Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์13 มีนาคม 2549
GIT เปิดข้อมูลลึกเจาะตลาดอัญมณีจีน ชี้‘ทับทิม-ไพลิน’รุ่ง-จับกระแสเบื่อสีขาว             
 


   
www resources

โฮมเพจ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

   
search resources

Jewelry and Gold
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)- GIT




GIT เปิดข้อมูลเชิงลึกตลาดอัญมณีจีน เชิญผู้ประกอบการพลอยสีเข้าไปเจาะตลาดแดนมังกรอีกครั้ง หลังจากเคยรุ่งโรจน์มาในอดีต มุ่งจับลูกค้าระดับกลาง-บน อำนาจซื้อสูงกว่า 300 ล้านคนในเมืองใหญ่ เพื่อดึงเงินหยวนเข้าประเทศ เชื่อมีโอกาสที่พลอยสีจะฟื้นความนิยม หลังจากเพชรได้แย่งส่วนแบ่งการตลาดไปเกือบหมด ชี้คนจีนเริ่มเบื่อสีขาว!

นอกจากจีนจะก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจ จำนวนประชากรที่มีมากถึง 1,300 ล้านคน และมีคนที่มีกำลังซื้อสูงอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ถึง 300 ล้านคน ได้ทำให้ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่หอมหวนที่จะเข้ามาเจาะตลาด สินค้าใดที่เปิดตลาดสำเร็จนั่นหมายความว่าสินค้านั้นจะขายได้เป็นจำนวนมหาศาล สินค้าอัญมณีก็เช่นกัน...

ทำไมถนนทุกสายมุ่งตลาดจีน?

วิลาวัณย์ อติชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) กล่าวว่าจีนเปิดประเทศตั้งแต่ปี 2521 และมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจจีนมีการพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด ประกอบกับจีนเป็นประเทศใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 1,300 ล้านคน และในนั้นมีคนถึง 300 ล้านคนที่มีกำลังซื้อ ซึ่งเท่ากับประชากรของประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศ

เมื่อปลายปี 2544 จีนยังเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์กรการค้าโลก (WTO) ซึ่งมีข้อตกลงให้ประเทศสมาชิกรวมทั้งจีนมีการปรับลดอัตราภาษีน้ำเข้าสินค้าหลายรายการ จึงยิ่งทำให้จีนเป็นตลาดที่น่าสนใจ และมีศักยภาพสูง

สำหรับสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจีนนับว่าจะยิ่งเติบโตขึ้นพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ มูลค่าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจีนเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านหยวน เป็น 100,000 ล้านหยวน ภายในระยะเวลาแค่ 20 ปี

ในปี 2547 มีการนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของจีนจากทั่วโลกสูงถึง 2,653.68 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศเบลเยี่ยม 747.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ 738.68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อินเดีย 231.88 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 9 มีมูลค่าที่จีนนำเข้าสินค้าประเภทนี้เพียง 48.32 ล้านเหรียญสหรัฐ มีส่วนแบ่งการตลาดเพียงแค่ 1.5%

อย่างไรก็ดี เมื่อดูจากสัดส่วนการนำเข้าสินค้าอัญมณีของไทยจากจีนแล้ว ตลาดพลอยสีจำพวกทับทิม และแซปไฟร์ ถือว่าจีนมีการนำเข้าสูงถึงร้อยละ 80-90 ของมูลค่าการนำเข้าพลอยเนื้อแข็งรวม

“จุดนี้สถาบันฯ เห็นว่าตลาดจีน ยังมีโอกาสให้คนไทยได้รุกคืบเข้าสู่กลุ่มชนชั้นกลางที่มีอำนาจซื้อ ที่มีจำนวนกว่า 300 ล้านคน”

ที่ผ่านมาทางสถาบันฯ จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง “เปิดประตูมังกร ลัดเลาะเจาะตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีน” เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมทั้งได้มีการจัดทำการศึกษาวิจัยในโครงการ “การศึกษาตลาดพลอยเนื้อแข็งเพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคในประเทศจีน” เพื่อเสนอภาพรวมตลาดอัญมณีจีนแก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป เชิญชวนผู้ประกอบการเจาะตลาดจีน มุ่งกระตุ้นเม็ดเงินหยวนเข้าสู่ประเทศไทย

หวนอดีต - ชี้พลอยสียังรุ่งได้

ผศ.ดร.สมชนก ภาสกรจรัส อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการวิจัยการศึกษาตลาดพลอยเนื้อแข็งเพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคในประเทศจีน กล่าวว่า ตลาดจีนเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสสำหรับคนไทยที่มีสินค้าพลอยสีที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับจากคนจีน ซึ่งเคยรุ่งโรจน์มากในตลาดจีน ในปี 2537-2540 ที่มียอดจำหน่ายสูงถึงปีละ 80 พันล้านหยวน เป็นพลอยสีที่มาจากประเทศไทยร้อยละ 80 จากชานตงร้อยละ 10 ที่เหลือมาจากอินเดียและศรีลังกา

“สมัยนั้นคนจีนนิยมพลอยที่มีสี โดยเฉพาะพลอยที่มีสีออกแดง เนื่องจากเป็นสีที่มีมงคล”

