|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ผู้ประกอบการคอนโดฯระส่ำ หลังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกกฎเหล็กให้อาคารพักอาศัยในพื้นที่เดียวกันตั้งแต่ 2 อาคารขึ้นไป หากมีพื้นที่รวมเกินกว่า 10,000 ตร.ม.ถูกเข้าข่ายเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ด้าน 3 สมาคมอสังหาฯ ยื่นหนังสือให้ยกเลิกชี้ขัดกฎหมายควบคุมอาคาร ด้านผู้ประกอบการชะลอแผนลงทุนรอความชัดเจน
นายอธิป พีชานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกประกาศกำหนดให้ อาคารพักอาศัยความสูงไม่เกิน 23 เมตร ตั้งแต่ 2 อาคารขึ้นไปตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หากมีเนื้อที่อาคารรวมกันเกิน 10,000 ตารางเมตร จะถือว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษทัน โดยประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว ทำให้อาคารที่เข้าข่ายจะต้องเพิ่มระยะถอยร่นโดยรอบอาคารจากเดิม 3 เมตร เป็น 6 เมตร และเพิ่มอุปกรณ์ดับเพลิง เช่น สปริงเกอร์ บันไดหนีไฟ เป็นต้น ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดไว้ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มต้นทุนการก่อสร้างแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ประกอบการจะไม่สามารถพัฒนาโครงการคอน-โดฯความสูงระดับกลางหรือโลว์ไรส์ คอนโดมิเนียมสูงไม่เกิน 8 ชั้นได้
"ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาด รวมทั้งหอพักและอพาร์ตเมนต์ที่จะได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าว ซึ่งหากต้องเพิ่มระยะถอยร่น จาก 3 เมตร เป็น 6 เมตร ทำให้เนื้อที่อาคารน้อยลง ราคาขายหรือราคาเช่าจะปรับสูงขึ้นทำให้คนระดับกลางไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ หรือผู้ประกอบการอาจจะตัดสินใจไม่พัฒนาโครงการระดับกลางเพราะไม่คุ้มกับการลงทุน" นายอธิป กล่าว
อนึ่งประกาศดังกล่าว เป็นประกาศแนวทางการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการที่พักอาศัยบริการชุมชนและสถานที่พักตากอากาศออกโดยสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลจากการประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการที่พักอาศัยบริการชุมชน และสถานที่พักตากอากาศโดยได้มีมติให้โครงการอยู่อาศัยรวมที่มีจำนวนอาคารตั้งแต่ 2 อาคารขึ้นไปบนพื้นที่เดียวกัน และมีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไปให้ถือเสมือนว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ
ทั้งนี้โครงการต้องดำเนินการดังนี้ 1.กำหนดระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร 2.กำหนดระบบป้องกันเพลิงไหม้และกฎเกณฑ์ความปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ประกาศดังกล่าวจะใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2548 เป็นต้นไป
นายอธิป กล่าวอีกว่า ประกาศของสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถือว่าขัดกับพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร เพราะกฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้อาคารพักอาศัยมีระยะถอยร่นรอบอาคาร เพียง3 เมตรเท่านั้น ในขณะที่ประกาศของคณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ได้ออกเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หากเอกชนไม่ปฏิบัติตามก็ไม่สามารถไปขออนุญาตก่อสร้างได้
ประกาศฉบับดังกล่าว ส่งผลให้คอนโดมิเนียมหลายโครงการต้องชะลอการก่อสร้างไป เพราะเห็นว่าขัดกับกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งทาง 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจะทำหนังสือโต้แย้งไปยังสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเด็นที่ประกาศดังกล่าวขัดกับกฎหมายควบคุมอาคาร เพื่อให้พิจารณายกเลิกประกาศดังกล่าว
นายอธิปกล่าวว่า ประกาศฉบับดังกล่าวได้ส่งผลให้บริษัทต้องชะลอแผนการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับกลางราคาตั้งแต่ 900,000 บาท ในแบรนด์ ซิตี้โฮม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ โดยมีแผนจะเปิดในปีนี้ 2 โครงการ ออกไปก่อน เนื่องจากติดปัญหาจากประกาศฉบับดังกล่าว จึงต้องรอให้มีความชัดเจนหลังจากที่ตัวแทนจากสมาคมส่งหนังสือชี้แจงไปยังคณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อน
|
|
 |
|
|