|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ไทยเบฟฯ ทุ่ม 50 ล้านบาท เปิดตัวช้างไลท์ทะลวงคอทองแดง ในช่วงสถานการณ์การเมืองอึมครึม - ห้ามโฆษณายังไม่มีความชัดเจน ชูกลยุทธ์ “ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง” ควงมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง-สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง –ท่องเที่ยว เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้ากวาดแชร์ 50%ของตลาดไลท์เบียร์เชิงปริมาณ 35 ล้านลิตร
นายสมชัย สุทธิกุลพาณิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง อาชา และล่าสุดช้างไลท์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองที่อึมครึม รวมไปถึงมาตรการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเป็นไปในทิศทางใด บริษัทจึงต้องเร่งทำตลาดเพื่อเปิดเบียร์ตัวใหม่”ช้างไลท์”ลงสู่ตลาด ซึ่งเป็นเบียร์ไลท์ มีจุดเด่นที่คาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 6.6 กรัมต่อปริมาณเบียร์ 355 มล.ขณะที่ดีกรีแอลกอฮอล์ 4.2% โดยจะเริ่มเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาในวันที่ 14 มีนาคม นี้ ขณะที่สื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์จะเริ่มวันที่ 10 มีนาคม
“ในส่วนของภาพยนตร์โฆษณาช้างไลท์เราจะต้องรีบเปิดตัว เพราะเราไม่รู้ว่าภาครัฐจะมีแนวทางอย่างใดเกี่ยวกับมาตรการห้ามโฆษณา อย่างไรก็ตามโฆษณาถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับสินค้าใหม่ เพราะสามารถช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้ หากไม่มีโฆษณาจะทำให้แบรนด์ใหม่เกิดได้ยากมากขึ้น อย่างของคู่แข่งก็ชิงโฆษณาสินค้าตัวใหม่ไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน”
สำหรับแผนการตลาดช้างไลท์ จะใช้กลยุทธ์”ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง” สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้เป็นคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 23-28 ปี ระดับเอ-บี ที่ให้ความสำคัญกับด้านกีฬา ดนตรี การท่องเที่ยว ภายใต้การใช้งบการตลาด 50 ล้านบาท จากงบรวมทั้งหมดของไทยเบฟฯปีนี้ประมาณ 300 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น อะโบฟเดอะไลน์ 55% ส่วนบีโลว์เดอะไลน์ 45% นำร่องด้วยจัดกิจกรรม”ไลฟ์ ไลท์ ปาร์ตี้” ภายใต้คอนเซปต์ดนตรี โดยงานจะจัดขึ้นที่ 14 มีนาคม นี้ ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จากนั้นเตรียมจัดงานคอนเซปต์กีฬา ต่อเนื่องด้วยศิลปะ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ช้างไลท์ยังเน้นกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ร่วมกับกีฬากอล์ฟ เพื่อสร้างการรับรู้และเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างชัดเจน ขณะที่ราคาขายขวดละไม่เกิน 30 บาท ขนาด 330 มล.และไม่เกินขวดละ 50 บาท สำหรับขนาด 640 มล. ขณะที่ช่องทางจำหน่ายในเบื้องต้นได้เตรียมผ่านร้านอาหารนานาชาติ สวนอาหาร โรงแรมระดับหรู สนามไดรฟ์กอล์ฟ ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดใหญ่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังได้เตรียมบุกตลาดต่างประเทศแถบทวีปยุโรปและอเมริกาในอนาคต
“ไลฟ์สไตล์การดื่มไลท์เบียร์ของกลุ่มผู้บริโภคจะดื่มในรูปแบบโซเชียล ดริงก์ ขณะที่ช่วงเวลาดื่มจะเป็นระหว่างมื้อ เพราะด้วยเบียร์ที่มีดีกรีแอลกอฮอล์ต่ำ อย่างไรก็ตามสำหรับช้างไลท์อยู่ในระหว่างเซกเมนต์สแตนดาร์ดด้วยกลไกราคา ส่วนภาพลักษณ์วางไว้ระดับพรีเมียม ซึ่งในเซกเมนต์พรีเมียมมีสัดส่วน 6-7% ของตลาดรวม แต่ตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเป้าหมายไว้ว่าช้างไลท์จะมีส่วนแบ่งในเซกเมนต์พรีเมียมนี้”
สำหรับตลาดเบียร์ไลท์ปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วน 2%ของตลาดรวม 82,000 ล้านบาท หรือประมาณ 35 ล้านลิตรของตลาดเบียร์ในไทยทั้งหมด 1,800 ล้านลิตร เพราะเป็นปีแรกผู้ผลิตเบียร์ทุกค่ายในไทย ประกอบด้วย บุญรอดฯ เตรียมเปิดตัวสิงห์ไลท์ ค่ายซานมิเกล เปิดตัว ซานมิกไลท์ และของไทยเบฟฯ ช้างไลท์ เพิ่งออกผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ สำหรับช้างไลท์ตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง50% ของตลาดไลท์เบียร์
|
|
 |
|
|