ก่อนที่ความนิยมพลอยสีของชาวจีนในปัจจุบันจะลดลงมาก หลังจากบริษัทเดอ เบียร์ส ได้นำเพชรเข้าเจาะตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีน ตั้งแต่ปี 2536 และระหว่างปี 2536-2547 ได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพชรอย่างต่อเนื่อง ทำให้เพชรชิงส่วนแบ่งการตลาดไปจากพลอยสีได้สำเร็จ

“เดอ เบียร์ส สร้างค่านิยมขึ้นมาใหม่ว่าเพชรคือสินค้าที่มีราคา และมีแต่ราคาจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ส่วนพลอยมีแต่จะราคาตกลงเรื่อย ๆ ซึ่งเนื่องจากเขาทุ่มงบประมาณจำนวนมาก ก็ทำสำเร็จทำให้ตลาดพลอยสีตกลงมาอย่างหนัก แต่พอนานเข้าคนจีนหลายคนมีแนวโน้มเบื่อสีขาวมากขึ้น ข่าวดีคือยังคงมีความต้องการบริโภคพลอยสีจำพวกทับทิมและไพลินแฝงเร้นอยู่ในตลาดจีนจำนวนมาก ประเทศไทยซึ่งมีพลอยสีที่มีคุณภาพจึงยังพอมีโอกาสในตลาดนี้”

เปิดงานวิจัยแนะข้อมูลลึกเมืองจีน

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ประกอบการที่จะไปเจาะตลาดจีน จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน โดยข้อมูลที่สำคัญประกอบด้วย

ข้อมูลกลุ่มผู้ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยในจีน จากงานวิจัยของ CHINA BRANDING STRATEGY ASSOCIATION ระบุว่าคือ กลุ่มคนทำงานวัย 30-40 ปี มีรายได้ประมาณปีละ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ คือประมาณ 240,000 หยวน มีเงินออมประมาณ 300,000 -500,000 หยวน และมีลักษณะคล้ายกับผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเมื่อ 15 ปีก่อนคือกระหายสินค้าแบรนด์เนมหรู ราคาแพง

ศูนย์กลางด้านการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของจีน ได้แก่ เมืองเซินเจิ้น ปานหยู ซุ่นเต๋อ และซาโถวเจี่ยว ในมณฑลกวางตุ้ง ส่วนที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเซี่ยงไฮ้ มีชื่อเสียงเรื่องไข่มุกน้ำจืด หยก เพชร

ปัจจุบันจีนมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในจีนทั้งรัฐวิสาหกิจและเอกชน ประมาณ 24,500 ราย มียอดขายรวมของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 12 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีการขยายตัว 8-10% ต่อปี มียอดขายปลีกอัญมณีและเครื่องประดับร้อยละ 60-80 มาจากการจำหน่ายให้ผู้บริโภคภายในประเทศ ส่วนอีกร้อยละ 20-40 มาจากการจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้จากงานวิจัยของ CHINA GOLD NEWS และ BEIJING GOLD ECONOMIC CENTER พบว่าผู้บริโภคชาวจีนชอบเครื่องประดับที่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของความเป็นตะวันออกเป็นหลัก โดยสร้อยคอ แหวน สร้อยข้อมือ คนจีนให้ความนิยมมานาน โดยจี้แพลทินัม จี้เพชร และจี้พลอยสีกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนราคาที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายอยู่ที่ระดับราคาต่ำกว่า 1,000 หยวน ซึ่งเครื่องประดับเพชรระดับราคาต่ำกว่า 5,000 หยวนได้รับความนิยมมากถึงร้อยละ 80 ในขณะที่ร้อยละ 80 ของผู้บริโภคที่ชอบ แพลทินัม พลอยสี และหยก ยินดีจ่ายที่ระดับราคาต่ำกว่า 3,000 หยวน

เตือนระวังถูกโกง!

ศาสตราจารย์ศักดา ศิริพันธุ์ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากข้อมูลที่ผู้ประกอบการต้องแม่นแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องอาศัยการโปรโมทสินค้าเข้าช่วย โดยใช้ THEME เป็นหลัก เช่น ออกแบบพลอยสีที่เกี่ยวกับความรักขาย ในวันวาเลนไทน์ ซึ่งจะมีเป้าหมายดีกว่าไปขายแบบทั่ว ๆ ไป

ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องระลึกอยู่เสมอว่าการเข้าไปค้าขายกับคนจีน ซึ่งเปรียบได้กับยักษ์ที่มีภูมิปัญญา และถืออาวุธ ผู้ประกอบการจึงต้องเข้าไปอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องถูกโกง และต้องมีความรู้ในระดับลึกซึ้งคือในระดับมณฑลทั้งเรื่องรสนิยม กฎหมายส่วนกลาง กฎหมายส่วนท้องถิ่น ระบบการค้า มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ธรรมเนียมปฏิบัติ รวมทั้งต้องสร้างพันธมิตรทางการค้าในบุคคลระดับต่าง ๆ ที่จะช่วยทำให้การเจรจาธุรกิจประสบความสำเร็จ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us