุ่น แจงทำเลเอื้อและคมนาคมสะดวก เผยเตรียมปรับราคาเพิ่มเล็กน้อย
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ รองประธานอาวุโส บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) (AMATA) เปิดเผยว่าขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เบียนหัวที่เวียดนามจะยังเติบโตได้ 30% จากปี48 ซึ่งเป็นผลจากการจะเปิด FTA ระหว่างเวียดนามและญี่ปุ่นทำให้นิคมฯ ดังกล่าวได้ประโยชน์เนื่องจากนิคมอมตะ เบียนหัว อยู่ในทำเลที่คมนามคมสะดวกและอยู่ใกล้เมือง
“อมตะเบียนหัวโตเร็วมาก ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะปี48 เขาก็สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว โดยพบว่ามีกำไรสุทธิ 5.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปี48 มีกำไรสุทธิ 2.06 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ ” นายวิบูลย์กล่าว
โดยคิดป็นอัตราการเติบโตถึง 163% ขณะที่มีกำไรขั้นต้นก็โตจนดันให้มาร์จิ้นปีนี้เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มี 44% เป็น 49% ผลดีที่เกิดขึ้นดังกล่าว เนื่องจากนิคมฯ แห่งนี้อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด จึงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและนักลงทุนมาก และเป็นโอกาสที่ AMATA ตัดสินใจปรับราคาขายที่ดินที่เบียนหัวเพิ่มเล็กน้อย ซึ่งปี48 ขายพื้นที่ได้ 45 แปลง
ดังนั้น AMATA จึงคาดว่าผลจากการเกิด FTA นักลงทุนไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่ต้องการเข้าไปยังแหล่งที่มีค่าแรงถูกมากกว่าไทย เมื่อมุ่งไปเวียดนามก็ยังมีทางเลือกที่จะลงทุนในเวียดนามได้ โดยไม่ต้องเสียลูกค้า เพราะหลายบริษัทที่มองว่าเรื่องค่าแรงจำเป็นก็เข้าสู่เวียดนาม โดยที่ยังใช้บริการในนิคมฯ ของ AMATA เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ AMATA ปีนี้ 5,500 ล้านบาท จากการขายที่ดินเพิ่มเป็น 2 พันไร่ จากปีก่อนหน้าที่ขายได้ 1,400 ไร่ พร้อมกับเน้นการลดต้นทุนการดำเนินด้วยการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการเพิ่มขึ้นด้วย
สำหรับปีนี้ AMATA เตรียมงบลงทุนไว้ 1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนที่ใกล้เคียงกับปี48 เพื่อนำใช้ไปพัฒนาที่ดินก่อสร้างเพิ่มเติม รวมถึงลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อให้มีบริษัทในเครือ 50 แห่งใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งปีนี้จะมีบริษัทในเครือเพิ่มอีก 15 แห่งรวมเป็น 30 แห่ง ซึ่งจะยังคงเป็นพันธมิตรที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาที่ดินเพื่อขาย
นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบชลประทานซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขุดบ่อกักเก็บน้ำ 2 แห่ง 35 ล้านคิวบนพื้นที่ 1,300 ไร่ ที่จะทำให้สามารถรองรับการใช้น้ำได้ถึง 1 ปีและเพื่อป้องกันปัญหาภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ ขณะที่ได้ร่วมทุนผลิตกระแสไฟฟ้าที่ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ด้วยสัดส่วน 13.77% ของงบลงทุน 1600 ล้านบาท และเข้าถือโดย บริษัท อมตะ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 50 ด้วยกำลังการผลิต 55 เมกะวัตต์ อันจะส่งผลให้บริษัทประหยัดและลดต้นทุนการดำเนินงานเรื่องค่าไฟฟ้าได้
|
|
 |
|
|