|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“พาณิชย์”ดักคอผู้ผลิตอ้างน้ำตาลขึ้นขอปรับราคา จัดทำโครงสร้างต้นทุนสินค้าที่ใช้น้ำตาล พบน้มข้นหวานกระทบหนักสุด รองลงมา คือ น้ำอัดลม แต่ยอมเปิดทางให้ผู้ผลิตยื่นขอปรับราคาได้ หากต้นทุนกระทบจริง ขู่ถ้ามีรายการมั่วนิ่ม ขึ้นราคาสินค้า ทำตลาดปั่นป่วน จับยัดบัญชีควบคุมทันที เผยก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง หมดสิทธิ์ขึ้นราคา เพราะใช้น้ำตาลเล็กน้อย พร้อมส่งสายตรวจติดตามสถานการณ์ “ปรีชา”มั่นใจ หลังน้ำตาลขึ้น ปัญหาลักลอบส่งออกหมดไปแน่
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดทำโครงสร้างต้นทุนของสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายอีก 3 บาทต่อกิโลกรัมเสร็จแล้ว โดยพบว่าสินค้าได้รับผลกระทบมากสุด คือ นมข้นหวาน ขนาด 397 กรัม/กระป๋อง ได้รับผลกระทบ 2.83% หรือมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 0.58 บาท รองลงมาคือ น้ำอัดลม ขนาด 280 ซีซี/ขวด กระทบ 1.29% ต้นทุนเพิ่มขึ้น 0.090 บาท ขนาด 1 ลิตร/ขวด กระทบ 2.02% ต้นทุนเพิ่ม 0.323 บาท นมสด ยูเอชที (รสปรุงแต่ง) ขนาด 250 ซีซี/กล่อง กระทบ 0.46% ต้นทุนเพิ่ม 0.040 บาท นมสดพาสเจอร์ไรซ์ (รสปรุงแต่ง) ขนาด 830 ซีซี/ขวด กระทบ 0.39% ต้นทุนเพิ่ม 0.122 บาท และผลไม้กระป๋อง (เงาะ) ขนาด 565 กรัม/กระป๋อง กระทบ 0.87% ต้นทุนเพิ่ม 0.399 บาท
ทั้งนี้ ในการพิจารณาปรับราคาสินค้านั้น กรมฯ มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อใช้ดูว่าแต่ละรายการได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพราะบางรายการก็ใช้น้ำตาลทรายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะมาใช้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ได้
ยกตัวอย่างเช่น น้ำอัดลมได้มีการยื่นขอปรับราคามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยระบุว่า ค่าบริหารจัดการอื่นๆ เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้อ้างถึงราคาน้ำตาลทราย ดังนั้น หากในครั้งนี้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาล ก็ต้องยื่นขอปรับราคาเข้ามาใหม่ แต่ก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่า ปัจจุบันตลาดน้ำอัดลมใหญ่ขึ้น ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจึงย่อมต้องลดลงด้วย ขณะที่สินค้าชนิดอื่นๆ หากต้องการขอปรับราคา ก็ให้ยื่นต้นทุนเข้ามา ซึ่งกรมฯ จะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม หากสินค้ารายการใดที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย จนทำให้ราคาจำหน่ายผันผวน หรือปรับขึ้นราคาสูงเกินจริง กรมฯ จะนำเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมทันที เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แต่เชื่อว่าในขณะนี้อุตสาหกรรมต่างๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายมากนัก เพราะส่วนใหญ่มีการสต๊อกน้ำตาลไว้ใช้ผลิตสินค้าแล้วประมาณ 4-5 เดือน
ส่วนอาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ห้ามปรับขึ้นราคาโดยอ้างเหตุน้ำตาลทรายอย่างเด็ดขาด เพราะใช้น้ำตาลทรายเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ กรม ได้จัดสายตรวจสอบออกตรวจสอบภาวการณ์ขาย และราคาขายน้ำตาลเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสูงเกินจริงแล้ว
นายศิริพลกล่าวว่า สำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย 3 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ขายปลีก (รวมภาชนะบรรจุและภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 14.25 บาท เป็น 17.50 บาท น้ำตาลทรายขาวจากกิโลกรัมละ 13.25 บาท เป็น 16.50 บาท และน้ำตาลทรายสีรำ จาก 12.75 บาท เป็น 16 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2549 เป็นต้นไป
ส่วนในต่างจังหวัดได้แจ้งราคาแนะนำไปยังคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ทุกจังหวัดให้ออกประกาศกำหนดราคาจำหน่ายปลีกให้สอดคล้องกับประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) โดยภาคเหนือ ราคาแนะนำไม่เกินกิโลกรัมละ 17.50 และ 17.75 ยกเว้นจ.แม่ฮ่องสอนที่กิโลกรัมละ 18.25 บาท เพราะการขนส่งลำบาก
ขณะที่ภาคกลาง กำหนดราคาแนะนำที่กิโลกรัมละ 17.50 บาท ยกเว้นจ.จันทบุรี และตราด กิโลกรัมละ 17.75 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกินกิโลกรัมละ 17.50 บาท ยกเว้นจังหวัดห่างไกลแหล่งผลิตจำหน่ายไม่เกินกิโลกรัมละ 17.75 บาท และภาคใต้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ส่วนใหญ่จำหน่ายไม่เกินกิโลกรัมละ 18.25 และ 18.50 บาท ยกเว้น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ไม่เกินกิโลกรัมละ 18.75 บาท อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดอาจออกประกาศราคาต่ำ หรือสูงกว่าราคาแนะนำก็ได้ ซึ่งหากสูงกว่าราคาแนะนำก็ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสม
นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาการขาดแคลนในประเทศ และปัญหาการลักลอบจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้านหมดไป ส่วนการดูแลผลกระทบในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาลทรายผลิต กรมการค้าภายในจะเป็นผู้ดูแล โดยธุรกิจใดได้รับผลกระทบสามารถเสนอเรื่องมาให้พิจารณาได้ ซึ่งจะอนุมัติให้ปรับราคาหากธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบจริง แต่หากสินค้าใดเห็นว่ากระทบต่อต้นทุนเล็กน้อย จะขอความร่วมมือให้ตรึงราคาสินค้าต่อไปก่อน
|
|
 |
|
|