Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 มีนาคม 2549
พรีม่าโกลด์แก้เกมการเมืองพ่นพิษรุกหนักนอกฤดูขาย-ขยายตปท.กู้ยอด             
 


   
search resources

Jewelry and Gold
พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บจก.




“พรีม่าโกลด์” ระบุสถานการณ์การเมืองไม่นิ่งพ่นพิษ ยอดขายไตรมาสแรกสะดุด โตเพียง 20% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 30% ปรับแผนรุกตลาดนอกฤดูขายหนักช่วงไตรมาสสอง-สาม พร้อมอาศัยเอฟทีเอลุยเปิดตลาดอินเดีย-จีนปีนี้ มั่นใจสิ้นปีกวาดรายได้ตามเป้า 800 ล้านบาท

นางสาวรุ่งนภา เงางามรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายทองคำ 24 เค เปิดเผยว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้ คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 30 % เป็นเหลือเพียง 20% ทั้งนี้เพราะปัจจัยลบทางสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง ทำให้ผู้บริโภคเกิดความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย โดยสังเกตุว่าคนออกมาเดินห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายลดลง

“สถานการณ์ทางการเมือง คงเป็นปัจจัยกระทบแค่สั้นๆเท่านั้น ปีนี้ทั้งปีผลประกอบการของบริษัทคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายกว่า 800 ล้านบาท เพราะมีปัจจัยบวกด้านราคาทองที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อทองคำ 24 เค เพื่อใส่เป็นเครื่องประดับง่ายขึ้น ขณะเดียวกันเรามองว่าภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังคงดีอยู่”

สำหรับแผนการตลาด บริษัทได้เตรียมรุกหนักในช่วงนอกฤดูขายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองและไตรมาสที่สาม ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ พร้อมกับเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ โดยเน้นความถี่ในการซื้อและความหลากหลายในการใช้งาน ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นผลประกอบการโดยรวมภายในประเทศของบริษัทให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 600 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีรายได้ 500 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ปีนี้บริษัทยังได้วางแผนขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดีย เนื่องจากนโยบายเปิดการค้าเสรีหรือเอฟทีเอเป็นปัจจัยหนุนในการขยายธุรกิจ โดยในจีนจะปรับลดภาษีนำเข้าเครื่องประดับทองเหลือ 12% ในปี 2550 ซึ่งบริษัทจะเริ่มบุกจีนในกลางปีหรือปลายปี 2550 ในลักษณะลงทุนเองและการหาตัวแทนจำหน่าย ซึ่งขณะนี้บริษัทแม่ได้เข้าไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องประดับเงินนำร่องก่อนแล้ว

ด้านประเทศอินเดียบริษัทจะเริ่มรุกตลาดปีนี้ โดยการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย 4 มุมเมือง เนื่องจากปีนี้ภาษีนำเข้าเครื่องประดับลดลง 0% ในเดือนกันยายน 2549 นี้ สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทจะมุ่งเน้นความร่วมมือทางธุรกิจกับคู่ค้าในด้านกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมทั้งขยายรูปแบบดำเนินธุรกิจ เช่น การลงทุนร่วมกับคู่ค้าเปิดร้านค้าปลีก จัดจำหน่ายในระบบแฟรนไชส์ หรือขายระบบขายตรงผ่านสื่อต่างๆ ได้แก่ โทรทัศน์ สื่ออินเทอร์เน็ต เป็นต้น

โดยสิ้นปีนี้บริษัทจะมีจุดจำหน่ายในต่างประเทศทั้งหมด 40 จุด กว่า 15-16 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซียและดูไบเป็นประเทศที่สร้างรายได้หลัก ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น เนปาล เป็นต้น ซึ่งตั้งเป้ารายได้จากต่างประเทศมีอัตราการเติบโต 30 % จากในปีที่ผ่านมามีรายได้ 200 ล้านบาท สำหรับการรุกตลาดในจีนตั้งเป้ามีรายได้ปีแรก 50 ล้านบาท ส่วนในอินเดียตั้งเป้า 50 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการจัดงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ครั้งนี้ ตั้งเป้าเติบโต 20% จากในปีที่ผ่านมา 20 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us