|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ราคาหุ้น "เพาเวอร์-พี" ร่วงเกือบ 11% หลังตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งชี้แจงรายละเอียดงบการเงินปี 2548 ถี่ยิบรวม 5 ประเด็นหลัก โดยเฉพาะการตั้งค่าเผื่อหนี้สูญฯ 82.5 ล้านบาท จากากรจ่ายเงินล่วงหน้าและเงินกู้ยืมของบริษัทร่วม รวมถึงกรณีที่ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 192 ล้านบาท และการซื้อหุ้น LVCD มูลค่า 119.9 ล้านบาท รวมถึงรายละเอียดการปรับโครงสร้างหนี้
บรรยากาศการซื้อขายหุ้นของบริษัท เพาเวอร์-พี จำกัด (มหาชน) หรือ POWER ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดการซื้อขายในช่วงเช้า เนื่องจากนักลงทุนได้รับข่าวความไม่โปร่งใส หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีคำสั่งให้ POWER ชี้แจงรายละเอียดงบการเงินปี 2548 เพิ่มเติม ทำให้ราคาหุ้นร่วง ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 4.86 บาท ลดลง 0.59 บาท หรือ 10.83% มูลค่าการซื้อขายรวม 18.66 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ POWER ชี้แจงข้อมูลงบการเงินประจำปี สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2548 เพิ่มเติมภายในวันที่ 13 มีนาคมนี้ หลังจากที่ POWER ได้นำส่งงบการเงิน แต่จากการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว พบว่ายังมีบางประเด็นที่รายละเอียดยังไม่เพียงพอ และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนได้
โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้บริษัทชี้แจงเพิ่มเติม 5 ประเด็นหลัก คือ ประเด็นแรก การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาส 4 ปี 2548 จำนวน 82.5 ล้านบาท จากการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าก่อสร้างแก่บริษัท พี.ไพรส์ ซัพพลายส์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (พีไพรส์) 29.7 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท ยูเนี่ยน อินฟาร์เทค จำกัด (ยูเนี่ยน) รวมดอกเบี้ยค้างรับ 52.8 ล้านบาท
ทั้งนี้ POWER ค้ำประกันตามสัญญาจำนวนรวม 179 ล้านบาท โดยนำเงินฝากธนาคารค้ำประกันตามสัญญาก่อสร้างของกิจการร่วมค้ายูบีซีพาวเวอร์ กับกรมชลประทาน ซึ่งกิจการร่วมค้าถือหุ้นโดย ยูเนี่ยน 88% POWER 10% ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล วอเตอร์ แอนด์ อีเลคทริค คอร์ปอเรชั่น 1% และบริษัท บางกอกมอเตอร์ อีควิปเมนท์ จำกัด 1%
ผู้สอบบัญชีให้ข้อสังเกตจากการตรวจสอบกรณีพิเศษว่า POWER มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและมีความเกี่ยวข้องกันกับผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาช่วง ในลักษณะมีอิทธิพลและหรือมีอำนาจควบคุมโดยเนื้อหาสาระมากกว่ารูปแบบทางกฎหมายจึงอาจเป็นเหตุให้มีรายการไม่ปกติในเชิงธุรกิจ รวมทั้งเงินให้กู้ยืมแก่ผู้ร่วมลงทุนโดยไม่ผ่านกิจการร่วมค้ารวมทั้งเงินทดรองจ่ายในโครงการร่วมลงทุน
สำหรับประเด็นดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้ สาเหตุที่ POWER เพิ่งตั้งค่าเผื่อหนี้สูญยอดดังกล่าวกล่าวทั้งจำนวนในไตรมาส 4 หลักการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ การติดตามหนี้และการดำเนินการของ POWER ที่ผ่านมาเพื่อให้มีการชำระคืนหนี้ รวมทั้งความคืบหน้าหรือกำหนดการที่คาดว่าจะได้รับชำระหนี้คืนหรือได้ข้อสรุป ขณะเดียวกันต้องแจงถึงความจำเป็นที่ POWER ให้กู้ยืมแก่ ยูเนี่ยน แทนการให้กู้ยืมในนามของกิจการร่วมค้า ยูบีซีเพาเวอร์
ขณะเดียวกัน บริษัทจะต้องแจ้งรายละเอียดและความคืบหน้าของโครงการที่ดำเนินโดยพีไพรส์ ยูเนี่ยน และกิจการร่วมค้ายูบีซีพาวเวอร์ ระบุประเภทธุรกิจ ฐานะและผลการดำเนินงาน รายชื่อผู้ถือหุ้น คณะกรรมการของพี.ไพรส์ และ ยูเนี่ยน พร้อมระบุความสัมพันธ์กับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมระหว่าง POWER กับ พี.ไพรส์ และ ยูเนี่ยน
พร้อมกับลำดับเหตุการณ์ โดยระบุวันที่ เดือน และปี และจำนวนเงินในแต่ละครั้งที่ให้กู้ยืม / จ่ายเงิน จ่ายล่วงหน้าและวันที่ได้รับชำระคืน กับ ยูเนี่ยน และ พี.ไพรส์ ตามลำดับ พร้อมนำส่งสำเนาเงินให้กู้ยืม รวมถึงระบุวงเงินค้ำประกันตามสัญญาก่อสร้างของกรมชลประทาน และสัดส่วนการค้ำประกันของผู้ร่วมทุนแต่ละรายในกิจการร่วมค้ายูบีซีเพาเวอร์ หากการค้ำประกันไม่เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนขอให้ระบุเหตุผลและระยะเวลาสิ้นสุดในการค้ำประกันดังกล่าว รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นด้วย
ประเด็นที่ 2 รายการเงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างแก่บริษัท เมิจ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำนวน 12 ล้านบาท ให้แจ้งรายละเอียดของบริษัทและโครงการ เช่น วันจัดตั้ง รายชื่อผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการ รวมถึงลักษณะและมูลค่าโครงการ เป็นต้น
ประเด็นที่ 3 กรณี POWER ถูกบริษัท เดอะเบสท์คอนโดมิเนียม จำกัด (เดอะเบสท์) ฟ้องร้องเกี่ยวกับการทำผิดสัญญานิติกรรมอำพรางและเรียกค่าเสียหายจำนวน 192 ล้านบาท ให้ระบุถึงสาเหตุและรายละเอียดของโครงการที่ถูกฟ้องร้อง ฯลฯ
ประด็นที่ 4 การทำสัญญาซื้อขายหุ้นบริษัท แอล.วี.ซี.ดี ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (LVCD) รวม 119.9 ล้านบาท กำหนดจ่ายชะระเงิน 3 งวด คือ ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2548 จำนวน 60 ล้านบาท และ 31 มกราคม, 31 ตุลาคม 2549 จำนวน 35 ล้านบาท และ 24.9 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น ดังนั้นจึงให้ POWER อธิบายถึงสาเหตุที่ POWER ยังไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ทั้งที่ได้จ่ายชำระเงินไปแล้ว และระบุความคืบหน้าการจ่ายชำระเงินค่าหุ้นงวดที่ 2 ซึ่งถึงกำหนดชำระแล้ว
ประเด็นสุดท้าย ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร 320 ล้านบาท ที่บริษัทจะต้องชี้แจงรายละเอียดและความคืบหน้าการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และเงื่อนไขการชำระหนี้ พร้อมทั้งระบุยอดหนี้ ระยะเวลาการชำระหนี้ และอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทต้องชำระ
|
|
 |
|
|