|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ค่ายน้ำเมาเฮโลเดือนเมษายน รับนิสงส์ยุบสภาเลือกตั้งใหม่-สงกรานต์ กระพือ 2 สัปดาห์ ตลาดน้ำเมาโต 10% โดยเฉพาะคอทองแดงภูธรตลาดใหญ่ เอเยนต์เริ่มสต็อกสินค้า ระบุสถานการณ์เมืองไม่นิ่งไม่กระทบตลาดรวม เดินหน้าอัดฉีด 50 ล้านบาท ยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงโกอินเตอร์ ล่าสุดสานกิจกรรม “แม่โขง ไทย รัม คอกเทล คอนเทสต์ 2006”ปีที่สอง สิ้นปีกวาดยอด 2,000 ล้านบาท โต 4-5%
นายวิโรจน์ จันทรโมลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ดูแลการตลาดและจัดจำหน่ายสุราแม่โขง เปิดเผยว่า ผลจากการที่รัฐบาลชุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาลง และประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ในวันที่ 2 เมษายน นี้ ซึ่งคาดว่าในช่วงระยะสั้นๆ ก่อนหรือหลังการตั้งประมาณ 2 สัปดาห์ ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวมจะมีอัตราการเติบโต 10 % โดยการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกต่อเนื่องในเดือนเดียวกัน ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13- 15 เมษายน นี้ ยิ่งสร้างตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความคึกคักมากขึ้น
ปัจจัยทางด้านการเมืองที่ไม่นิ่งในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบหรือทำให้สภาพตลาดเหล้าสีไทยมูลค่า 5,000 ล้านบาท ขยายตัวหรือหดตัว โดยปีนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ 4-5% ขณะที่ในช่วงเลือกตั้งตลาดเหล้าไทย ไม่ได้มีอัตราการเติบโตแบบหวือหวามากนัก แต่ในต่างจังหวัดซึ่งเหล้าไทยมีฐานลูกค้าอยู่มาก คาดว่าจะคึกคักและได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตามบริษัทคงไม่ได้มุ่งหวังทำตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายจากการเลือกตั้งมากนัก โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาพตลาดมากกว่า ซึ่งขณะนี้เอเยนต์ตลาดต่างจังหวัดได้เริ่มสั่งสินค้าสต็อกไว้เพื่อรองรับในเดือนเมษายนนี้แล้ว
สำหรับแนวทางการตลาดแม่โขงปีนี้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงให้เป็นตราสินค้าที่มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์การแนะนำสินค้าในรูปแบบ “สูตรคอกเทล”ผ่านการผลักดันโดยผสมเหล้าแม่โขงเหล้ารัมของไทย ซึ่งปีนี้สานต่อกิจกรรม “ แม่โขง ไทย รัม คอกเทล คอนเทสต์ 2006” จัดประกวดผสมสูตรคอกเทล ขึ้นเป็นปีที่ 2 จากนั้นจะนำสูตรค็อกเทลโปรโมตตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของแม่โขงวางไว้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งปีนี้ได้เตรียมจัดโปรโมตสูตรคอกเทล ที่ภาคใต้ ภูเก็ต และสมุย หลังจากที่ผ่านมาจัดกิจกรรมที่ พัทยา และเชียงใหม่เป็นหลัก นอกจากนี้ยังได้เตรียมปรับบรรจุภัณฑ์ โลโก้ของแม่โขงให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการแข่งขันผสมคอกเทล ถือเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงไปสู่ระดับอินเตอร์มากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายการทำตลาดแม่โขง ต้องการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเซาท์อีสเอเชีย ซึ่งปีนี้บริษัทจะเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ได้จัดตั้ง บริษัท อินเตอร์เบฟ ที่ ฮ่องกง ขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อดูแลการทำตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งรูปแบบการทำตลาดต่างประเทศแม่โขงจะเน้นสูตรคอกเทลเหล้ารัมไทยของแม่โขง เจาะผ่านทางโรงแรม ร้านอาหาร จากปัจจุบันแม่โขงทำตลาดในเซาท์อีสเอเชียไม่กี่ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา
“การทำตลาดต่างประเทศเราจะใช้แม่โขงและเบียร์ช้างขยายตลาดควบคู่กัน หากประเทศไหนมีศักยภาพที่จะทำตลาดเบียร์ได้ ก็จะขยายเบียร์ไปด้วย ซึ่งขณะนี้แม่โขงเริ่มวางจำหน่ายร้านอาหารต่างประเทศ 2,000 แห่ง ซึ่งหากบริษัทสามารถขยายตลาดได้ถึง 10 ประเทศได้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงให้ดูมีความทันสมัยแล้ว แม่โขงก็ยังคงขายกลิ่นไอความเป็นไทยอยู่ ซึ่งกิจกรรมที่ผ่านมา เราจะเน้นสื่อถึงวัฒนธรรมไทย เช่น การแข่งเรือยาว มหกรรมกีฬาไทย ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงความเป็นเหล้าโลคัล”
สำหรับรายได้แม่โขงปีนี้ตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 4-5% ขณะที่ยอดขายในเชิงปริมาณ ปีนี้ตั้งเป้า 1.8 ล้านลัง แบ่งเป็นรายได้จากการส่งออก 2-3% โดยปัจจุบันแม่โขงมีส่วนแบ่งตลาด 40% จากมูลค่าตลาด 5,000 ล้านบาท ขณะที่แสงโสมสินค้าในเครือไทยเบฟฯเป็นผู้นำตลาด
|
|
 |
|
|