มิตซุย มั่นใจภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัว ชี้ปัญหาการเมืองกระทบในระยะสั้นเท่านั้น ทุ่มงบลงทุน 3,000 ล้านบาท ร่วมทุนผุด 3 ธุรกิจใหม่นำร่อง บ่อบำบัดน้ำเสีย-ธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านโทรทัศน์-อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ หวังกวาดรายได้เพิ่มจากปีที่แล้ว 34,000 ล้านบาท ด้านสหพัฒน์ชูโมเดลต้นแบบแดนปลาดิบ ขอ 2 ปีคลอดโปรเจกต์ขายผ่านอินเทอร์เน็ต-เอสเอ็มเอส เจาะวัยรุ่น ตั้งเป้ากวาดรายได้ 500 ล้านบาท
นายมิซูกิ อิวาโน ประธานกรรมการ บริษัท มิตซุย คัมปานี (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯได้ทุ่มงบลงทุน 3,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองโอกาสในการลงทุนในการขยายธุรกิจปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าปีนี้จะมีปัจจัยลบด้านสถานการณ์การเมืองเข้ามากระทบ แต่เชื่อว่าจะเป็นแค่ในระยะสั้นเท่านั้น ในระยะยาวยังมีความมั่นใจเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย อีกทั้งการลงทุนในไทยยังมีปัจจัยบวกเรื่องเอฟทีเอหรือการเปิดเขตเสรีการค้าระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งจะเอื้อให้สินค้าญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยได้มากขึ้น
“ประเทศไทยเป็นเกตเวย์ของอาเซียน ภาพรวมของเศรษฐกิจยังสามารถที่จะขยายตัวได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ยกตัวอย่าง ตลาดคอสเมติก ไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่และส่งออกไปตลาดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ปัจจัยบวกดังกล่าวทำให้บริษัฯทมีแผนที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีนี้”
สำหรับแนวทางขยายธุรกิจปีนี้ บริษัทฯได้ร่วมทุนกับบริษัท ช.การช่าง เพื่อดำเนินธุรกิจบ่อบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งร่วมทุนกับสหกรุ๊ปจัดตั้งบริษัทมิตรพัฒนา โฮมชอปปิ้ง ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ และในอนาคตยังได้เตรียมขยายสู่การขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต และเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังได้เตรียมร่วมทุนกับบริษัทอื่นๆ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ เตียงไฟฟ้า ที่นวดเท้า หมอน ฯลฯ พร้อมทั้งยังมีแผนที่จะให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นแทนที่จะใช้ประเทศจีนเป็นฐานการผลิตอย่างเดียว
ส่วนธุรกิจที่บริษัทฯสนใจและมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพคือ กลุ่มไอที ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทลูก มิตรคอม ให้บริการด้านเอสเอ็มเอส นอกจากนี้ปีนี้บริษัทฯได้ลดจำนวนบริษัทลูกที่ไม่สร้างรายได้ออกไปเกือบ 40 บริษัท จากเดิมที่มีอยู่ถึง 140 บริษัท ทั้งนี้เป็นเพราะมีบางธุรกิจที่ไม่สร้างรายได้ให้กับบริษัทแม่ ทำให้ในปี 2548 ผลประกอบการในกลุ่มไลฟ์สไตล์ไม่มีอัตราการเติบโต โดยมีรายได้เท่ากับ 2547 อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท โดยผลประกอบการของมิตซุย คัมปานี (ไทยแลนด์) ปีที่ผ่านมามีรายได้ 34,000 ล้านบาท และหากรวมธุรกิจคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
สหพัฒน์เล็งโปรเจกต์สองขายผ่าน SMS
นางนงลักษณ์ เตชะบุญเอนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรพัฒนา โฮมช้อปปิ้ง จำกัด หรือ เอ็มพีเอส กล่าวว่า ในอีก 2 ปีข้างนี้บริษัทได้เตรียมโปรเจตก์การจำหน่ายสินค้าผ่านเอสเอ็มเอสและอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม หลังจากในปีที่ผ่านมาได้ร่วมทุนกับบริษัทมิตซุยจัดตั้งบริษัท มิตรพัฒนา โฮมช้อปปิ้งขึ้นมา และเริ่มทำตลาดเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ สำหรับโครงการสองของบริษัท จะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น และกลุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เป็นหลัก โดยนำสินค้าที่ทันสมัยเข้ามาเจาะกลุ่มนี้ จากปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มแม่บ้าน ขณะที่สินค้าที่จำหน่าย กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีกว่า 20 รายการ โดยจะทยอยเพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการต่อเดือน
“มิตรพัฒนา โฮมชอปปิ้ง จะใช้โมเดลทำตลาดลักษณะเดียวกับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในขั้นแรกจะทำตลาดผ่านทางโทรทัศน์เป็นหลัก และล่าสุดในญี่ปุ่นเริ่มขยายตลาดด้วยการขายผ่านเอสเอ็มเอส และอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก อย่างไรก็ตามก่อนที่บริษัทจะทำตลาดผ่านเอสเอ็มเอส รายได้ในช่วง 2 ปีนี้จะต้องมีถึง 500 ล้านบาทก่อน ขณะที่ปีแรกตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาท”
สำหรับแนวโน้มตลาดธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศไทยมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึงปีละ 50 % ทั้งนี้เป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่เปลี่ยนไป มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าน้อยลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤติราคาน้ำมัน เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นตลาดมีมูลค่า 95,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตปีละ 10 % ดังนั้นตลาดไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก
|