Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 มีนาคม 2549
ไอดีเอสปักธงขยาย 3 ธุรกิจปัดฝุ่นไทม์เม็กซ์ครั้งใหญ่รอบ 10 ปี             
 


   
search resources

Watches
Marketing
ไอดีเอส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย), บจก.




"ไอดีเอส มาร์เก็ตติ้ง" เดินเครื่องลงทุนใน 3 ธุรกิจหลักเต็มสูบ ทั้งรับจ้างผลิต, โลจิสติกส์ และมาร์เก็ตติ้งหรือตัวแทนจำหน่าย เล็งทำตลาดสินค้าคอนซูเมอร์เพิ่มอีก 4 แบรนด์ พร้อมรุกทำตลาดนาฬิกาไทม์เม็กซ์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 10 ปี หวนใช้กลยุทธ์แบรนด์ แอมบาสเดอร์มาใช้อีกครั้ง ดึง"ป๋อ ณัฐวุฒฺ สกิดใจ" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ หวังยอดขายรวมโต 30% พร้อมเผยปัจจัยลบที่เกิดขึ้นมองเป็นโอกาสทางธุรกิจมากกว่า

นายสุทธิ มโนกิจจรูญมั่น ผู้จัดการทั่วไปหน่วยสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทไอดีเอส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร อาทิ การรับจ้างผลิต บริการขนส่ง และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลายแบรนด์ เช่น นาฬิกา "ไทม์เม็กซ์" จากอเมริกา เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯจะขยายการลงทุนทุกๆปีใน 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าหรือโออีเอ็มให้กับบริษัทต่างๆ เช่น ผลิตสินค้าเพอร์ซันนัลแคร์ให้พี แอนด์ จี,ยูนิลีเวอร์ และล่าสุดเพิ่งลงทุนกับไฟเซอร์ผุดโรงงานใหม่ เป็นต้น

ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ หรือบริการจัดส่งสินค้าให้กับแบรนด์ดัง เช่น ไนกี้และสตาร์บัคส์ และธุรกิจมาร์เก็ตติ้ง โดยปีนี้บริษัทฯเตรียมขยายพื้นที่การให้บริการและทำระบบจัดส่งสินค้า และธุรกิจมาร์เก็ตติ้งหรือผู้แทนจำหน่ายสินค้ากว่า 8-9 แบรนด์ อาทิ นมแอ็บบอต และนาฬิกาไทม์เม็กซ์ เป็นต้น ปีนี้บริษัทฯจะมีลูกค้าเพิ่มในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภคอีก 4 แบรนด์

"เป้าหมายของบริษัทฯต้องการดำเนินธุรกิจหรือสร้างแวลู เชนจ์ให้แก่ลูกค้าแบบครบวงจร โดยบริษัทไอดีเอสถือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทลี แอนด์ ฟง ของฮ่องกงที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2547 ซึ่งหลังจากเข้าตลาดฯพบว่ายอดขายและกำไรเพิ่มมากกว่า 30% ในทุกๆปี"

สำหรับยอดรายได้ปีนี้บริษัทฯคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากเป็นเทรนด์ตลาดโลกที่หันมารับจ้างผลิตมากขึ้น และบริษัทฯก็มีความพร้อมเพื่อรองรับตรงนี้

ไทม์เม็กซ์รุกตลาดหนักสุดรอบ 10 ปี

นายสุทธิ กล่าวถึงนาฬิกาไทม์เม็กซ์ว่า ในปีนี้บริษัทฯเตรียมรุกทำตลาดนาฬิกาไทม์เม็กซ์มากที่สุดในรอบ 10 กว่าปี รวมถึงการปรับภาพลักษณ์ของนาฬิกาใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้มีการปรับทัพทีมผู้บริหารใหม่ ประกอบด้วยตนดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปหน่วยสินค้าอุปโภคบริโภค , นายบุระนนท์ นวะสุชาติ ผู้จัดการฝ่ายขาย และน.ส. คณิยา นันทมนตรี ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเรื่องการตลาดและแบรนด์ โดยทีมชุดใหม่เริ่มงานมาได้ 6 เดือนแล้ว

