Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 มีนาคม 2549
มิตซุยรุกไทยโละ40บ.ลูกทุ่ม3พันล.ลุย             
 


   
search resources

Investment
มิตซุย คอร์ปอเรชั่น
Marketing




มิตซุย มั่นใจภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัว ชี้ปัญหาการเมืองกระทบในระยะสั้นเท่านั้น ทุ่มงบลงทุน 3,000 ล้านบาท ร่วมทุนผุด 3 ธุรกิจใหม่นำร่อง บ่อบำบัดน้ำเสีย-ธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านโทรทัศน์-อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ หวังกวาดรายได้เพิ่มจากปีที่แล้ว 34,000 ล้านบาท ด้านสหพัฒน์ชูโมเดลต้นแบบแดนปลาดิบ ขอ 2 ปีคลอดโปรเจกต์ขายผ่านอินเทอร์เน็ต-เอสเอ็มเอส เจาะวัยรุ่น ตั้งเป้ากวาดรายได้ 500 ล้านบาท

นายมิซูกิ อิวาโน ประธานกรรมการ บริษัท มิตซุย คัมปานี (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯได้ทุ่มงบลงทุน 3,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองโอกาสในการลงทุนในการขยายธุรกิจปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าปีนี้จะมีปัจจัยลบด้านสถานการณ์การเมืองเข้ามากระทบ แต่เชื่อว่าจะเป็นแค่ในระยะสั้นเท่านั้น ในระยะยาวยังมีความมั่นใจเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย อีกทั้งการลงทุนในไทยยังมีปัจจัยบวกเรื่องเอฟทีเอหรือการเปิดเขตเสรีการค้าระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งจะเอื้อให้สินค้าญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยได้มากขึ้น

“ประเทศไทยเป็นเกตเวย์ของอาเซียน ภาพรวมของเศรษฐกิจยังสามารถที่จะขยายตัวได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ยกตัวอย่าง ตลาดคอสเมติก ไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่และส่งออกไปตลาดต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ปัจจัยบวกดังกล่าวทำให้บริษัฯทมีแผนที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีนี้”

สำหรับแนวทางขยายธุรกิจปีนี้ บริษัทฯได้ร่วมทุนกับบริษัท ช.การช่าง เพื่อดำเนินธุรกิจบ่อบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งร่วมทุนกับสหกรุ๊ปจัดตั้งบริษัทมิตรพัฒนา โฮมชอปปิ้ง ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ และในอนาคตยังได้เตรียมขยายสู่การขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต และเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังได้เตรียมร่วมทุนกับบริษัทอื่นๆ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ เตียงไฟฟ้า ที่นวดเท้า หมอน ฯลฯ พร้อมทั้งยังมีแผนที่จะให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นแทนที่จะใช้ประเทศจีนเป็นฐานการผลิตอย่างเดียว

ส่วนธุรกิจที่บริษัทฯสนใจและมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพคือ กลุ่มไอที ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทลูก มิตรคอม ให้บริการด้านเอสเอ็มเอส นอกจากนี้ปีนี้บริษัทฯได้ลดจำนวนบริษัทลูกที่ไม่สร้างรายได้ออกไปเกือบ 40 บริษัท จากเดิมที่มีอยู่ถึง 140 บริษัท ทั้งนี้เป็นเพราะมีบางธุรกิจที่ไม่สร้างรายได้ให้กับบริษัทแม่ ทำให้ในปี 2548 ผลประกอบการในกลุ่มไลฟ์สไตล์ไม่มีอัตราการเติบโต โดยมีรายได้เท่ากับ 2547 อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท โดยผลประกอบการของมิตซุย คัมปานี (ไทยแลนด์) ปีที่ผ่านมามีรายได้ 34,000 ล้านบาท และหากรวมธุรกิจคอมมิชชั่นเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว

สหพัฒน์เล็งโปรเจกต์สองขายผ่าน SMS

นางนงลักษณ์ เตชะบุญเอนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรพัฒนา โฮมช้อปปิ้ง จำกัด หรือ เอ็มพีเอส กล่าวว่า ในอีก 2 ปีข้างนี้บริษัทได้เตรียมโปรเจตก์การจำหน่ายสินค้าผ่านเอสเอ็มเอสและอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม หลังจากในปีที่ผ่านมาได้ร่วมทุนกับบริษัทมิตซุยจัดตั้งบริษัท มิตรพัฒนา โฮมช้อปปิ้งขึ้นมา และเริ่มทำตลาดเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ สำหรับโครงการสองของบริษัท จะเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น และกลุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เป็นหลัก โดยนำสินค้าที่ทันสมัยเข้ามาเจาะกลุ่มนี้ จากปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มแม่บ้าน ขณะที่สินค้าที่จำหน่าย กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีกว่า 20 รายการ โดยจะทยอยเพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการต่อเดือน

“มิตรพัฒนา โฮมชอปปิ้ง จะใช้โมเดลทำตลาดลักษณะเดียวกับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในขั้นแรกจะทำตลาดผ่านทางโทรทัศน์เป็นหลัก และล่าสุดในญี่ปุ่นเริ่มขยายตลาดด้วยการขายผ่านเอสเอ็มเอส และอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก อย่างไรก็ตามก่อนที่บริษัทจะทำตลาดผ่านเอสเอ็มเอส รายได้ในช่วง 2 ปีนี้จะต้องมีถึง 500 ล้านบาทก่อน ขณะที่ปีแรกตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาท”

สำหรับแนวโน้มตลาดธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ในประเทศไทยมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึงปีละ 50 % ทั้งนี้เป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่เปลี่ยนไป มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าน้อยลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤติราคาน้ำมัน เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นตลาดมีมูลค่า 95,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตปีละ 10 % ดังนั้นตลาดไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us