Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน9 มีนาคม 2549
นมข้น-น้ำอัดลมกระทบหนักจ่อขึ้นราคา“พาณิชย์”เบรกก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกงมั่วนิ่ม             
 


   
www resources

โฮมเพจ กรมการค้าภายใน

   
search resources

กรมการค้าภายใน
Commercial and business




“พาณิชย์”ดักคอผู้ผลิตอ้างน้ำตาลขึ้นขอปรับราคา จัดทำโครงสร้างต้นทุนสินค้าที่ใช้น้ำตาล พบน้มข้นหวานกระทบหนักสุด รองลงมา คือ น้ำอัดลม แต่ยอมเปิดทางให้ผู้ผลิตยื่นขอปรับราคาได้ หากต้นทุนกระทบจริง ขู่ถ้ามีรายการมั่วนิ่ม ขึ้นราคาสินค้า ทำตลาดปั่นป่วน จับยัดบัญชีควบคุมทันที เผยก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง หมดสิทธิ์ขึ้นราคา เพราะใช้น้ำตาลเล็กน้อย พร้อมส่งสายตรวจติดตามสถานการณ์ “ปรีชา”มั่นใจ หลังน้ำตาลขึ้น ปัญหาลักลอบส่งออกหมดไปแน่

นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดทำโครงสร้างต้นทุนของสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายอีก 3 บาทต่อกิโลกรัมเสร็จแล้ว โดยพบว่าสินค้าได้รับผลกระทบมากสุด คือ นมข้นหวาน ขนาด 397 กรัม/กระป๋อง ได้รับผลกระทบ 2.83% หรือมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 0.58 บาท รองลงมาคือ น้ำอัดลม ขนาด 280 ซีซี/ขวด กระทบ 1.29% ต้นทุนเพิ่มขึ้น 0.090 บาท ขนาด 1 ลิตร/ขวด กระทบ 2.02% ต้นทุนเพิ่ม 0.323 บาท นมสด ยูเอชที (รสปรุงแต่ง) ขนาด 250 ซีซี/กล่อง กระทบ 0.46% ต้นทุนเพิ่ม 0.040 บาท นมสดพาสเจอร์ไรซ์ (รสปรุงแต่ง) ขนาด 830 ซีซี/ขวด กระทบ 0.39% ต้นทุนเพิ่ม 0.122 บาท และผลไม้กระป๋อง (เงาะ) ขนาด 565 กรัม/กระป๋อง กระทบ 0.87% ต้นทุนเพิ่ม 0.399 บาท

ทั้งนี้ ในการพิจารณาปรับราคาสินค้านั้น กรมฯ มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อใช้ดูว่าแต่ละรายการได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพราะบางรายการก็ใช้น้ำตาลทรายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะมาใช้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ได้

ยกตัวอย่างเช่น น้ำอัดลมได้มีการยื่นขอปรับราคามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยระบุว่า ค่าบริหารจัดการอื่นๆ เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้อ้างถึงราคาน้ำตาลทราย ดังนั้น หากในครั้งนี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาล ก็ต้องยื่นขอปรับราคาเข้ามาใหม่ แต่ก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่า ปัจจุบันตลาดน้ำอัดลมใหญ่ขึ้น ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจึงย่อมต้องลดลงด้วย ขณะที่สินค้าชนิดอื่นๆ หากต้องการขอปรับราคา ก็ให้ยื่นต้นทุนเข้ามา ซึ่งกรมฯ จะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม หากสินค้ารายการใดที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย จนทำให้ราคาจำหน่ายผันผวน หรือปรับขึ้นราคาสูงเกินจริง กรมฯ จะนำเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมทันที เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แต่เชื่อว่าในขณะนี้อุตสาหกรรมต่างๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายมากนัก เพราะส่วนใหญ่มีการสต๊อกน้ำตาลไว้ใช้ผลิตสินค้าแล้วประมาณ 4-5 เดือน

ส่วนอาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ห้ามปรับขึ้นราคาโดยอ้างเหตุน้ำตาลทรายอย่างเด็ดขาด เพราะใช้น้ำตาลทรายเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ กรม ได้จัดสายตรวจสอบออกตรวจสอบภาวการณ์ขาย และราคาขายน้ำตาลเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสูงเกินจริงแล้ว

นายศิริพลกล่าวว่า สำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย 3 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ขายปลีก (รวมภาชนะบรรจุและภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 14.25 บาท เป็น 17.50 บาท น้ำตาลทรายขาวจากกิโลกรัมละ 13.25 บาท เป็น 16.50 บาท และน้ำตาลทรายสีรำ จาก 12.75 บาท เป็น 16 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2549 เป็นต้นไป

ส่วนในต่างจังหวัดได้แจ้งราคาแนะนำไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ทุกจังหวัดให้ออกประกาศกำหนดราคาจำหน่ายปลีกให้สอดคล้องกับประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) โดยภาคเหนือ ราคาแนะนำไม่เกินกิโลกรัมละ 17.50 และ 17.75 ยกเว้นจ.แม่ฮ่องสอนที่กิโลกรัมละ 18.25 บาท เพราะการขนส่งลำบาก

ขณะที่ภาคกลาง กำหนดราคาแนะนำที่กิโลกรัมละ 17.50 บาท ยกเว้นจ.จันทบุรี และตราด กิโลกรัมละ 17.75 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกินกิโลกรัมละ 17.50 บาท ยกเว้นจังหวัดห่างไกลแหล่งผลิตจำหน่ายไม่เกินกิโลกรัมละ 17.75 บาท และภาคใต้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ส่วนใหญ่จำหน่ายไม่เกินกิโลกรัมละ 18.25 และ 18.50 บาท ยกเว้น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ไม่เกินกิโลกรัมละ 18.75 บาท อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดอาจออกประกาศราคาต่ำ หรือสูงกว่าราคาแนะนำก็ได้ ซึ่งหากสูงกว่าราคาแนะนำก็ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสม

นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาการขาดแคลนในประเทศ และปัญหาการลักลอบจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้านหมดไป ส่วนการดูแลผลกระทบในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาลทรายผลิต กรมการค้าภายในจะเป็นผู้ดูแล โดยธุรกิจใดได้รับผลกระทบสามารถเสนอเรื่องมาให้พิจารณาได้ ซึ่งจะอนุมัติให้ปรับราคาหากธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบจริง แต่หากสินค้าใดเห็นว่ากระทบต่อต้นทุนเล็กน้อย จะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาสินค้าต่อไปก่อน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us