"ทิศทางของไทม์เม็กซ์ทั่วโลกจะเน้นการสร้างแบรนด์เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในไทย ดังนั้นทางบริษัทฯจึงได้นำกลยุทธ์แบรนด์ แอมบาสเดอร์กลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่เคยใช้นักแสดงชายอย่างจอห์นนี่ แอนโฟนี่ในการทำตลาดและสื่อสารไปยังผู้บริโภคในนาฬิกากลุ่มเอาท์ดอร์ ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาดทำให้ไทม์เม็กซ์เป็นที่รู้จักและยอดขายเพิ่ม 50%"

ล่าสุดบริษัทฯได้เลือก "ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ" เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนล่าสุดในการทำตลาดสื่อสารไปยังผู้บริโภคถึงความสมาร์ท ทนสมัยและคล่องแคล่วที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนที่แตกต่างกัน พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณา "Live Smart" ภายใต้งบกว่า 10 ล้านบาท

น.ส. คณิยา นันทมนตรี ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯต้องการสร้างยอดขายแบบก้าวกระโดด ดังนั้นกลยุทธ์ในการทำตลาดจึงแบ่งตามโปรดักส์ที่มี 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มคลาสสิก นาฬิกาที่เหมาะกับทุกสไตล์ , เอาท์ดอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการผจญภัย , สปอร์ต กลุ่มคนรักกีฬา และกลุ่มคิดส์ นาฬิกาสำหรับเด็ก โดยระดับราคาของนาฬิกาจะอยู่ที่ประมาณ 2,000- 10,000 บาท ปีนี้บริษัทฯเตรียมเปิดตัวนาฬิกาอีก 4-5 รุ่นในแต่ละกลุ่ม

กลุ่มเป้าหมายหลักของไทม์เม็กซ์จะมีตั้งแต่อายุ 5 ขวบ- 60 ปี แบ่งเป็นสัดส่วนลูกค้าผู้ชาย 60% และผู้หญิง 40% ปัจจุบันไทม์เม็กซ์มีฐานลูกค้า 1 ล้านราย โดยคิดเป็นลูกค้าที่แอคทีฟ 5 หมื่นราย ในปีนี้จะมีการทำระบบซีอาร์เอ็ม และบริการหลังการขายมากขึ้น

ด้านช่องทางการขายปัจจุบันมีเอาท์เล็ต 250 สาขา ปีนี้บริษัทฯจะขยายเพิ่มให้ครบ 300 สาขา รวมถึงการปรับชั้นวางในห้างและคีออส 5 แห่งใหม่ ภายใต้งบกว่า 20-30 ล้านบาท

สำหรับยอดรายได้ของไทม์เม็กซ์ปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเพิ่ม 50% จากการรุกตลาดมากขึ้นและการเปิดตัวแคมเปญใหม่นี้ โดยปกติยอดขายของไทม์เม็กซ์จะโตปีละ 20-25% ทั้งนี้ใน 2 เดือนที่ผ่านมาพบว่ายอดขายไทม์เม็กซ์โตกว่า 50-60% หากเทียบกับเวลาเดียวกันปีที่แล้ว ขณะที่ตลาดรวมของนาฬิกาในไทยมีมูลค่ากว่า 4,000-5,000 ล้านบาท ผู้นำตลาด ได้แก่ ไซโกและซิติเซน ส่วนตลาดเอาท์ดอร์ไทม์เม็กซ์เป็นผู้นำตลาด

นายสุทธิ กล่าวด้วยว่า ปัจจัยลบต่างๆที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นโอกาสมากกว่า ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะวางตำแหน่งบริษัทไว้ในระดับไหน และใช้กลยุทธ์อย่างไรในการดำเนินธุรกิจ ในส่วนของไทม์เม็กซ์เน้นใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งและทำตลาดเชิงรุกก่อนรายอื่น ในส่วนของผู้ประกอบการหรือลูกค้าของบริษัทฯประสบปัญหาปัจจัยลบต่างๆก็จะหันมาจ้างผลิตมากขึ้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us