ในสายตาของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ บริษัทสามมิตรมอเตอร์ ถือเป็น SME ตัวอย่างที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลาง
และขนาดย่อมของไทยต้องยึดเป็นต้นแบบ เพราะสามารถขยายกิจการจากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ
กลายเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ มีตลาดส่งออก และฐานการผลิตในต่างประเทศ
"ความสำเร็จของกลุ่มสามมิตรมอเตอร์ในวันนี้ ถือเป็นการยกระดับจากธุรกิจครอบครัว
ให้สามารถก้าวขึ้นไปสู่ระดับสากล"สุวัจน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ซึ่งถูกเชิญไปเป็นเกียรติในงานรับมอบใบรับรองระบบการบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน
ISO 9001 และแนะนำหลังคาเหล็กรุ่นใหม่ของสามมิตรมอเตอร์ กล่าวเมื่อกลางเดือนตุลาคม
ที่ผ่านมา
กลุ่มสามมิตรมอเตอร์ เริ่มต้นจากโรงงานรับจ้างผลิตอะไหล่รถยนต์เล็กๆ ย่านอ้อมน้อย
อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นธุรกิจภายในครอบครัว เมื่อกว่า
40 ก่อน
ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจออกไปเป็น 4 สายหลัก ประกอบด้วย
สายธุรกิจรถเล็ก ผลิตแม่พิมพ์ชิ้นส่วนรถยนต์ จิ๊กตรวจสอบ ชิ้นส่วนรถยนต์
หลังคาเหล็ก และอุปกรณ์ตกแต่ง
สายธุรกิจรถบรรทุก และรถพิเศษ ผลิตรถดัมพ์ รถพ่วง รถพิเศษ เข่นรถผลิตปูนซิเมนต์ผสมสำเร็จ
และรถอะเมซิ่งเทรเลอร์
สายธุรกิจอุปกรณ์ และอะไหล่ ผลิตแหนบรถยนต์ เพลารถพ่วง ไฮโดรลิก และเกียร์ปั๊มพ์
สายธุรกิจรถเกษตร และอุปกรณ์ ผลิตรถเกี่ยวนวดข้าว ฟาร์มทรัค รถแทรกเตอร์
ใบมีดพรวนดิน
นอกจากนี้ยังขยายฐานการผลิตเข้าไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน และสหรัฐอเมริกา
และสามารถส่งสินค้าออกไปจำหน่ายในทุกทวีปทั่วโลก
สินค้าหลักของสามมิตร ที่เป็นที่รู้จักของคนไทยคือ หลังคาเหล็กกระบะรถปิ๊กอัพ
โดยเป็นคู่แข่งสำคัญของหลังคาไฟเบอร์แครี่บอย
การพัฒนากระบวนการผลิตจนได้รับใบรับรอง ISO 9001 ถือเป็นความสำเร็จของกลุ่มสามมิตร
และเป็นความปลาบปลื้มของสุวัจน์ เพราะบังเอิญไปตรงกับนโยบายสนับสนุน SME
ของพรรคชาติพัฒนา ซึ่งเขาป็นเลขาธิการอยู่ ที่กำลังนำมาใช้หาเสียงอยู่ในขณะนี้พอดี