|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สมรภูมิรบตลาดชาเขียวหน้าร้อนไม่แรง ทุกค่ายเฮโลอัดงบแคมเปญโปรโมชั่นลดเกือบครึ่งเหลือเพียง 100 ล้านบาท งัดกลยุทธ์หั่นราคา 15 บาท สู้กันที่รสชาติใหม่ คาดตลาดหน้าร้อนอย่างดีโต 10% ซัมเมอร์เทกระจาด 10 ล้านบาท ผุดมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง จัดคอนเสิร์ต”25 ปี เพลงรัก เพลงชรัส By Zummer” พร้อมปรับนโยบายชูชาจีนขึ้นทำตลาดแทนชาเขียวซบ สิ้นปีแชร์ 5%
นายเรืองยศ วิทวัสการเวช ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจภายในประเทศ บริษัท ฟู้ดแอนด์ดริ๊งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวซัมเมอร์ เปิดเผยว่า สภาพการแข่งขันตลาดชาเขียวช่วงหน้าร้อนปีนี้ ผู้ประกอบการโดยรวมจะลดงบในการทำตลาดลง โดยมีการอัดงบเพียงกว่า 100 ล้านบาท เพื่อชิงยอดขายจากเครื่องดื่มเซกเมนต์อื่นในช่วงฤดูกาลการขายนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาใช้งบมากกว่า 200 ล้านบาทขึ้นไป การลดงบลงของชาเขียว เป็นเพราะสภาพตลาดเติบโตน้อย จากเดิมโต 100% แต่ปีนี้ทั้งปีคาดว่าตลาดชาเขียวจะโต 5-10% จากมูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท และเฉพาะหน้าร้อนปีนี้คาดว่าจะโต 10-20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีโต 100%
กลยุทธ์หลักในช่วงหน้าร้อนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นฤดูกาลขายของเครื่องดื่มทุกประเภท สำหรับผู้ประกอบการชาเขียวจะงัดการออกรสชาติใหม่ๆ รวมทั้งกลยุทธ์ราคาจากปกติขาย 18-20 บาท เหลือเพียง 15 บาทซึ่งจะมีความถี่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่แคมเปญโปรโมชั่นคงจะมีบ้าง แต่ก็ไม่ใหญ่มากเหมือนปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะภาครัฐมีมาตรการเข้มงวดในเรื่องของการทำแคมเปญโปรโมชั่นชาเขียวมากขึ้น เช่น ใต้ฝาห้ามทำ รวมทั้งการชิงโชคต้องทำทั่วประเทศ ขณะที่สื่อ ณ จุด ขาย ห้ามมีเคลมในเรื่องฟังก์ชันนัล เช่น ดื่มแล้วจะเป็นอย่างไร เป็นต้น
สำหรับชาเขียวซัมเมอร์เฉพาะในช่วงหน้าร้อนใช้งบ 10 ล้านบาท จากงบรวม 20-30 ล้านบาทในปีนี้ นำร่องเข้าช่วงหน้าร้อน ด้วยการชูกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้ง จัดคอนเสิร์ต”25 ปี เพลงรัก เพลงชรัส By Zummer”ขึ้นในวันที่ 31 มีนาคม 2549 เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งบริษัทได้ปรับจาก 35 ปี เป็นตั้งแต่อายุ 25-35 ปี อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์และสะท้อนบุคลิกของแบรนด์วางไว้เป็นผู้ใหญ่ ภูมิฐาน อบอุ่น ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้เตรียมเปิดตัวชาจีนอูลองรสชาติใหม่ ลงสู่ตลาดในช่วงเดือนเมษายนนี้ เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ ปีนี้บริษัทฯปรับแผนทางการตลาด โดยหันมาเน้นทำตลาดชาจีนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะตลาดมีศักยภาพ และยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำตลาดอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันมีแต่ชาใบจีนเท่านั้นที่มีมูลค่าตลาด 300-400 ล้านบาท แต่ตลาดแทบไม่มีอัตราการเติบโต เพราะผู้บริโภคหันมาดื่มชาจีนพร้อมดื่มมากยิ่งขึ้น โดยมูลค่าตลาดชาจีนพร้อมดื่ม 70-80 ล้านบาท
โดยบริษัทฯอยู่ระหว่างการพัฒนาชาจีน 3-4 รสชาติลงสู่ตลาด จากเดิมมี 1 รสชาติ คือ ชาอูลอง ชูการ์ฟรี ขณะที่ชาเขียวไม่มีแผนที่จะเปิดตัวรสชาติใหม่ จากปัจจุบันมี 2 รสชาติ ได้แก่ ชาเขียวชูการ์ฟรี และชาเขียวออริจินัล นอกจากนี้ยังได้ขยายไลน์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกลุ่มสมุนไพรลงสู่ตลาดเพิ่มเติมในไตรมาสสามและสี่ของปีนี้
“ปีนี้การทำตลาดเครื่องดื่มกลุ่มชา บริษัทฯจะหันมาเน้นการทำบีโลว์เดอะไลน์ในสัดส่วนถึง 60 % ขณะที่อะโบฟเดอะไลน์ 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาบีโลว์เดอะไลน์ 50% อะโบฟเดอะไลน์ 50% ทั้งนี้เป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายชาซัมเมอร์เป็นนิชมาร์เก็ต ดังนั้นการทำตลาดจึงต้องสื่อสารและเข้าตรงถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ขณะที่ช่องทางจำหน่ายยังเน้น โมเดิร์นเทรด 80% และสเปเชียล เอาท์เลท 19% และอีก 1 % เป็นอื่นๆ ”
นายเรืองยศ กล่าวว่า เทรนด์ตลาดชาเขียวขณะนี้ผู้ประกอบการบางราย เริ่มพลิกกลยุทธ์หันมาชูจุดขายในเรื่องของอีโมชันนัล หรือขายความสดชื่นกันมากขึ้น ทั้งนี้เพราะจุดขายด้านฟังก์ชันนัลเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่สำหรับผู้บริโภค พร้อมกันนี้ยังปรับลดปริมาณน้ำตาลลง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอนาคตตลาดชาเขียวจะเหลือผู้เล่นในตลาดเพียง 4-5 รายเท่านั้น จากปัจจุบันมีกว่า 10 แบรนด์
ปัจจุบันผู้นำตลาดโออิชิและเบอร์สองคือยูนิฟมีส่วนแบ่งรวมกัน 70 % โมชิและเซนชะ 5-10% ขณะที่ชาเขียวซัมเมอร์ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 5 %ในสิ้นปีนี้ หรือมียอดขาย 40 ล้านบาท โดยรสชาติใหม่จะเป็นเรือธงที่สร้างรายได้ 20 ล้านบาท จากในปีที่ผ่านมาซัมเมอร์มีส่วนแบ่งไม่ถึง 1-2% และมีรายได้เพียง 20-30 ล้านบาท
|
|
 |
|
|