|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กระทรวงคลังไฟเขียว ทหารไทยเพิ่มทุน หลังผู้บริหารระดับสูง เข้าพบรัฐมนตรีคลัง หารือแนวทางธุรกิจ ขอเพิ่มทุนจดทะเบียนและออกไฮบริด ภายในปีนี้ หวังขยายสินเชื่อโตก้าวกระโดด โชว์ผลงานเดือนเดียวปล่อยกู้กว่าหมื่นล้านบาท
วานนี้(1 มี.ค.)นายสมหมาย ภาษี ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) และนายสุภัค สิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เข้ามาหารือกับนายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร เกี่ยวกับแนวทางการทำงานของธนาคาร ทั้งการออกไฮบริดบอนด์และการเพิ่มทุนที่คาดว่าจะทำภายในสิ้นปี้
นายทนง พิทยะ กล่าวว่า ผู้บริหารของธนาคารทหารไทย เข้าพบเพื่อหารือที่จะของเพิ่มทุน เนื่องจากในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่าเดือนละ 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวที่สูงมาก หารแบงก์มีความต้องการที่จะเพิ่มทุนทางกระทรวงการคลังก็ไม่มีข้อขัดข้องแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแล้วทำให้สถานะแข็งแกร่งขึ้นก็จะให้ทำต่อไป
คาดเสนอบอร์ดออกไฮบริดบอนด์ได้ภายในไตรมาสแรกนี้
นายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการธนาคาร ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงการออกไฮบริด บอนด์ของธนาคารว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการของธนาคาร ซึ่งคาดว่าผู้บริหารของธนาคารจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งในเดือนมีนาคม
ดร.สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ธนาคารกำลังดูในรายละเอียด และเงือนไขในการออกไฮบริด บอนด์ซึ่งหากมีความจำเป็นธนาคารก็สามารถออกตราสารดังกล่าวได้ภายในเวลา 2 เดือน ส่วนวงเงินในการออกอย่างน้อยจะเท่ากับวงเงินการไถ่ถอนแคปส์จากธนาคารดีบีเอส ที่มีประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท หรือ150 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะนี้มีที่ปรึกษาสนใจออกตราสารให้ธนาคาร 2-3 ราย ซึ่งตามขั้นตอนเราจะต้องยื่นเรื่องขออนุมัติไปที่แบงก์ชาติก่อน หลังจากนั้นก็ต้องทำเครดิตเรตติ้ง
มั่นใจกำไร ปีนี้ก้าวกระโดด
ก่อนหน้านี้ นายสมใจนึก ได้กล่าวถึงผลประกอบการของธนาคารในปีนี้ว่า ในส่วนของกำไรปีนี้เชื่อว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารได้มีการปรับปรุงวิสัยทัศน์ของธนาคาร และพนักงาน รวมถึงการบริหารจัดการธนาคารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้กำไรของธนาคารดีขึ้น
ในส่วนของธุรกิจปีนี้ธนาคารได้ขยายตัวมากขึ้น เช่น การขายประกันผ่านสาขาของธนาคาร เพื่อสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม และการขยายสาขา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่สุวรรณภูมิ เชื่อว่าจะทำรายได้ให้กับธนาคารได้มาก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการให้บริการกับลูกค้า
"กำไรของธนาคารในปีนี้และปีหน้าจะก้าวกระโดดขึ้นมาก เนื่องจากมีหลาย อย่างที่แบงก์ไม่ได้ทำในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มทำในปีนี้ ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น " นายสมใจนึกกล่าว
|
|
 |
|
|