"โฮมโปร"ในเครือแลนด์ฯ ตอกย้ำการเมืองไม่มีกระทบแผนต่อการลงทุน เผยเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น ตั้งเป้าปี 49 โต 25% ยอดขาย 15,000 ล้านบาท ระดมเม็ดเงิน 3,200 ล้านบาท ผุดสาขาเพิ่ม 6 แห่ง ปี 48 กำไร 504 ล้านบาท ชี้ค่าเฉลี่ยการซื้อต่อบิล 2,380 ล้านบาท เพิ่ม 5%
นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการในปี 2548 ว่า บริษัทมียอดขายทั้งสิ้น 12,211.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2547 จำนวน 2,397 ล้านบาทหรือ 24.43% มีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.41% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดีในปี 2548 บริษัทมีรายได้อื่นๆ จำนวน 401 ล้านบาทท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีจำนวน เพียง 190 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ร่วมค้า รายได้จากการเช่าพื้นที่ และรายได้จากค่าบริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขายสินค้า
ทั้งนี้บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,636 ล้านบาท คิดเป็น 21.59% ของรายได้จากการขาย ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร จำนวน 2,277 ล้านบาท หรือ 18.65 ของรายได้จากการขาย โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ที่มีจำนวน 1,737 ล้านบาท เนื่องจากการจัดงาน HomePro EXPO
สำหรับในปี 2549 บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโด 25% หรือจำนวน 15,000 ล้านบาท และมีแผนที่จะใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 3,000-3,200 ล้านบาท ในการขยายสาขา 6 สาขา โดยเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงิน 1,500 ล้านบาท เงินกู้ระยะสั้น 500-700 ล้านบาท และอีก 1,000 ล้านบาทมาจากผลประกอบการของบริษัท
ในส่วนของค่าเฉลี่ยของการซื้อต่อบิลในปี 2548 จำนวน 2,380 บาท/บิล โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ในอัตรา 2,250 บาท/บิล หรือประมาณ 5% ส่วนหนึ่งมาจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าอัตราที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวจะเท่ากับอัตราการเพิ่มของเงินเฟ้อพอดี
สำหรับ แผนขยายการลงทุนเปิดสาขาใหม่จำนวนไม่ต่ำกว่า 6 สาขา คาดจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาทนั้น จะใช้เม็ดเงินลงทุนสาขาทั่วไปประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อสาขา ส่วนสาขาชอปปิ้งมอลล์ ลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จังหวัดที่จะเข้าไปเปิดสาขา อาทิ สมุย ,พิษณุโลก, อุดรธานี ,พัทยา และภาคกลาง นอกจากนี้ยังมีที่ดินในกรุงเทพอีก 2 แห่งที่เพชรเกษมและเลียบทางด่วนรามอินทราที่พร้อมจะขยายสาขาเพิ่ม ซึ่งซื้อมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ดำเนินการลงทุนพัมนาเนื่องจากต้องการขยายสาขาต่างจังหวัดก่อน รวมถึงมีการปรับรูปแบบของการพัฒนาจึงได้เลื่อนพัฒนาออกไปก่อน
ปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 21 สาขา ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 15 สาขา ต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่อีก 6 แห่ง ได้แก่ หัวหิน, พัทยา ,ภูเก็ตเชียงใหม่ , นครราชสีมา และหาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2549 บริษัทมีมีสาขาโฮมโปรประมาณ 26 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ 15 สาขา ต่างจังหวัด 9-11 สาขา โดยคาดว่าจะมีพื้นที่ขายทั้งสิ้น 170,000 ตร.ม. และพื้นที่เช่า 33,000 ตร.ม.
นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ในด้านภาวะการเมืองในปัจจุบัน เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรง เพราะที่ผ่านมากไทยมีปัญหาด้านการเมืองมาหลายครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งส่งผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น ส่วนในรอบนี้ก็เชื่อว่าจะเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว เฉพาะหน้าไม่น่าเป็นห่วงจนถึงขึ้นปรับแผนการลงทุน อย่างไรตาม บริษัทได้จับตาดูสถานการณ์ความไม่สงบอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องการความเสี่ยงและจะได้ปรับตัวได้ทันท่วงที
ก่อนหน้านี้ นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัท โฮมโปรฯระบุอย่างชัดเจนว่า ตอนนี้ยังไม่มีแนวคิดจะไปตลาดต่างประเทศ เพราะต้องการที่จะยึดฐานภายในประเทศให้มั่น โดยจังหวัดขนาดใหญ่และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจจะต้องมีสาขาของโฮมโปรให้ได้ 2 สาขา
|